อดีต ปัจจุบัน...
บ่งบอกว่าคนของพรรคส้ม ก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้วิเศษมาจากไหน
เห็นได้จากข่าวอื้อฉาวเรื่องเพศ การพนัน ฯลฯ ตามที่ปรากฏมาเป็นระยะๆ
อนาคต...
ไม่มีอะไรเป็นเครื่องรับประกันว่า จะไม่มีอีกต่อไป
ไม่ใช่เฉพาะพรรคส้ม
แต่หมายถึงทุกพรรค
ดังนั้น..
ธีมหาเสียงที่ว่า " มีเรา ไม่มีเทา " นั้น
มันก็เป็นแค่เทคนิคการหาเสียงทั่วไปเหมือนกัน
และมันบ่งชี้ว่า..
กระบวนการกลั่นกรองของพรรคส้ม มีปัญหา
คลาสอะไรเยอะแยะที่พรรคคุยฟุ้งว่า
ผู้สมัครของพรรคทุกคนต้องผ่านกระบวนการคัดกรอง อบรมมานั้น
มันไร้สาระ ไร้ประโยชน์ หรือไม่?
และถึงแม้ว่าจะคัดกรองมา ได้สีขาวจริงๆในวันนี้
แต่มิได้หมายความว่า
สีขาว จะไม่เปลี่ยนเป็นสีเทาในอนาคต
เพราะสีขาวในวันนี้ ยังอาจดำรงความเป็นสีขาวอยู่ได้
ก็เพราะยังไม่เคยมีสีเทา มาเสนอผลประโยชน์ล่อตาล่อใจให้
ต่อเมื่อเห็นลาภก้อนโตมาล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้า
สีที่ว่าขาว ก็พร้อมจะเปลี่ยนไปเป็นสีเทาได้ตลอดเวลา
การที่หัวหน้าพรรคส้มออกมาแก้ข่าวว่า
พรรคเอาจริงเอาจังกับสีเทามาตลอด มีการจัดการเด็ดขาด
มันก็ไม่ได้หมายความว่า
ไม่มีสีเทาอยู่ในพรรคแต่อย่างใด
เพราะฉะนั้น..
เลิกเสียเถอะ ธีมหาเสียง " มีเรา ไม่มีเทา "
เปลี่ยนเป็นธีมใหม่ดีกว่า.. "ไม่มีใคร ไม่มีเทา"
เพราะการที่พรรคส้มออกมารณรงค์เรื่องทุนเทา
ที่จะมาครอบงำประเทศ สร้างความเสียหายมากมายนั้น
ทุนเทาที่ว่า..
ก็ควรจะวางคนของตนเองไว้ในทุกพรรคการเมือง
ที่มีโอกาสเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
โดยเฉพาะพรรคที่มีโอกาสเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
ซึ่งก็ย่อมรวมถึงพรรคส้มด้วยเช่นกัน
คงไม่เสี่ยงเอาไข่ใส่ไว้ในตะกร้าเดียวรวมกันทั้งหมด..
ดังนั้น..
แข่งกันที่นโยบายน่าจะดีกว่า
และจะดีกว่านั้นอีก..
ถ้าเลิกกดหัวพรรคอื่นๆว่าต่ำกว่าตนเสียที
เพราะคงไม่มีใครคบด้วย
หรือคนที่จำใจยอมมาคบด้วย
เขาก็คงถือมีดไว้ข้างหลัง
รอจังหวะโอกาสเอาคืนเหมือนกัน
เมื่อไรที่พรรคส้มกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
ก็คือเมื่อตนเองยอมรับว่า
สีเทามีอยู่ในทุกหนทุกแห่ง
ไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลก
แม้ทุนเทาที่พรรคส้มสร้างภาพขึ้นมานั้น
มันก็แค่เป็นการเปลี่ยนผลประโยชน์
จากกระเป๋าของทุนเทากลุ่มหนึ่ง มาสู่อีกกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
เพราะทุนเทาในทางการเมือง
มันไม่มีวันหมดไปเหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์
ตราบใดที่การเมืองยังเป็นสิ่งที่มีคนเป็นผู้เล่น
สีเทาในใจของคนก็ย่อมดำรงอยู่ตราบนั้น..
ป.ล. ทำไมเจอปัญหาผู้สมัครอยู่พรรคเดียว?
แค่สงสัย...ยังมีสีเทาแฝงตัวอยู่ในพรรคส้มอีกมากแค่ไหน?
บ่งบอกว่าคนของพรรคส้ม ก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้วิเศษมาจากไหน
เห็นได้จากข่าวอื้อฉาวเรื่องเพศ การพนัน ฯลฯ ตามที่ปรากฏมาเป็นระยะๆ
อนาคต...
ไม่มีอะไรเป็นเครื่องรับประกันว่า จะไม่มีอีกต่อไป
ไม่ใช่เฉพาะพรรคส้ม
แต่หมายถึงทุกพรรค
ดังนั้น..
ธีมหาเสียงที่ว่า " มีเรา ไม่มีเทา " นั้น
มันก็เป็นแค่เทคนิคการหาเสียงทั่วไปเหมือนกัน
และมันบ่งชี้ว่า..
กระบวนการกลั่นกรองของพรรคส้ม มีปัญหา
คลาสอะไรเยอะแยะที่พรรคคุยฟุ้งว่า
ผู้สมัครของพรรคทุกคนต้องผ่านกระบวนการคัดกรอง อบรมมานั้น
มันไร้สาระ ไร้ประโยชน์ หรือไม่?
และถึงแม้ว่าจะคัดกรองมา ได้สีขาวจริงๆในวันนี้
แต่มิได้หมายความว่า
สีขาว จะไม่เปลี่ยนเป็นสีเทาในอนาคต
เพราะสีขาวในวันนี้ ยังอาจดำรงความเป็นสีขาวอยู่ได้
ก็เพราะยังไม่เคยมีสีเทา มาเสนอผลประโยชน์ล่อตาล่อใจให้
ต่อเมื่อเห็นลาภก้อนโตมาล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้า
สีที่ว่าขาว ก็พร้อมจะเปลี่ยนไปเป็นสีเทาได้ตลอดเวลา
การที่หัวหน้าพรรคส้มออกมาแก้ข่าวว่า
พรรคเอาจริงเอาจังกับสีเทามาตลอด มีการจัดการเด็ดขาด
มันก็ไม่ได้หมายความว่า
ไม่มีสีเทาอยู่ในพรรคแต่อย่างใด
เพราะฉะนั้น..
เลิกเสียเถอะ ธีมหาเสียง " มีเรา ไม่มีเทา "
เปลี่ยนเป็นธีมใหม่ดีกว่า.. "ไม่มีใคร ไม่มีเทา"
เพราะการที่พรรคส้มออกมารณรงค์เรื่องทุนเทา
ที่จะมาครอบงำประเทศ สร้างความเสียหายมากมายนั้น
ทุนเทาที่ว่า..
ก็ควรจะวางคนของตนเองไว้ในทุกพรรคการเมือง
ที่มีโอกาสเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
โดยเฉพาะพรรคที่มีโอกาสเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
ซึ่งก็ย่อมรวมถึงพรรคส้มด้วยเช่นกัน
คงไม่เสี่ยงเอาไข่ใส่ไว้ในตะกร้าเดียวรวมกันทั้งหมด..
ดังนั้น..
แข่งกันที่นโยบายน่าจะดีกว่า
และจะดีกว่านั้นอีก..
ถ้าเลิกกดหัวพรรคอื่นๆว่าต่ำกว่าตนเสียที
เพราะคงไม่มีใครคบด้วย
หรือคนที่จำใจยอมมาคบด้วย
เขาก็คงถือมีดไว้ข้างหลัง
รอจังหวะโอกาสเอาคืนเหมือนกัน
เมื่อไรที่พรรคส้มกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
ก็คือเมื่อตนเองยอมรับว่า
สีเทามีอยู่ในทุกหนทุกแห่ง
ไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลก
แม้ทุนเทาที่พรรคส้มสร้างภาพขึ้นมานั้น
มันก็แค่เป็นการเปลี่ยนผลประโยชน์
จากกระเป๋าของทุนเทากลุ่มหนึ่ง มาสู่อีกกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
เพราะทุนเทาในทางการเมือง
มันไม่มีวันหมดไปเหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์
ตราบใดที่การเมืองยังเป็นสิ่งที่มีคนเป็นผู้เล่น
สีเทาในใจของคนก็ย่อมดำรงอยู่ตราบนั้น..
ป.ล. ทำไมเจอปัญหาผู้สมัครอยู่พรรคเดียว?