เลือกตั้ง 69 ยุคที่พรรคเล็กมีเสน่ห์ น่าค้นหา

เลือกตั้ง 69 อาจถึงคราวหมดยุคพรรคเดียว กวาดทั้งประเทศ
เพราะพรรคใหญ่ 3 พรรค ต่างก็ฝากบาดแผลไว้กับแผ่นดิน
พรรคแดง คลิปเสียงหลุด เอาใจ Uncle กับ วางเรื่องกาสิโน ไว้เหนือเกล้า

พรรคน้ำเงิน เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ที่นายก กอดตำแหน่ง รมต มหาดไทยไว้แน่น  แต่บริหารจัดการวิกฤตไม่ได้ดี
จบที่ใช้เงินแผ่นดินแก้ปัญหา มอบให้ผู้เสียชีวิต  ซึ่งหากบริหารได้ดี ยอดผู้เสียชีวิตอาจไม่พุ่งขนาดนั้น

พรรคส้ม ดื้อดันจะแก้ รัฐธรรมนูญในช่วงประเทศอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ประชาชนทุกข์ร้อนจากปัญาหาชายแดน
พรรคส้มยังบอก ปัญหาชายแดนก็แก้ไปเรื่อยๆ (ในยามที่นายกมีอำนาจไม่เต็มก็ได้) ห่วงจะแก้ รธน อย่างมีพิรุจ
จริงอยู่ กม ต้องแก้ แต่ไม่ควรผลาญงบประมาณที่ตนไม่ได้หารายได้มา ทำประชามติ
แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ประหยัดได้ หากขยันแก้รายมาตราโดยทำหน้าที่ในรัฐสภา
และมองเกมพลาด แทนที่จะทำผลงานให้ประชาชนเห็นใจ
ยังกดดันให้ยุบสภา ตอนที่ตนเองไม่มีไพ่เหนือกว่าอยู่ในมือ

ด้วยเหตุนี้ พรรคใหญ่ จึงหมดเสน่ห์ แต่ทำนายได้ว่า ภูมิใจไทยน่าจะได้ไปต่อ
เพราะได้โอกาสทำผลงาน  จนได้เปรียบในการเลือกตั้ง
จุดแข็งของคุณอนุทิน  คือ
1. ไม่มีอีโก้ สามารถเจรจาให้คนเก่งๆ มาร่วมทีม
2. พูดภาษาอังกฤษได้ดี
3. แชร์ความรู้สึกร่วมของประชาชน เข้าใจความทุกข์ร้อน แม้บางทีแก้ปัญหาผิดจุด คือ ไปผัดข้าว
ซึ่งเป็นการกระทำที่ขาด impact เมื่อเทียบกับอำนาจและตำแหน่งที่มี

หันมามองพรรคเล็ก ที่เขาต้องการแก้ปัญหาบางด้านอย่างจริงจัง เช่น ไทยสร้างไทย ไทยก้าวใหม่
ซึ่ง 1. มีวุฒิภาวะโดดเด่น แต่สื่อไม่ค่อยให้แสง  2. พรรคการเมืองยุคใหม่ ต้องเฉิดฉายในเวทีสากลได้ด้วย
เช่น รมต พูดภาษาอังกฤษได้ เพราะไทยคือ ประเทศชั้นนำ ระดับภูมิภาค

พรรคการเมืองยุคใหม่ควรรู้กลุ่มเป้าหมายของตนเอง
ไม่ใช่เดินตลาดหาเสียง อย่างยุคคุณชวน หลีกภัย ยังหนุ่ม
การเดินทั้งวัน ทำให้คุณพบปะ 100 คน
แต่ออนไลน์ สื่อสารถึงคนได้ 10,000 คน หรือมากกว่านั้น หากคอนเทนน่าสนใจ
เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ทำความเข้าใจปัญหาของพวกเขา  ใครสนใจเรื่องเดียวกับคุณ
และการเดินตลาด ยังเป็นงานของผู้สมัคร อบต เทศบาล การเมืองท้องถิ่น เสียมากกว่า
ที่ไปเดินตลาด จะได้รู้ว่าความสะอาดของบ้านเมือง ควรจะปรับถนนหนทาง ที่จอดรถ อย่างไร
ซึ่งไม่ใช่วิธีทำการเมืองระดับชาติ

คิดถึง ยาสีฟัน ที่ทำมาเพื่อลบคราบกาแฟ เขาไม่จำเป็นต้องแคร์ว่าคนทั้งประเทศต้องซื้อของเขา
แต่เขาสนใจคนที่ดื่มกาแฟ
รู้จักปล่อยวางคนที่ไม่ใช่ลูกค้า แล้วหันมาคุยกับประชาชนกลุ่มที่มีแนวโน้มที่เข้ากับแนวของคุณได้
เพศใด การศึกษาใด วัยใด อาชีพใด หรือ คนที่มีปัญหาเรื่องใด คือ คนที่พร้อมจะก้าวไปกับพรรคของคุณ
อย่าประเมินตนเองสูง ขนาดที่ต้อง นั่งตำแหน่ง นายก เท่านั้น

บางที การหาเสียงแบบแก้ปัญหาเฉพาะทางอย่างเข้มข้น
จะทำให้การเมืองน่าสนใจกว่าแบบ one-man show
อะไรๆ ก็นายก ไม่ให้แสง รมต. ที่มีคุณภาพแก้ปัญหาเฉพาะด้านในเชิงลึก
เพราะประเทศนั้นกว้างใหญ่ ไม่สามารถพัฒนาได้ทัน หากฝากภาระทั้งหมดไว้ที่นายกคนเดียว
 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่