การสัมภาษณ์งานอาจดูเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นและกดดันในเวลาเดียวกัน แต่หากเรามีการเตรียมตัวที่ดี "ความประหม่า" จะเปลี่ยนเป็น "ความมั่นใจ" ได้ทันที
บทความนี้จะช่วยสรุปเทคนิคการสัมภาษณ์งานแบบมือโปร ตั้งแต่ก่อนเริ่มไปจนถึงจบการสนทนา เพื่อให้คุณกลายเป็นผู้สมัครที่โดดเด่นที่สุด
1. การเตรียมตัวคือชัยชนะไปกว่าครึ่ง (Preparation)
ก่อนจะก้าวเท้าเข้าห้องสัมภาษณ์ (หรือกดจอยวิดีโอคอล) คุณควรทำการบ้านดังนี้:
วิเคราะห์ JD (Job Description): อ่านทวนหน้าที่รับผิดชอบและคุณสมบัติที่เขาต้องการ แล้วลิสต์ว่าประสบการณ์ของเรา "ตรง" กับข้อไหนบ้าง
รู้จักบริษัทให้จริง: อย่ารู้แค่ชื่อบริษัท แต่ควรหาข้อมูลว่าเขาทำธุรกิจอะไร คู่แข่งคือใคร และช่วงนี้เขามีข่าวคราวหรือโปรเจกต์อะไรใหม่ๆ หรือไม่
ซ้อมตอบคำถามพื้นฐาน: เตรียมคำตอบสำหรับคำถามยอดฮิต เช่น "แนะนำตัวหน่อย", "ทำไมเราต้องจ้างคุณ" หรือ "จุดอ่อนของคุณคืออะไร"
2. เทคนิค STAR: การเล่าเรื่องให้เห็นภาพ
เวลาถูกถามเกี่ยวกับประสบการณ์ในอดีต อย่าตอบแค่ว่า "เคยทำครับ/ค่ะ" แต่ให้ใช้เทคนิค STAR Method เพื่อให้คำตอบดูมีน้ำหนัก:
S (Situation): ปูพื้นหลังสั้นๆ ว่าเหตุการณ์ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น
T (Task): งานหรือเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จคืออะไร
A (Action): คุณ ทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานั้น (เน้นบทบาทของคุณเอง)
R (Result): ผลลัพธ์ที่ได้คืออะไร (ถ้าบอกเป็นตัวเลขได้จะดีมาก เช่น ยอดขายเพิ่มขึ้น 20%)
3. ภาษากายและทัศนคติ (Body Language & Attitude)
บางครั้ง "วิธีการพูด" สำคัญพอๆ กับ "สิ่งที่พูด":
สบตา (Eye Contact): แสดงถึงความจริงใจและความมั่นใจ
การฟังอย่างตั้งใจ: อย่ารีบตอบจนแทรกผู้สัมภาษณ์ ฟังให้จบคำถามก่อนแล้วค่อยเรียบเรียงคำพูด
พลังบวก: แม้จะพูดถึงปัญหาในงานเก่า ให้เน้นไปที่การเรียนรู้และการแก้ไข ไม่ควรตำหนิที่ทำงานเดิม
4. "มีคำถามจะถามเราไหม?" (The Closing)
นี่คือโอกาสทองที่จะแสดงความกระตือรือร้น ห้ามตอบว่า "ไม่มีครับ/ค่ะ" เด็ดขาด! ลองถามคำถามเหล่านี้แทน:
"เป้าหมายที่บริษัทคาดหวังจากตำแหน่งนี้ใน 6 เดือนแรกคืออะไรคะ?"
"วัฒนธรรมการทำงานของทีมที่นี่เป็นอย่างไร?"
"ทางบริษัทมีแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้หรือ Upskill พนักงานอย่างไรบ้างครับ?"
เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับยุคดิจิทัล
หากสัมภาษณ์ออนไลน์ (Virtual Interview) อย่าลืมเช็ก สัญญาณอินเทอร์เน็ต, แสงสว่างของใบหน้า และ ฉากหลัง ให้ดูสะอาดตา เพื่อความเป็นมืออาชีพครับ
เทคนิคการสัมภาษณ์งาน
บทความนี้จะช่วยสรุปเทคนิคการสัมภาษณ์งานแบบมือโปร ตั้งแต่ก่อนเริ่มไปจนถึงจบการสนทนา เพื่อให้คุณกลายเป็นผู้สมัครที่โดดเด่นที่สุด
1. การเตรียมตัวคือชัยชนะไปกว่าครึ่ง (Preparation)
ก่อนจะก้าวเท้าเข้าห้องสัมภาษณ์ (หรือกดจอยวิดีโอคอล) คุณควรทำการบ้านดังนี้:
วิเคราะห์ JD (Job Description): อ่านทวนหน้าที่รับผิดชอบและคุณสมบัติที่เขาต้องการ แล้วลิสต์ว่าประสบการณ์ของเรา "ตรง" กับข้อไหนบ้าง
รู้จักบริษัทให้จริง: อย่ารู้แค่ชื่อบริษัท แต่ควรหาข้อมูลว่าเขาทำธุรกิจอะไร คู่แข่งคือใคร และช่วงนี้เขามีข่าวคราวหรือโปรเจกต์อะไรใหม่ๆ หรือไม่
ซ้อมตอบคำถามพื้นฐาน: เตรียมคำตอบสำหรับคำถามยอดฮิต เช่น "แนะนำตัวหน่อย", "ทำไมเราต้องจ้างคุณ" หรือ "จุดอ่อนของคุณคืออะไร"
2. เทคนิค STAR: การเล่าเรื่องให้เห็นภาพ
เวลาถูกถามเกี่ยวกับประสบการณ์ในอดีต อย่าตอบแค่ว่า "เคยทำครับ/ค่ะ" แต่ให้ใช้เทคนิค STAR Method เพื่อให้คำตอบดูมีน้ำหนัก:
S (Situation): ปูพื้นหลังสั้นๆ ว่าเหตุการณ์ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น
T (Task): งานหรือเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จคืออะไร
A (Action): คุณ ทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานั้น (เน้นบทบาทของคุณเอง)
R (Result): ผลลัพธ์ที่ได้คืออะไร (ถ้าบอกเป็นตัวเลขได้จะดีมาก เช่น ยอดขายเพิ่มขึ้น 20%)
3. ภาษากายและทัศนคติ (Body Language & Attitude)
บางครั้ง "วิธีการพูด" สำคัญพอๆ กับ "สิ่งที่พูด":
สบตา (Eye Contact): แสดงถึงความจริงใจและความมั่นใจ
การฟังอย่างตั้งใจ: อย่ารีบตอบจนแทรกผู้สัมภาษณ์ ฟังให้จบคำถามก่อนแล้วค่อยเรียบเรียงคำพูด
พลังบวก: แม้จะพูดถึงปัญหาในงานเก่า ให้เน้นไปที่การเรียนรู้และการแก้ไข ไม่ควรตำหนิที่ทำงานเดิม
4. "มีคำถามจะถามเราไหม?" (The Closing)
นี่คือโอกาสทองที่จะแสดงความกระตือรือร้น ห้ามตอบว่า "ไม่มีครับ/ค่ะ" เด็ดขาด! ลองถามคำถามเหล่านี้แทน:
"เป้าหมายที่บริษัทคาดหวังจากตำแหน่งนี้ใน 6 เดือนแรกคืออะไรคะ?"
"วัฒนธรรมการทำงานของทีมที่นี่เป็นอย่างไร?"
"ทางบริษัทมีแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้หรือ Upskill พนักงานอย่างไรบ้างครับ?"
เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับยุคดิจิทัล
หากสัมภาษณ์ออนไลน์ (Virtual Interview) อย่าลืมเช็ก สัญญาณอินเทอร์เน็ต, แสงสว่างของใบหน้า และ ฉากหลัง ให้ดูสะอาดตา เพื่อความเป็นมืออาชีพครับ