เงินจำนวนมหาศาลของเงินเทาที่อยู่ในธุรกรรมทองคำในประเทศไทย โดนสกัดแน่นอนตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.2569 นี้ เงินเทาจำนวนมหาศาลต้องรีบถอนออกก่อนมาตรการ เงินเทาในไทยมันก็ต้องพักในไทยมีที่พักที่เหมาะสมที่สุดและถูกกฎหมายเหมือนพักในทองคำไทย แค่เงินเทามาพักสัก 5% ก็พอแล้ว หุ้นไทยจะไป 5000 จุด? กาวน่ะมีเยอะแล้วไม่ต้องดมนะครับ
https://www.matichon.co.th/economy/news_5549265
ธปท.คุมธุรกรรมทอง23ม.ค.นี้ ช่วยสกัดบาทแข็ง-เงินเทา ‘ส.เอสเอ็มอี’ วอนรัฐสกัดทุกช่องทาง
เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าโฟลว์สำคัญและแปลกที่มีผลต่อค่าเงินบาท คือการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์ม หากดูการซื้อขายหน้าร้าน (Physical) มีอยู่ราว 15% ซื้อขายทองบนแพลตฟอร์มด้วยสกุลเงินดอลลาร์มี 15% และซื้อขายบนแพลตฟอร์มด้วยสกุลเงินบาท 35% ซึ่งหากดูการซื้อขายที่มีผลต่อค่าเงินบาทจะเป็นร้านค้าและเทรดด้วยเงินบาท โดยในส่วนของร้านค้าอาจจะไม่สามารถทำได้มาก ทั้งนี้ หากดูธุรกรรมทองคำค่อนข้างใหญ่และไม่มีคนคุม โดยปีก่อนมีการซื้อขายทองคำสูงถึง 50-60% ของจีดีพี โดยธุรกรรมรายได้รายใหญ่สุดร้านทองคำเฉลี่ยสูงถึง 5 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าหนี้ครัวเรือน 16 ล้านล้านบาท และหากดูธุรกรรมการเทรดทองคำต่อวันเฉลี่ย 6 หมื่นล้านบาท และเคยสูงสุดถึง 2.5 แสนล้านบาท ทำให้เกิดแรงขายดอลลาร์ซื้อเงินบาท ทำให้เงินบาทแข็งค่า
“ปริมาณซื้อขายดอลลาร์ของร้านทอง 15 รายที่มีการซื้อขายบนแอพพลิเคชั่น พบว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในวันที่เงินบาทแข็งค่าจาก 31.80 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 31.40 บาทต่อดอลลาร์ ภายใน 3 วันทำการ พบว่าสัดส่วน 45% ของแรงเทขายดอลลาร์มาจากร้านทอง 15 ราย และในเดือนสิงหาคม 2568 สัดส่วนสูงถึง 65% เนื่องจากมีการซื้อขายกันเยอะ ทำให้เราต้องเข้าไปดู โดยเฉพาะในส่วนที่มีซื้อขายบนแอพพลิเคชั่นด้วยสกุลบาท เพราะมีผลต่อธุรกรรม FX เยอะ” นายวิทัยกล่าว
นายวิทัยกล่าวว่า ล่าสุด ธปท.ได้ขอให้กระทรวงการคลังแก้ประกาศเพื่อขออำนาจให้ ธปท.เข้าไปดูแลธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแอพพลิเคชั่นได้ ซึ่งการแก้ประกาศและเปิดรับฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง) จะใช้เวลาประมาณ 14 วัน คาดว่าการแก้ประกาศจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 23-29 มกราคม 2569 นี้ จะดูธุรกรรมมาจากไหน แหล่งที่มา นอกจากนี้ ธปท.จะมีการกำหนดเพดานการซื้อขาย โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาวงเงินจะเฉลี่ยอยู่ที่ 50 ล้านบาท หรือ 100 ล้านบาท ธปท.คาดหวังว่าเมื่อดำเนินการนี้จะช่วยให้เงินบาทเสถียรขึ้น
นายวิทัยกล่าวว่า นอกจากนี้ ธปท.ได้แก้ประกาศเกณฑ์การนำเข้าเงินสกุลตราต่างประเทศเกิน 2 แสนดอลลาร์ จะต้องมีการตรวจเอกสารแหล่งที่มาของเงินเข้มข้นขึ้น จากเดิมประเทศไทยเสรีการนำเข้าเงินตั้งแต่ปี 2540 รวมถึงการจำกัดวงเงินแลกธนบัตรเงินตราต่างประเทศผ่านร้านแลกเงิน (Money Changer) ไม่เกิน 8 แสนบาทต่อคนต่อวัน
“ธปท.จะขยายบทบาทในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของทุนเทามากขึ้นที่จะร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เพื่อดูแลป้องปราบมากขึ้น เช่น การซื้อขายทองคำบนแอพพลิเคชั่น หรือการซื้อขาย USDT ที่มากผิดปกติ เราจะตามเข้าไปดูและขยายบทบาทของ ธปท.ในการเข้าไปดูเส้นทางการเงิน” นายวิทัยกล่าว
นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวถึงมาตรการสกัดเงินเทาของภาครัฐว่า การสกัดเงินเทาฟอกในระบบเศรษฐกิจและนอกระบบเศรษฐกิจไทยเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีกระบวนการจัดตั้งกลไกทั้งในและต่างประเทศ แหล่งที่มาของเงินทั้งเงินจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ของเถื่อน บ่อนการพนันทุกรูปแบบ ค้ามนุษย์ สแกมเมอร์และยาเสพติดที่มีเจ้าหน้าที่รัฐบางราย บางหน่วยงานมีส่วนเกี่ยวข้องร่วมด้วย ซึ่งยุทธศาสตร์การควบคุมป้องกันปราบปรามและควบคุมสร้างกลไกตามที่กระทรวงการคลัง ร่วมกับ ธปท.และ ปปง. รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องที่ดี แต่การมุ่งเป้าเพียงทองคำและเน้นที่ออนไลน์จะทำให้เกิดการไหลไปสู่กลไกอื่นที่มีทางเลือกเปลี่ยนแปลงสภาพเพื่อหนีการตรวจติดตามของอาชญากรทางเศรษฐกิจทุนเทา
“รัฐควรจัดกลุ่มเครือข่ายและรูปแบบการฟอกเงินในธุรกรรมต่างๆ อย่างครอบคลุมครบวงจร อาทิ การตั้งนิติบุคคลนอมินี โรงหล่อหลอมทองคำและโลหะมีค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ เครื่องประดับอัญมณีและเพชร วัตถุมงคล อสังหาริมทรัพย์ รถหรู เป็นต้น ซึ่งการตรวจสอบของระบบไม่พบจริงหรือ หรือเพราะตรวจยังไม่เพียงพอ หรือหากพบมักเจอตอ กับขอเคลียร์จ่ายจบ ขณะที่กลไกการตรวจสอบอาจนำรูปแบบเงินหยวนดิจิทัล เข้ามาศึกษาปรับใช้ในการทำธุรกรรมและสามารถเป็น Digital footprint ทางการเงิน รวมทั้งระบบ Digital Blockchain เพื่อการซื้อ-ขายและติดตามได้มากขึ้น” นายแสงชัยกล่าว... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.matichon.co.th/economy/news_5549265
เงินเทาโดนสกัดจากธุรกรรมทองหลายล้านล้านบาท บังเอิญจังมาตรการออกช่วงการเลือกตั้งพอดี ออกทองมาพักหุ้น หุ้นไทย 5000 จุด?
https://www.matichon.co.th/economy/news_5549265
ธปท.คุมธุรกรรมทอง23ม.ค.นี้ ช่วยสกัดบาทแข็ง-เงินเทา ‘ส.เอสเอ็มอี’ วอนรัฐสกัดทุกช่องทาง
เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าโฟลว์สำคัญและแปลกที่มีผลต่อค่าเงินบาท คือการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์ม หากดูการซื้อขายหน้าร้าน (Physical) มีอยู่ราว 15% ซื้อขายทองบนแพลตฟอร์มด้วยสกุลเงินดอลลาร์มี 15% และซื้อขายบนแพลตฟอร์มด้วยสกุลเงินบาท 35% ซึ่งหากดูการซื้อขายที่มีผลต่อค่าเงินบาทจะเป็นร้านค้าและเทรดด้วยเงินบาท โดยในส่วนของร้านค้าอาจจะไม่สามารถทำได้มาก ทั้งนี้ หากดูธุรกรรมทองคำค่อนข้างใหญ่และไม่มีคนคุม โดยปีก่อนมีการซื้อขายทองคำสูงถึง 50-60% ของจีดีพี โดยธุรกรรมรายได้รายใหญ่สุดร้านทองคำเฉลี่ยสูงถึง 5 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าหนี้ครัวเรือน 16 ล้านล้านบาท และหากดูธุรกรรมการเทรดทองคำต่อวันเฉลี่ย 6 หมื่นล้านบาท และเคยสูงสุดถึง 2.5 แสนล้านบาท ทำให้เกิดแรงขายดอลลาร์ซื้อเงินบาท ทำให้เงินบาทแข็งค่า
“ปริมาณซื้อขายดอลลาร์ของร้านทอง 15 รายที่มีการซื้อขายบนแอพพลิเคชั่น พบว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในวันที่เงินบาทแข็งค่าจาก 31.80 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 31.40 บาทต่อดอลลาร์ ภายใน 3 วันทำการ พบว่าสัดส่วน 45% ของแรงเทขายดอลลาร์มาจากร้านทอง 15 ราย และในเดือนสิงหาคม 2568 สัดส่วนสูงถึง 65% เนื่องจากมีการซื้อขายกันเยอะ ทำให้เราต้องเข้าไปดู โดยเฉพาะในส่วนที่มีซื้อขายบนแอพพลิเคชั่นด้วยสกุลบาท เพราะมีผลต่อธุรกรรม FX เยอะ” นายวิทัยกล่าว
นายวิทัยกล่าวว่า ล่าสุด ธปท.ได้ขอให้กระทรวงการคลังแก้ประกาศเพื่อขออำนาจให้ ธปท.เข้าไปดูแลธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแอพพลิเคชั่นได้ ซึ่งการแก้ประกาศและเปิดรับฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง) จะใช้เวลาประมาณ 14 วัน คาดว่าการแก้ประกาศจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 23-29 มกราคม 2569 นี้ จะดูธุรกรรมมาจากไหน แหล่งที่มา นอกจากนี้ ธปท.จะมีการกำหนดเพดานการซื้อขาย โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาวงเงินจะเฉลี่ยอยู่ที่ 50 ล้านบาท หรือ 100 ล้านบาท ธปท.คาดหวังว่าเมื่อดำเนินการนี้จะช่วยให้เงินบาทเสถียรขึ้น
นายวิทัยกล่าวว่า นอกจากนี้ ธปท.ได้แก้ประกาศเกณฑ์การนำเข้าเงินสกุลตราต่างประเทศเกิน 2 แสนดอลลาร์ จะต้องมีการตรวจเอกสารแหล่งที่มาของเงินเข้มข้นขึ้น จากเดิมประเทศไทยเสรีการนำเข้าเงินตั้งแต่ปี 2540 รวมถึงการจำกัดวงเงินแลกธนบัตรเงินตราต่างประเทศผ่านร้านแลกเงิน (Money Changer) ไม่เกิน 8 แสนบาทต่อคนต่อวัน
“ธปท.จะขยายบทบาทในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของทุนเทามากขึ้นที่จะร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เพื่อดูแลป้องปราบมากขึ้น เช่น การซื้อขายทองคำบนแอพพลิเคชั่น หรือการซื้อขาย USDT ที่มากผิดปกติ เราจะตามเข้าไปดูและขยายบทบาทของ ธปท.ในการเข้าไปดูเส้นทางการเงิน” นายวิทัยกล่าว
นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวถึงมาตรการสกัดเงินเทาของภาครัฐว่า การสกัดเงินเทาฟอกในระบบเศรษฐกิจและนอกระบบเศรษฐกิจไทยเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีกระบวนการจัดตั้งกลไกทั้งในและต่างประเทศ แหล่งที่มาของเงินทั้งเงินจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ของเถื่อน บ่อนการพนันทุกรูปแบบ ค้ามนุษย์ สแกมเมอร์และยาเสพติดที่มีเจ้าหน้าที่รัฐบางราย บางหน่วยงานมีส่วนเกี่ยวข้องร่วมด้วย ซึ่งยุทธศาสตร์การควบคุมป้องกันปราบปรามและควบคุมสร้างกลไกตามที่กระทรวงการคลัง ร่วมกับ ธปท.และ ปปง. รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องที่ดี แต่การมุ่งเป้าเพียงทองคำและเน้นที่ออนไลน์จะทำให้เกิดการไหลไปสู่กลไกอื่นที่มีทางเลือกเปลี่ยนแปลงสภาพเพื่อหนีการตรวจติดตามของอาชญากรทางเศรษฐกิจทุนเทา
“รัฐควรจัดกลุ่มเครือข่ายและรูปแบบการฟอกเงินในธุรกรรมต่างๆ อย่างครอบคลุมครบวงจร อาทิ การตั้งนิติบุคคลนอมินี โรงหล่อหลอมทองคำและโลหะมีค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ เครื่องประดับอัญมณีและเพชร วัตถุมงคล อสังหาริมทรัพย์ รถหรู เป็นต้น ซึ่งการตรวจสอบของระบบไม่พบจริงหรือ หรือเพราะตรวจยังไม่เพียงพอ หรือหากพบมักเจอตอ กับขอเคลียร์จ่ายจบ ขณะที่กลไกการตรวจสอบอาจนำรูปแบบเงินหยวนดิจิทัล เข้ามาศึกษาปรับใช้ในการทำธุรกรรมและสามารถเป็น Digital footprint ทางการเงิน รวมทั้งระบบ Digital Blockchain เพื่อการซื้อ-ขายและติดตามได้มากขึ้น” นายแสงชัยกล่าว... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/economy/news_5549265