มาแชร์ประสบการณ์ ออกถนนวันแรกก็ชนเลยค่ะ 2 รอบเลยด้วยค่ะ

มาระบายค่ะ ขับรถวันแรกก็ชนเลยค่ะ แถมชนตั้ง2 รอบเลยด้วยค่ะ

เราไปทำใบขับขี่มาเมื่อวาน สอบได้คะแนนเต็ม 50



เรียนมา 20 ชั่วโมง ออกถนนจริงตลอด ไม่เคยขับชน



ครูฝึกก็ย้ำตลอดว่า ไปหัดขับเลยหนู ขับเลย ไม่กล้าขับก็ไม่เป็นหรอก หนูอ่ะ ขับได้แล้ว เหลือแค่ใจ



เราก็จัดเลยได้ใบขับขี่เมื่อวาน วันนี้ขับเลย



ขอเล่าก่อน เราซื้อประกันเมื่อวาน และประกันจะเริ่มทำงานตอน 4 โมง แต่ว่า รถเรา เป็นรถของพ่อที่เสียไป



ซึ่งพ่ออาศัยอยู่ในแฟลตเอื้ออาทร ส่วนเราอยู่บ้าน รถที่เอื้ออาทรจอดซ้อนปิดทางออกกัน 3-4 คัน กินเลน เราก็คิดเลย ถ้าไม่ไปเอาออกตอนนี้ ออกไม่ได้แน่ๆ เพราะคนเลิกงาน เขามาจอดบังทางออกแน่ แผนคือ ขับออกไปจัดแถวๆ7-11 ก่อน หรือริมฟุตบาทที่จอดได้ รอประกันทำงาน ค่อยขับออกตอนค่ำๆ รถไม่เยอะ แต่ๆๆ เหตุการณ์ตอนชนเป็นแบบนี้ค่ะ



เราขับออกมาจากเอื้ออาทรได้สำเร็จค่ะ มาถึงทางออก จะจอดฟุตบาท ฟุตบาทมันสีแดงขาวค่ะ จอดไม่ได้ เส้นเหลืองทึบ แต่ด้วยความที่เราขับช้า รถข้างหลังมันแซงค่ะ แถมแซงกันมาเป็นขบวน 2-3 คันได้ เราก็มองกระจกละ มองเส้น ไม่ให้ตัวเองคร่อมเส้น เพราะเรียนมาแบบนั้นค่ะ แต่อยู่ดีๆ เสียงก็ดังขรูดดดด เฉี่ยวรถเขาค่ะ ใช่ค่ะ มีคนจอดตรงฟุตบาทแดง-ขาวค่ะ ซึ่งเราผิดเองค่ะ ขับรถ ควรจะโฟกัสทั้งซ้าย-ขวา แต่เราดันโฟกัสรถที่กำลังจะแซงเบียดมา ระวังไม่ให้ตัวเองคร่อมเลน



รถก็บีบแตรเลย เราก็จอดเคลียร์ ประกันยังไม่ทำงาน แต่ก็มาเคลียร์ให้ค่ะ ค่าซ่อมประมาณ 10,000-20,000 จ่ายไหวค่ะ เดี๋ยวประกันจะมาไล่บี้เราอีกทีค่ะ เคลียร์กับคู่กรณีพูดกันดีค่ะ ไม่มีปัญหา



เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า อย่าคิดว่ากฎจราจร จะปกป้องเราได้ตลอดไป เราอ่านข้อสอบเป็นพันๆข้อ ติวเข้ม คะแนนเต็ม แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นไปตามกฎหรือทฤษฎีเสมอไปค่ะ จังหวะนั้น มีรถจอดฟุตบาท มันต้องคร่อมเส้นทึบอยู่แล้วค่ะ ถึงจะพ้น แล้วก็ควรโฟกัสซ้าย-ขวา อย่าคิดว่าขับมาในเลนถูกเราจะปลอดภัย เป็นบทเรียนมากๆ เขาจอดในที่ห้ามจอดก็จริงค่ะ แต่รถเขาอยู่เฉยๆ เราเป็นฝ่ายเฉี่ยว เป็นฝ่ายชน ยังไงก็ผิดค่ะ



เคลียร์เสร็จ ตอนนั้นจอดกันอยู่เส้นขาว-แดง จอดพักไม่ได้ค่ะ เราก็ไม่อยากเสี่ยงจอดในที่ห้ามจอด ตอนนั้นใจแป้ว หมดความมั่นใจ ใจสั่นตลอด แต่ต้องขับต่อ ไม่กล้าเลี้ยว ไม่กล้าอะไรเลย ไม่กล้าถอยจอด ทั้งๆที่ตอนเรียนเราถอยจอดไม่เคยพลาดค่ะ ครูสอนรอบเดียวก็ทำได้เลยค่ะ แต่จังหวะมันหมดความมั่นใจในตัวเองไปแล้วค่ะ ไม่กล้าจอด ได้แต่ขับตรงไป น้ำมันก็หมด ขับเข้าปั๊ม จะจอดก็ไม่กล้าอีก ขับออกปั๊ม ขับกลับบ้านค่ะ มาถึงซอยเข้าบ้าน ต้องบอกว่าซอยเข้าบ้านเรานี่งานหินค่ะ มันอยู่ถนนฝั่งตรงข้าม ตรงกับยูเทิร์น ต้องเลี้ยวตัดถนนที่มีรถผ่านตลอด จังหวะนั้นคิดละ จะเสี่ยงไหม หรือจะขับตรงไปเรื่อยๆ เห็นรถกำลังเลี้ยวพอดี เราขับมาเป็นคนสุดท้าย จังหวะนั้นคิดเลยว่า ถ้าไปไม่ทัน เราจะเป็นคันแรก ความเหิ้ยนี่ ทวีคูณแน่นอน ตัดสินใจเหยียบคันเร่ง บักกะบะก็เลี้ยวซ้อนคันมา เราจำเหตุการณ์ตอนนั้นไม่ได้ค่ะ แต่เลี้ยวได้แบบเฟอร์เฟคแบบงงๆ เหยียบคันเร่งแรงด้วย รู้ตัวอีกทีเข้ามาในซอยแล้วค่ะ เบรคตอนไหนไม่รู้ เพราะว่ากะบะที่เลี้ยวซ้อนมา เขาจะเข้าค่ะ เราเลยเบรคให้เขาไปก่อน แล้วก็เข้าซอยบ้านมาได้สำเร็จค่ะ แบบงงๆ จังหวะเลี้ยว ร่างกายทำเองค่ะ รู้ตัวอีกทีคือเบรคอยู่ คืนพวงมาลัยตอนไหนก็ไม่รู้ ก็ขับซอยปกติ ซอยบ้านเราก็นรกพอกันค่ะ จอดริมฟุตบาท ถนนแคบ รถสวนทาง ไอ้เรานี่ก็ไม่เข็ด พยายามจะรักษาเลนอยู่นั่น!! กระจกเฉี่ยวรถที่จอดอยู่ค่ะ แต่ไม่ได้ชน แค่กระจกพับ เฉี่ยวซ้ายรอบที่2 แล้ว ตอนนั้นหยุดไม่ได้ค่ะ ถนนรถแน่น รถขับตามมา เลยจำต้องขับต่อไปค่ะ ถ้าเขาตามตัวก็พร้อมรับผิดค่ะ ตัดสินใจจอดริมฟุตบาท จอดเบี้ยว ตูดออก เพราะจริงๆ จอดซ้อนคัน ต้องเอาตูดเข้าค่ะ แต่จังหวะนั้นคือ ใจไม่ดีแล้ว จะเอาเข้าริมถนนอย่างเดียว พยายามจะถอยตูดเข้ามา ถอยไม่ได้ค่ะ ล้อหน้า มันชิดฟุตบาท มันไม่ไปค่ะ แต่ตูดออกไปนิดนึง ระดับพอรับได้ ถ้าจะแก้คือต้องออกถนน แล้วเข้ามาถอยใหม่ค่ะ ซึ่งตอนนั้นใจมันไม่พร้อมค่ะ รถขับผ่านตลอด ตัดสินใจออกมาสูบบุหรี่แปปนึง พี่ส่งของแฟลช ผ่านมาพอดี ฉันสินใจเดินไปไหว้ ขอให้เขาช่วยจอดให้ไม่เบี้ยว แล้วก็เดินเข้าบ้านค่ะ เพราะบ้านอยู่แถวนั้นแหละ ตัดสินใจว่า รอสัก ตี2-3 รถไม่มี ค่อยขับเข้าบ้านค่ะ เข้ามาสงบสติอารมณ์ และรอรถไม่มีก่อนค่ะ เอาชัวร์เลย ขับมาถึงบ้านตอน บ่าย 3 กว่าค่ะ รอ 4 โมงจะงานหินค่ะ รถเยอะ



อันนี้ไม่ได้จะอ้างนะคะ ความผิดเราเองค่ะ แต่รถที่เราขับมันหน้ากว้างกว่ารถที่ฝึกค่ะ เป็น Camry ปี 2000 ค่ะ เพราะว่าเรายังมือใหม่ เลยไม่อยากออกรถใหม่ แล้วได้แผลจริงค่ะ รถตัวนี้ หน้ากว้างมากค่ะ คงต้องระวังซ้ายดีๆค่ะ เป็นบทเรียนจริงๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่