อย่านับขั้นสมาธิ
"สมาธิ มีขั้นเดียว
คือสมาธิ มันจะก้าวไประดับไหน ก็คือ...
สมาธิอันเดียว อย่าไปนับขั้นนับตอนอะไร
ขอให้มันเป็นสมาธิ เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้ว...
เราละบาป ได้หรือเปล่า?
ศีล ๕ เราบริสุทธิ์หรือเปล่า?
เอากันที่ตรงนี้เป็นเครื่องตัดสินเรื่องของสมาธิใครจะไปถึงขั้นใด ตอนใด ถ้าจิตไม่บริสุทธิ์
ไม่มี...ทาง
ในสังคมของพุทธบริษัท ที่เราต้องวุ่นวายกันอยู่นี่! เพราะศีลมันไม่เสมอกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระเจ้าพระสงฆ์นี่! องค์หนึ่งกินนมตอนเย็นได้ แต่อีกองค์หนึ่งกินไม่ได้
พอมาเจอกันเข้า ท่านก็เถียงกัน องค์หนึ่งจับจ่ายใช้สอยด้วยมือตนเอง ไม่ได้ แต่อีกองค์หนึ่งทำได้ มาเจอกันเข้าท่านก็เถียงกัน
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าการปกครองบ้านเมือง ปกครองศาสนา บ้านเมืองกฎหมายรัฐธรรมนูญ นั่นแหละ! เป็นหลักสำคัญ
ทางศาสนา ศีล คือวินัยเป็นหลักสำคัญ
กฎหมาย ก็ดี
ศีลคือวินัย ก็ดี
เป็นหลักที่เราจะปรับความประพฤติ ให้มีพื้นฐาน เท่าเทียมกัน ถ้าเราไปยิ่งหย่อนกว่ากันแล้ว ก็มีการปรักปรำกัน
แต่ทางกฎหมายปกครองบ้านเมือง
ในเมื่อมีคดีเกิดขึ้น ก็ต้องมีโจทก์มีจำเลย
มีหลักฐานพยาน แต่ศีลคือวินัยที่พระพุทธเจ้า
ทรงบัญญัตินี่! ตัวเองเป็นโจทก์ตัวเอง
ตัวเองเป็นจำเลยตัวเอง ตัวเองเป็นหลักฐานพยานตัวเอง คือตัวเองต้องพิจารณาตัวเองว่า
มีความบริสุทธิ์ หรือไม่บริสุทธิ์
เพราะฉะนั้น เราปฏิบัติสมาธิ...
จิต ของเราจะไปถึงสมาธิขั้นใดตอนใด
กี่ขั้น กี่ตอนก็ตาม ผลลัพธ์ ก็คือว่า...
เราละความชั่วได้ นี่! มันอยู่ที่ตรงนี้ได้หรือเปล่า?
ถ้าสมมติว่า...
เรามีครอบครัว เราไม่แอบไปหากำไรนอก
บ้าน นั่น! แสดงว่าเราบริสุทธิ์แล้ว ดูกันง่ายๆ อย่างนี้
อย่า...ไปดูให้มันลึกนัก สำคัญที่ปัจจุบัน."
-------------------------------------------------------------------
คัดลอกมาจากหนังสือฐานิยปูชา 2543
หน้า 16-18
อย่านับขั้นสมาธิ"สมาธิ มีขั้นเดียว
"สมาธิ มีขั้นเดียว
คือสมาธิ มันจะก้าวไประดับไหน ก็คือ...
สมาธิอันเดียว อย่าไปนับขั้นนับตอนอะไร
ขอให้มันเป็นสมาธิ เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้ว...
เราละบาป ได้หรือเปล่า?
ศีล ๕ เราบริสุทธิ์หรือเปล่า?
เอากันที่ตรงนี้เป็นเครื่องตัดสินเรื่องของสมาธิใครจะไปถึงขั้นใด ตอนใด ถ้าจิตไม่บริสุทธิ์
ไม่มี...ทาง
ในสังคมของพุทธบริษัท ที่เราต้องวุ่นวายกันอยู่นี่! เพราะศีลมันไม่เสมอกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระเจ้าพระสงฆ์นี่! องค์หนึ่งกินนมตอนเย็นได้ แต่อีกองค์หนึ่งกินไม่ได้
พอมาเจอกันเข้า ท่านก็เถียงกัน องค์หนึ่งจับจ่ายใช้สอยด้วยมือตนเอง ไม่ได้ แต่อีกองค์หนึ่งทำได้ มาเจอกันเข้าท่านก็เถียงกัน
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าการปกครองบ้านเมือง ปกครองศาสนา บ้านเมืองกฎหมายรัฐธรรมนูญ นั่นแหละ! เป็นหลักสำคัญ
ทางศาสนา ศีล คือวินัยเป็นหลักสำคัญ
กฎหมาย ก็ดี
ศีลคือวินัย ก็ดี
เป็นหลักที่เราจะปรับความประพฤติ ให้มีพื้นฐาน เท่าเทียมกัน ถ้าเราไปยิ่งหย่อนกว่ากันแล้ว ก็มีการปรักปรำกัน
แต่ทางกฎหมายปกครองบ้านเมือง
ในเมื่อมีคดีเกิดขึ้น ก็ต้องมีโจทก์มีจำเลย
มีหลักฐานพยาน แต่ศีลคือวินัยที่พระพุทธเจ้า
ทรงบัญญัตินี่! ตัวเองเป็นโจทก์ตัวเอง
ตัวเองเป็นจำเลยตัวเอง ตัวเองเป็นหลักฐานพยานตัวเอง คือตัวเองต้องพิจารณาตัวเองว่า
มีความบริสุทธิ์ หรือไม่บริสุทธิ์
เพราะฉะนั้น เราปฏิบัติสมาธิ...
จิต ของเราจะไปถึงสมาธิขั้นใดตอนใด
กี่ขั้น กี่ตอนก็ตาม ผลลัพธ์ ก็คือว่า...
เราละความชั่วได้ นี่! มันอยู่ที่ตรงนี้ได้หรือเปล่า?
ถ้าสมมติว่า...
เรามีครอบครัว เราไม่แอบไปหากำไรนอก
บ้าน นั่น! แสดงว่าเราบริสุทธิ์แล้ว ดูกันง่ายๆ อย่างนี้
อย่า...ไปดูให้มันลึกนัก สำคัญที่ปัจจุบัน."
-------------------------------------------------------------------
คัดลอกมาจากหนังสือฐานิยปูชา 2543
หน้า 16-18