สิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในครอบครัวเราไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นและไม่ได้มีเพียงเคสเราเคสเดียวที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ มีอีกหลายๆเคสที่ทำได้แค่บ่นให้คนรอบข้างฟังแต่ไม่ดำเนินการหรือร้องเรียนใดๆให้โรงพยาบาลปรับปรุงหรือพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นกับตัวเราเองเมื่อเรายังเป็นเด็ก เราไป รพ. ด้วยอาการมีไข้ ปวดหัว อาเจียน อาการเหล่านี้จะเป็นหนักในช่วงดึก คุณพ่อพาไปหาหมอตอนกลางคืนสิ่งที่คุณหมอวินิจฉัยคือ เป็นไข้หวัดธรรมดา ให้ยาพารา และยาตามอาการอื่นๆมาทานและกลับบ้าน เราทานจะยาหมดแต่อาการไม่ดีขึ้ร เป็นหนักช่วงดึกๆเหมือนเดิม ไป รพ. อีกครั้ง คุณหมอวินิจฉัยแบบเดิม ได้ยาแบบเดิมมาอีกครั้ง ใช่ค่ะเราทานจนยาเกือบหมดอีกรอบอาการไม่ดีขึ้น คุณพ่อจึงบอกให้เราอดทนรอไปหาหมอตอนเช้า ในระหว่างที่นอนรอคิว มีคุณพี่พยาบาลประจำโต๊ะซักประวัติท่านนึง จับไมค์ขึ้นมาประกาศผ่านไมค์ว่า คนป่วยไม่เป็นอะไรมากให้ทานยาตามที่หมอสั่งไปดูก่อน ไม่ใช่กินไปนิดหน่อยม่ดีขึ้นก็มาหาหมอใหม่ ยกตัวอย่างเคสพ่อลูกที่มาตอนกลาวคืนลูกไท่เป็นอะไรมากก็พามาหาหมอซ้ำๆ ใช่ค่ะ เคสที่คุณพยาบาลประกาศผ่านไมค์คือเราเอง เรารอจนได้พบคุณหมอ สรุป เป็นไข้เลือดออก ต้องแอทมิท ส่งเข้าห้องฉุกเฉิน (ซึ่งมีพี่พยาบาลท่านนึงที่เรารู้จักให้ความช่วยเหลือ) เมื่อตอนนั้นเรายังเด็กมาก จึงไม่กล้าที่จะออกมาเรียกร้องอะไร ไม่มีคำขอโทษใดๆจากพยาบาลคนนั้นหรือจากโรงพยาบาลเลย ที่เอาเรื้องราวของเราไปประกาศให้คนไข้คนอื่นๆฟัง
ครั้งที่ 2 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณพ่อของเราเอง เมื่อ 6-8 เดือนก่อนคุณพ่อตรวจพบไขมันในเส้นเลือด มีนัดเอคโค่หัวใจและตรวตเช็คสโตรกซึ่งระยะเวลานัดอีกคือ 6-8 เดือนข้างหน้า ก่อนถึงวันนัด 15 วัน วันที่ 25ธค.ที่ผ่านมา คุณพ่อเริ่มมีอาการ หมดสติรอบแรก ปลุกไม่ตื่น ปวดท้ายทอย ถูกส่งตัวไป รพ.แห่งนี้ สิ่งที่คุณหมอวิริจฉัยคือ ไม่เป็นอะไรมากอาจแพ้ยา ให้ยาแก้แพ้ และ วิตามินบำรุงร่างกายมา แต่หลังจากนั้น 2-3 วันคุณพ่อเริ่มมีอาการมุมปากตก น้ำลายไหล ทรงตัวเองไม่ได้ เดินเซ เราวิดิโอึอลหาคุณพ่อทุกวัน เพราะเราไม่ค่อยเชื่อมั่นการประเมินอากาเบื้องต้นของ รพ. แห่งนี้ เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดี เราเลือกที่จะโทรปรึกษา รพ. ประจำจังหวัด เขาจึงประสานงานรถฉุกเฉินและ รพ.ประจำ อ. แห่งนี้ให้ แต่คุณพ่อเลือกที่จะไม่ไปเพราะเหตุผลที่ว่าพึ่งไปหาหมอมาเองหมอบอกไม่เป็นอะไร เราทะเลาะกันหนักมากเพราะรู้ว่าอาการแบบนี้คือสโตรกแน่ๆ ระหว่างนี้เราโทรคุยกับพ่อทุกวันถามถึงอาการว่าเป็นยังไงดีขึ้นไหม จนวันที่ 6ธค. ในระหว่างที่วิดิโอคอลคุยกับคุณพ่อ คุณพ่อนั่งหลับกลางอากาศไม่รู้สึกตัวอีกครั้ง รถกู้ภัยส่งตัวไปที่รพ.เดิมอีกครั้งแต่ครั้งนี้ รพ.ประจำอ.แห่งนี้ เลือกส่งตัวคุณพ่อไปสแกนสมองที่ รพ. อ.ข้างเคียงเนื่องจากรพ.แห่งนี้ไม่มีเครื่องสแกนสมอง และผลออกมาตามคาดค่ะ เส้นเลือดในสมองอุดตันทั้ง 2ข้าง ถูกส่งตัวต่อไปรักษา รพ.ประจำจ. ระหว่างให้ยาอาการไม่ดีขึ้น นอนรักษาตัวอยู่ประมาณ 26 วัน และสุดท้ายคุณพ่อได้จากไปเมื่อวันที่ 1 มค. 69
เรื่องราวของเราเคยโพสถามลงในกลุ่มชุมชนประจำอำเภอ มีผู้แชร์ กดถูกใจ และผู้เสียหายรายๆอื่นๆออกมาคอมเม้น หลายเคส แต่โพสนี้ได้ถูกลบและเราถูกเตะออกจากกลุ่ม หากไปดูรีวิว รพ. จะเห็นว่ามีอีกหลายเคสที่เจอเหตุการณ์เดียวกัน
สิ่งที่เราพยายามเรียกร้อง คำขอโทษจากโรงพยาบาลแห่งนี้ การปรับปรุงและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ตอนนี้เราไม่มั่นใจและไม่กล้าที่จะฝากชีวิต สุขภาพ และร่างกาย ของคนในครอบครัว ไว้กับสถานพยาบาลแห่งนี้ คนจน คนแก่ ไม่มีทางเลือกจะทำอย่างไร
ปล. ยังมีเคสลูกสาวเราอีกนะคะ แต่ขอเล่าเพียงเท่านี้ก่อน
ประสบการณ์แย่ๆการบริการ และการประมินอาการเบื้องต้นของ โรงพยาบาลรัฐประจำอำเภอแห่งนึงในขอนแก่น
ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นกับตัวเราเองเมื่อเรายังเป็นเด็ก เราไป รพ. ด้วยอาการมีไข้ ปวดหัว อาเจียน อาการเหล่านี้จะเป็นหนักในช่วงดึก คุณพ่อพาไปหาหมอตอนกลางคืนสิ่งที่คุณหมอวินิจฉัยคือ เป็นไข้หวัดธรรมดา ให้ยาพารา และยาตามอาการอื่นๆมาทานและกลับบ้าน เราทานจะยาหมดแต่อาการไม่ดีขึ้ร เป็นหนักช่วงดึกๆเหมือนเดิม ไป รพ. อีกครั้ง คุณหมอวินิจฉัยแบบเดิม ได้ยาแบบเดิมมาอีกครั้ง ใช่ค่ะเราทานจนยาเกือบหมดอีกรอบอาการไม่ดีขึ้น คุณพ่อจึงบอกให้เราอดทนรอไปหาหมอตอนเช้า ในระหว่างที่นอนรอคิว มีคุณพี่พยาบาลประจำโต๊ะซักประวัติท่านนึง จับไมค์ขึ้นมาประกาศผ่านไมค์ว่า คนป่วยไม่เป็นอะไรมากให้ทานยาตามที่หมอสั่งไปดูก่อน ไม่ใช่กินไปนิดหน่อยม่ดีขึ้นก็มาหาหมอใหม่ ยกตัวอย่างเคสพ่อลูกที่มาตอนกลาวคืนลูกไท่เป็นอะไรมากก็พามาหาหมอซ้ำๆ ใช่ค่ะ เคสที่คุณพยาบาลประกาศผ่านไมค์คือเราเอง เรารอจนได้พบคุณหมอ สรุป เป็นไข้เลือดออก ต้องแอทมิท ส่งเข้าห้องฉุกเฉิน (ซึ่งมีพี่พยาบาลท่านนึงที่เรารู้จักให้ความช่วยเหลือ) เมื่อตอนนั้นเรายังเด็กมาก จึงไม่กล้าที่จะออกมาเรียกร้องอะไร ไม่มีคำขอโทษใดๆจากพยาบาลคนนั้นหรือจากโรงพยาบาลเลย ที่เอาเรื้องราวของเราไปประกาศให้คนไข้คนอื่นๆฟัง
ครั้งที่ 2 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณพ่อของเราเอง เมื่อ 6-8 เดือนก่อนคุณพ่อตรวจพบไขมันในเส้นเลือด มีนัดเอคโค่หัวใจและตรวตเช็คสโตรกซึ่งระยะเวลานัดอีกคือ 6-8 เดือนข้างหน้า ก่อนถึงวันนัด 15 วัน วันที่ 25ธค.ที่ผ่านมา คุณพ่อเริ่มมีอาการ หมดสติรอบแรก ปลุกไม่ตื่น ปวดท้ายทอย ถูกส่งตัวไป รพ.แห่งนี้ สิ่งที่คุณหมอวิริจฉัยคือ ไม่เป็นอะไรมากอาจแพ้ยา ให้ยาแก้แพ้ และ วิตามินบำรุงร่างกายมา แต่หลังจากนั้น 2-3 วันคุณพ่อเริ่มมีอาการมุมปากตก น้ำลายไหล ทรงตัวเองไม่ได้ เดินเซ เราวิดิโอึอลหาคุณพ่อทุกวัน เพราะเราไม่ค่อยเชื่อมั่นการประเมินอากาเบื้องต้นของ รพ. แห่งนี้ เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดี เราเลือกที่จะโทรปรึกษา รพ. ประจำจังหวัด เขาจึงประสานงานรถฉุกเฉินและ รพ.ประจำ อ. แห่งนี้ให้ แต่คุณพ่อเลือกที่จะไม่ไปเพราะเหตุผลที่ว่าพึ่งไปหาหมอมาเองหมอบอกไม่เป็นอะไร เราทะเลาะกันหนักมากเพราะรู้ว่าอาการแบบนี้คือสโตรกแน่ๆ ระหว่างนี้เราโทรคุยกับพ่อทุกวันถามถึงอาการว่าเป็นยังไงดีขึ้นไหม จนวันที่ 6ธค. ในระหว่างที่วิดิโอคอลคุยกับคุณพ่อ คุณพ่อนั่งหลับกลางอากาศไม่รู้สึกตัวอีกครั้ง รถกู้ภัยส่งตัวไปที่รพ.เดิมอีกครั้งแต่ครั้งนี้ รพ.ประจำอ.แห่งนี้ เลือกส่งตัวคุณพ่อไปสแกนสมองที่ รพ. อ.ข้างเคียงเนื่องจากรพ.แห่งนี้ไม่มีเครื่องสแกนสมอง และผลออกมาตามคาดค่ะ เส้นเลือดในสมองอุดตันทั้ง 2ข้าง ถูกส่งตัวต่อไปรักษา รพ.ประจำจ. ระหว่างให้ยาอาการไม่ดีขึ้น นอนรักษาตัวอยู่ประมาณ 26 วัน และสุดท้ายคุณพ่อได้จากไปเมื่อวันที่ 1 มค. 69
เรื่องราวของเราเคยโพสถามลงในกลุ่มชุมชนประจำอำเภอ มีผู้แชร์ กดถูกใจ และผู้เสียหายรายๆอื่นๆออกมาคอมเม้น หลายเคส แต่โพสนี้ได้ถูกลบและเราถูกเตะออกจากกลุ่ม หากไปดูรีวิว รพ. จะเห็นว่ามีอีกหลายเคสที่เจอเหตุการณ์เดียวกัน
สิ่งที่เราพยายามเรียกร้อง คำขอโทษจากโรงพยาบาลแห่งนี้ การปรับปรุงและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ตอนนี้เราไม่มั่นใจและไม่กล้าที่จะฝากชีวิต สุขภาพ และร่างกาย ของคนในครอบครัว ไว้กับสถานพยาบาลแห่งนี้ คนจน คนแก่ ไม่มีทางเลือกจะทำอย่างไร
ปล. ยังมีเคสลูกสาวเราอีกนะคะ แต่ขอเล่าเพียงเท่านี้ก่อน