เป็นลูกคนโตมันลำบากขนาดนี้เลยใช่ไหม

เราอยากใช้พื้นที่กระทู้นี้ เป็นที่ระบายความอัดอั้นที่มันอยู่ในใจ เราไม่เคยระบายความรู้สึกสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับตัวเราให้กับคนใกล้ตัวเลย โดยเฉพาะคนในครอบครัว

เราเป็นลูกสาวคนโต มีพ่อ แม่ และน้องชาย ตอนนี้แม่แยกออกจากบ้านไปหางานทำตจว.คนเดียวมาเกือบ 5 ปี แต่งานที่แม่ทำได้เงินไม่เยอะ จนเราต้องส่งให้เกือบทุกครั้งที่แม่มาขอ ซึ่งมันไม่เคยจะพอ และภาระหนี้ก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ประมาณปลายปี 67 เราตกงานไม่มีเงินเดือน แต่มีหนี้ที่ต้องจ่ายทุกเดือน เราก็พยายามหางานในเน็ต เพื่อที่อย่างน้อยเราจะได้เอามาจ่ายหนี้บางส่วน แต่กลับกลายเป็นว่าเราไปเจอพวกมิจฉาชีพหลอกให้สมัครงานที่เราจะได้ค่าคอมจากการกดสั่งซื้อสินค้าให้บริษัท ตอนนั้นเราเสียเงินเก็บที่ได้จากการกู้บ้านมา ไปประมาณแสนกว่า ซึ่งสภาพจิตใจตอนนั้นเราแย่มากๆ หนี้สินรุมเร้า แจ้งความไปก็ไม่ได้มีเปอร์เซ็นที่จะได้เงินคืน เราเลยต้องไปหาสมัครงานพาร์ทไทม์ ทำงาน 2 กะ ทำตั้งแต่ 7 โมง ถึง 4 ทุ่ม เกือบทุกวัน เพื่อที่จะเอามาจ่ายหนี้ให้ทัน ตอนนั้นเราเพียงต้องการแค่ให้แม่เรากลับมาบ้านเพื่อช่วยกันหางาน หรือทำอะไรขายด้วยกัน แต่แม่เรายืนกรานที่จะไม่กลับมา เราทะเลาะกันเรื่องนี้มานานก่อนที่จะเกิดเหตุนี้เป็นปีๆ แต่แม่ก็เลือกที่จะให้เหตุผลว่า กลับบ้านไปก็ไม่มีงานที่แม่ทำได้ แล้วตอนที่เราเสียเงินแสนไป แม่ก็พูดมาประโยคนึงที่ทำให้เราเจ็บมากคือ เราเลือกที่จะไม่ส่งเงินให้แม่ แต่เลือกที่จะโอนเงินให้มิจฉาชีพ ช่วงเวลานั้นเรารู้สึกว่า เรามีค่าให้แม่ได้แค่การเป็นตู้กดเงินที่แม่จะมาขอเมื่อไหร่ก็ได้ จนเราก็เลยเลือกที่จะไม่ติดต่อแม่อีกไปหลายเดือน

ตอนนั้นเรารู้สึกได้ว่า สุดท้ายถ้าแม่ไม่ได้เงินจากเรา แม่ก็จะไปขอพ่อแทน เราปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น และเหนื่อยจนไม่อยากคุยกับใคร พ่อก็รู้ว่าเราต้องจ่ายหนี้ที่มันเกิดขึ้น พ่อก็ไม่เคยมาก้าวก่ายอะไร และคอยดูแลเรากับน้องต่อมาเสมอ แต่สุดท้ายการที่แม่ไปกดดันขอเงินพ่ออยู่เรื่อยๆ ทั้งๆที่พ่อก็ต้องจ่ายหนี้ภายในบ้านเหมือนกัน มันก็ทำให้ขีดจำกัดของพ่อก็ถึงจุดสูงสุด พ่อก็มาระบายกับเราว่า แม่ขอเงินไปเยอะมากๆในแต่ละเดือน แต่ไม่เคยจะพอ พ่อเหนื่อยที่ต้องส่งให้แบบนี้แล้ว เหตุผลที่แม่อ้างมาตลอดคือ ไม่ใช่ว่าไม่อยากกลับบ้าน แต่ถ้ากลับไปก็ไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน แต่ก็ยังมีหนี้ที่แม่ก่อไว้ไม่จบไม่สิ้นที่ต้องจ่ายอีก เราเคยพูดไปหลายครั้งแล้วว่า เรื่องนี้มันไม่ได้ยากตรงไหนเลย ถ้าแม่เลือกที่จะกลับมาบ้าน เราก็พร้อมที่จะลำบากไปด้วยกัน แต่แม่ก็เลือกที่จะไม่กลับ และยังคงขอเงินพ่อไม่ก็เราอยู่เรื่อยๆ ถ้าไม่ได้จากพ่อ ก็จะมากดดันเราให้ไปขอพ่อให้ได้อีก เราเหนื่อยมากๆ แค่ทำงานทุกวันนี้เพื่อมาใช้หนี้ที่เราต้องกู้ให้แม่ไป หรือใช้จ่ายในแต่ละเดือนก็แทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว บ้างครั้งกับพูดตัดพ้อของแม่ก็ทำร้ายจิตใจเรามากๆจนเราไม่อยากคุยด้วย หรือเราเกลียดแม่มากๆคือ แม่ชอบพูดว่าถ้าไม่มีแม่ หรือถ้าแม่ตายไปก็คงจะไม่ทำให้ใครลำบาก และทิ้งท้ายด้วยคำพูดว่า แม่ขอโทษ แล้วความรู้สึกของเราละ การที่แม่พูดมาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง คือเราต้องหาเงินมาให้ได้ใช่ไหม

เราไม่รู้ว่าเราจะทำยังไงต่อไป เราก็เป็นลูกเขาไม่ใช่หรอ เราแค่ต้องการมีชีวิตอยู่ ได้ใช้ชีวิตที่มีอยู่ให้ดี แต่ทำไม เขาไม่ใช่แม่ที่เราเคยรู้จักอีกแล้วละ ทุกครั้งที่คุยกันก็มีแต่คำพูดแบบนี้มาทำร้ายเรา แต่เขาเลือกที่จะอ้างว่า แค่พูดให้ฟังเฉยๆ แต่ความรู้สึกของเราละ มันไม่เคยดีขึ้นเลย มีแต่จะแย่ลง เราพูดไม่ได้เต็มปากว่าเกลียดแม่ แต่ก็ไม่อยากพูดว่ารักเขาเหมือนกัน เราเหนื่อย เราสงสารพ่อที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ เราสงสารน้องว่าถ้าเกิดมันมีเหตุการณ์แบบนี้กับน้องจะเป็นยังไง เรายังคงห่วงแม่ที่ถึงแม้ว่าเขาจะแยกไปอยู่ไกลบ้านกันนานเป็นปีๆ เราก็ยังห่วงเขาอยู่ และถึงแม้ว่าเขาจะพูดจาแบบนั้นกับเรา เราก็ยังห่วงเขา แต่แม่กลับไม่ใช่แม่ที่เราเคยรู้จักอีกแล้ว

ขนาดในวันเกิดเราแม่ก็ยังมาขอเงินเราอยู่ เราไม่รู้แล้วว่าในสายตาเขา เรายังเป็นลูกอยู่อีกไหม ทำไมมันต้องเป็นเราที่แบกรับความรู้สึกพวกนี้เอาไว้ เราเคยพูดแรงๆใส่แม่ไปว่า ถ้าเราโอนเงินให้แล้วแม่ยังไม่กลับบ้านมา ก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก ซึ่งตอนนั้นแม่ก็หายไปสักพักนึงแล้วก็กลับมาพูดแบบเดิมว่า แม่ยังกลับไม่ได้ กำลังเคลียข้าวของต่างๆไปขาย เพื่อหาเงินกลับบ้าน

ทุกอย่างมันวนเป็นลูปที่ไม่จบไม่ไม่สิ้นสักที เราเหนื่อยมากๆ แต่ก็ยังคงต้องใช้ชีวิตต่อไป เราไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องยอมรับมันต่อไปแบบนั้นสินะ

ถ้าใครที่อ่านมาจนถึงตรงนี้เราขอขอบคุณมากๆเลยนะคะ ที่มาอ่านเรื่องราวของเรา และถ้าใครที่ประสบเหตุการณ์คล้ายกันกับเรา เราก็เป็นกำลังใจให้นะคะ เราไม่รู้จะผ่านพ้นมันไปได้สักแค่ไหน แต่เราจะพยายามต่อไปค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่