พม่า แพ้ไทย แพ้มอญ แพ้อังกฤษ แล้วยังแพ้จีนอีกหรอ ต้องให้ไทยใหญ่ขับไล่ จ้าวอาเซียนนะพม่า ทำไมแพ้เยอะแบบนี้

การล่มสลายของพุกาม
    ธันวาคม ค.ศ.1277 หลังเสร็จศึกที่งะซองยัน นาเซอร์ อัลดิน บุตรชาย ไซยิด อาจาล ข้าหลวงยูนนาน ได้นำทหารม้าธนู 3,800 นาย เคลื่อนทัพไปกองสิน ซึ่งเป็นด้านป้องกันช่องแคบผามอ ทัพมองโกลตีทัพแคว้นเมี่ยน เมืองขึ้นของพุกามแตกพ่ายและยึดทำลายป้อมค่ายที่ถูกทิ้งไว้ แต่เนื่องจาก อากาศร้อนเกินจะตั้งทัพอยู่ที่นั่น อีกทั้งเริ่มมีมาเลเรียระบาด จึงยกทัพกลับ
    แม้มองโกลจะเป็นฝ่ายชนะ แต่พม่ายังคงอ้างสิทธิ์ในอาณาเขตชายแดน โดยอาศัยช่วงที่มองโกลถอยทัพกลับเพราะสภาพอากาศ ส่งทหารเข้ามาสร้างป้อมค่ายขึ้นใหม่ที่กองสินและงะซองยันในปลายปี ค.ศ.1278 โดยมีขุนพล อินทะ พยิสสิเป็นผู้บัญชาการ
    สามปีต่อมา จอมข่านก็ทรงหันมาสนใจดินแดนทางใต้อีกครั้ง เนื่องด้วยหลังประสบความสำเร็จในการพิชิตอาณาจักรซ่งใต้ในปี ค.ศ.1279 กุบไลข่านก็ต้องล้มเหลวอีกครั้งกับการส่งทัพบุกญี่ปุ่นในปี ค.ศ.1281 จึงทำให้พระองค์ทรงกระหายที่จะได้ชัยชนะมากู้หน้า
     และในปี ค.ศ.1281นั้นเอง กุบไลข่านก็ส่งทูตไปเรียกบรรณาการจากพุกามและจามปา ทั้งให้พุกามต้องส่งคณะเสนาบดีอาวุโสทั้งสิบคน พร้อมทหารม้า 1,000 นายไปแสดงความภักดีต่อจอมข่านที่เมืองข่านบาลิก (กรุงปักกิ่ง) ส่วนอาณาจักรจามปานั้น กุบไลข่านได้สั่งให้กษัจริย์จามปาต้องเสด็จไปที่ข่านบาลิกด้วยตนเอง
      ทั้งพุกามและจามปา ต่างปฏิเสธ กุบไลข่านจึงถือเป็นเหตุประกาศสงคราม โดยสั่งให้ส่งกองทัพบุกทั้งสองอาณาจักรพร้อมกัน
      ทางด้านพุกามนั้น พระเจ้านรสีหบดียังทรงเข้าพระทัยว่ามองโกลจะทำสงครามเพื่อยึดหัวเมืองชายแดนกลับคืน แต่ในครั้งนี้ กุบไลข่านทรงมีเป้าหมายที่จะยึดพม่าตอนเหนือทั้งหมดแล้ว
ขณะจักรวรรดิพุกามกำลังมีภัยคุกคามจากทางเหนือ ก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นทางใต้ โดยในปีนั้น หัวหน้าชุมชนมอญ ชื่อ มะกะโท ได้ลอบสังหาร อลิมามาง เจ้าเมืองเมาะตะมะ ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญของพุกามแถบทะเลอันดามันและยึดเมือง ตั้งตนเป็นกษัตริย์ โดยส่งทูตไปสวามิภักดิ์ พ่อขุนรามคำแหง กษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย และได้พระราชทานนามว่า พระเจ้าฟ้ารั่ว หรือ วาเรรุ
     แม้ในเวลานั้น จะมีพระโอรสสามพระองค์ของพระเจ้านรสีหบดีครองเมืองทางใต้ คือ พะสิม ทะละ และแปรแต่พระองค์ก็ไม่ได้มีบัญชาให้จัดการกับเมาะตะมะแต่อย่างใด ซึ่งอาจเป็นเพราะพระองค์ทรงกังวลกับปัญหามองโกลจนไม่สนพระทัยเรื่องอื่น
ปี ค.ศ.1283 หลังใช้เวลาเตรียมการหนึ่งปี กุบไลข่านก็ทรงมีบัญชาให้เคลื่อนกำลังสองกองทัพ บุกพุกามและจามปา
      กองทัพมองโกลที่บุกพุกามนำโดยเจ้าชายซันกูดา ที่มีกำลังพลประกอบด้วย ทหารม้าธนูชาวมองโกล เติร์ก เปอร์เซียและชนชาติต่างๆในเอเชียกลาง 14,000 นาย บัญชาการโดย แม่ทัพยาลูเบ็ค และทหารจากเสฉวนอีก10,000 นาย พร้อมกับกองกำลังจากชนเผ่าในยูนนาน โดยมีรี้พลรวมทั้งสิ้น กว่าสามหมื่นนาย
    พระเจ้านรสีหบดีทรงให้แม่ทัพ นันทะพยิสสิและยันดาพยิสสิ คุมพล 20,000 นาย มาตั้งรับข้าศึกที่ป้อมค่ายในงะซองยัน
กองทัพมองโกลเข้าล้อมป้อมที่งะซองยันและส่งกำลังเข้าโจมตี ทว่าแม่ทัพพม่าทั้งสองได้ยืนหยัดต่อสู้อย่างเต็มที่ โดยทัพพุกามสามารถต้านข้าศึกได้นานกว่าสองเดือน ก่อนที่ทัพมองโกลจะสามารถทำลายป้อมนี้ได้ในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1283 โดยแม่ทัพทั้งสองได้ถอย ทัพไปทางกองสิน
      หลังตีงะซองยันได้ เจ้าชายซันกูดาได้เคลื่อนทัพผ่านแนวป้องกันของพุกามและตามไปตีทัพพุกามที่กองสิน แตกพ่าย โดยฝ่ายพุกามได้เสียทหารไปกว่าหนึ่งหมื่นนาย จากนั้นทัพมองโกลได้รุกเข้าสู่หุบเขาอิระวดีก่อนเข้าตีเมืองตะกองและยึดเมืองได้ ในเดือนกุมภาพันธุ์ ปี ค.ศ.1284 โดยแม่ทัพ ยันดา พยิสสิ ตายในที่รบ
      ทว่าสภาพอากาศร้อนชื้นของหุบเขาอิระวดี ทำให้กองทหารที่มาจากเอเชียกลางเริ่มล้มป่วย จนมองโกลต้องถอนทัพจากตะกอง เปิดโอกาสให้พม่ากลับมายึดเมืองคืน แต่ในฤดูหนาว มองโกลก็กลับมาตีทัพพม่าที่รักษาเมืองตะกองแตกพ่ายและเข้ายึดเมือง ก่อนเคลื่อนทัพบุกลงใต้ จากนั้น ในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ.1285 ทัพมองโกลก็มาถึงหันลินซึ่งอยู่ห่างจากนครหลวงพุกาม เพียง 270 กิโลเมตร  
      ข่าวความพ่ายแพ้ที่เมืองตะกองทำให้พระเจ้านรสีหบดีทรงตกพระทัยและเมื่อทรงทราบว่า ทัพมองโกลมาถึงหันลินแล้ว ก็ทำให้พระองค์ทรงหวาดกลัวจนทิ้งเมืองหลวงและเสด็จหนีไปยังหัวเมืองทางใต้
     แต่ทัพมองโกลก็ไม่ได้บุกเข้ายึดเมืองพุกามและยั้งทัพอยู่ที่หันลิน เนื่องจากไม่ได้อยู่ในแผนที่เตรียมไว้
      อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้ ทำให้เกิดความวุ่นวายในจักรวรรดิพุกาม บรรดาประเทศราชเริ่มแยกตัว ขณะที่พระโอรสทั้งสามของพระเจ้านรสีหบดีที่ครองหัวเมืองทางใต้ ก็ไม่ได้ให้การสนับสนุนพระบิดาในการทำศึกกับมองโกล
     ต่อมาหัวหน้าชาวมอญที่เมืองพะโคได้ก่อกบฏ สังหารเจ้าเมิองชาวพม่าแล้วตั้งตนเป็นกษัตริย์ ชื่อ พระเจ้าตราพระยา ซึ่งพระเจ้านรสีหบดีก็ไม่มีกำลังพอปราบปรามได้ จนทำให้ดินแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของพุกามคือ พะโคและเมาะตะมะ ตั้งตนเป็นอิสระ
         ปี ค.ศ.1286 พระเจ้านรสีหบดีได้ส่งคนไปขอเจรจาสงบศึกกับเจ้าชายซันกูดาที่หันลิน ฝ่ายมองโกล ที่เวลานั้นได้ยึดพื้นที่พม่าตอนเหนือและตั้งเป็นมณฑลเจิงเมี่ยนตกลงยอมรับการสงบศึก โดยให้พุกามส่งทูตไปแสดงการสวามิภักดิ์ต่อจอมข่านที่เมืองข่านบาลิก
       พระเจ้านรสีหบดีทรงยอมตามข้อเสนอ เพื่อแลกกับการที่มองโกลจะถอนทัพ จากนั้น ในเดือนมกราคม ปี ค.ศ.1287 หลังทูตพม่าไปถึงข่านบาลิกและแสดงความสวา มิภักดิ์ กุบไลข่านก็ทรงให้กองทัพมองโกลถอนกำลังกลับ ทว่านอกจากพุกามจะต้องเป็นรัฐบริวาร ถวายบรร ณาการรายปีแล้ว มองโกลยังได้ตั้งพื้นที่ตอนกลางของพม่าเป็นมณฑลเมี่ยนจง ด้วย
        หลังคณะทูตกลับจากข่านบาลิกและทัพมองโกลถอยไปหมดแล้ว พระเจ้านรสีหบดีก็เสด็จกลับพุกาม ทว่าในเดือนกรกฏาคมปีเดียวกัน พระองค์กลับถูกสีหตู โอรสองค์รองที่เป็นเจ้าเมืองแปรวางยาพิษ จนสิ้นพระชนม์ จากนั้นพุกามก็เกิดความวุ่นวาย
     ปลายปี ค.ศ.1287 ข้าหลวงมองโกลประจำยูนนานได้ส่งกองทัพบุกเมืองพุกาม โดยเพิกเฉยต่อสนธิสัญญาที่ข่านบาลิก แต่ทัพมองโกลถูกต่อต้านจากกองทัพพม่า จนต้องถอยทัพกลับไปเมืองตะกองและยุติการรุกรานเพียงเท่านั้น
    ค.ศ.1290 มองโกลได้ยุบมณฑลเมี่ยนจงในพม่าตอนกลาง เหลือเพียงมณฑลเจิงเมี่ยน ต่อมา มีขุนศึกไทใหญ่สามพี่น้องได้ตั้งแคว้นของตนและเข้ายึดเมืองพุกาม ในปี ค.ศ.1300 ทำให้ข้าหลวงมองโกลที่ยูนนานต้องส่งทหารมาแทรกแซง
      ทว่าทัพมองโกลกลับถูกพวกไทใหญ่ตีแตกพ่าย จากนั้นในปี ค.ศ.1303 พวกไทใหญ่ก็ขับไล่ทหารมองโกลออกจากพม่าตอนบน ทำให้มองโกลต้องยุบมณฑลเจิงเมี่ยนและถอนทหารกลับไปยูนนาน เป็นการปิดฉากการปกครองดินแดนพม่าของชาวมองโกลแห่งราชวงศ์หยวน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่