รู้ว่าธาตุรู้มีอยู่จริง จากสามารถติดตามการเกิดดับของจิตได้อย่างต่อเนื่อง
1.เมื่อจิตในอิริยาบถ4เกิด เมื่อตามรู้แล้วเห็นว่าดับยังกะพัดซ้อนๆกันไป
ตรงเห็นว่าดับอย่างไรนั้นมีธาตุรู้เป็นผู้เห็น
2.เมื่อจิตสุขทุกข์เกิด เมื่อตามรู้แล้วเห็นว่าสุขนั้นแผ่เต็มไปในอากาส ไม่มีขอบเขตนั้นเกิดมาแล้วดับค่อยๆจางไปหายไป จิตใหม่เป็นอุเบกขา
ตรงเห็นการเลือนไป หายไปของจิตสุขคือมีธาตุรู้เป็นผู้เห็น
3.ตรงเห็นจิตหลงในรูปใดๆ เห็นจิตหลงเกิดมาแล้วเลือนหายไป จิตใหม่เกิดขึ้นมาอยู่กับอุเบกขา และจิตใหม่นั้นมีความหนักแน่นมั่นคงกว่าเดิม
ตรงเห็นว่าหนักแน่นมั่นคงกว่าเดิมคือมีธาตุรู้เป็นผู้เห็น
4.ตรงเห็นว่าก่อนที่จิตคิด จิตมีสัญญาจะเกิดขึ้นมา เห็นธรรมผุดขึ้นมาจากกลางอก พุ่งขึ้นมาอย่างกะพลุ ขึ้นมาทะลุศรีษะแล้วตกลงไป
ตรงเห็นเกิดขึ้นมาอย่างไร และเห็นว่าตกลงไป หายไปอย่างไรนั้น คือมีธาตุรู้เป็นผู้เห็น
ธาตุรู้มีอยู่จริงจากเห็นว่าจิตมีการเกิด ตั้ง ดับอย่างไร
1.เมื่อจิตในอิริยาบถ4เกิด เมื่อตามรู้แล้วเห็นว่าดับยังกะพัดซ้อนๆกันไป
ตรงเห็นว่าดับอย่างไรนั้นมีธาตุรู้เป็นผู้เห็น
2.เมื่อจิตสุขทุกข์เกิด เมื่อตามรู้แล้วเห็นว่าสุขนั้นแผ่เต็มไปในอากาส ไม่มีขอบเขตนั้นเกิดมาแล้วดับค่อยๆจางไปหายไป จิตใหม่เป็นอุเบกขา
ตรงเห็นการเลือนไป หายไปของจิตสุขคือมีธาตุรู้เป็นผู้เห็น
3.ตรงเห็นจิตหลงในรูปใดๆ เห็นจิตหลงเกิดมาแล้วเลือนหายไป จิตใหม่เกิดขึ้นมาอยู่กับอุเบกขา และจิตใหม่นั้นมีความหนักแน่นมั่นคงกว่าเดิม
ตรงเห็นว่าหนักแน่นมั่นคงกว่าเดิมคือมีธาตุรู้เป็นผู้เห็น
4.ตรงเห็นว่าก่อนที่จิตคิด จิตมีสัญญาจะเกิดขึ้นมา เห็นธรรมผุดขึ้นมาจากกลางอก พุ่งขึ้นมาอย่างกะพลุ ขึ้นมาทะลุศรีษะแล้วตกลงไป
ตรงเห็นเกิดขึ้นมาอย่างไร และเห็นว่าตกลงไป หายไปอย่างไรนั้น คือมีธาตุรู้เป็นผู้เห็น