จากการสนทนาระหว่าง "พ่อจาน" และ "ลูกถ้วย" เราได้ชวนกันมองข้ามช็อตจากการวิเคราะห์ข่าวการเมืองโลกแบบผิวเผิน
เข้าสู่การเจาะลึกถึงโครงสร้างอำนาจและจิตวิทยาของผู้อยู่หลังม่านโลก โดยสรุปเป็นประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ:
1. มายาภาพของ "สงคราม": เมื่อรัฐชาติเป็นเพียงหมากบนกระดาน
เรามักมองว่ามหาอำนาจอย่างอเมริกา รัสเซีย หรือจีน กำลังห้ำหั่นกันเพื่อศักดิ์ศรีของชาติ
แต่หากมองด้วย
โยนิโสมนสิการ เราจะเห็นการเชื่อมโยงของ
"Super Elite"
ผ่านกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock หรือ Vanguard ที่ถือครองสินทรัพย์ข้ามพรมแดน
ความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์นั้น
ในมุมหนึ่งอาจเป็น
"ความผิดพลาดที่ถูกจัดฉาก" (Manufactured Crisis)
เพื่อทำลายระเบียบเก่าและสร้างระเบียบโลกใหม่ที่ควบคุมได้เบ็ดเสร็จกว่าเดิม
2. เดิมพันที่ไม่สมเหตุสมผล: ทำไมต้องเสี่ยงตายกันหมด?
ในทางทฤษฎีเกม การท้าทายมหาอำนาจนิวเคลียร์ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไร้สติ
เพราะหากเกิดสงครามจริง Elite เองก็เสี่ยงที่จะสูญเสียทุกอย่าง แต่พิจารณาดูให้ดี...
กลุ่มคนระดับบนสุดเหล่านี้ไม่ได้เดือดร้อนกับวิกฤตเศรษฐกิจเหมือนประชาชนทั่วไป
พวกเขามี "หลุมหลบภัย" ทั้งทางการเงินและกายภาพ สงครามจึงอาจเป็นเพียงเครื่องมือในการ "เผาทรัพยากรเก่า"
เพื่อบีบให้มนุษยชาติยอมจำนนต่อระบบการควบคุมใหม่
3. "ภวตัณหา" และเป้าหมายสุดท้าย: การเอาชนะความตาย
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากพ่อจาน คือข้อสันนิษฐานว่าเป้าหมายสุดท้ายของ Elite อาจไม่ใช่แค่ความรวย
แต่มันคือการ
"เอาชนะความตาย" (Transhumanism)
เขาอาจกำลังสร้างระบบที่รันบน AI และ Cloud เพื่อ "อัพโหลดจิต" ของตนเองให้เป็นอมตะ
การต้องควบคุมโลกกายภาพให้เบ็ดเสร็จ (Total Automation) ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มนุษย์รุ่นหลังมา
"ถอดปลั๊ก"
หรือทำลายระบบพยุงชีพดิจิทัลของพวกเขานั่นเอง
-------------------------------------
"สงครามโลกและวิกฤตเศรษฐกิจ อาจไม่ใช่ความผิดพลาดทางการเมือง แต่คือ 'บทละคร'
ที่ถูกเขียนโดยกลุ่มทุนที่ต้องการจัดระเบียบโลกใหม่ เพื่อสร้างระบบพยุงชีพให้แก่ 'จิตที่เป็นอมตะ' ของพวกเขาในอนาคต...
เรากำลังอยู่ในยุคที่ความกลัวตายของคนไม่กี่กลุ่ม กำลังสั่นคลอนชีวิตของคนทั้งโลกอยู่หรือไม่?"
กลอน: ตัณหาดิจิทัล กับ ปลั๊กไฟแห่งไตรลักษณ์
ครองโลกใบไม่พอใจใจยังพร่อง
หวังจะครองโลก Cloud เป็นอมตะ
สร้างบทละครซ่อนกลไกไว้ลดละ
หวังชนะความตายด้วยปลายนิ้ว
กลัวคนมา "ถอดปลั๊ก" หักห้ามจิต
จึงคุมทิศกายภาพไว้อย่างหิว-
กระหายในอำนาจอย่างน่านิ่ว
แต่อนิจจา... สังขารพริ้วตามกรรมไป
ต่อให้ฝังจิตไว้ในระบบ
ก็ไม่จบดับทุกข์ที่จุดไหน
เพราะตัณหายังพร่องอยู่ในใจ
ยังอยากได้ฝั่งโน้น...ไม่รู้พอ
พระรัฐปาละเตือนไว้ "ไม่เคยอิ่ม"
แม้จะพิมพ์รหัสสร้างทางไปต่อ
แต่ปัญญาคือจุดจบที่ต้องรอ
หยุดพะนอ "ตัณหา" จึงผาสุก
เมื่อมหาอำนาจเล่นเกมเสี่ยงนิวเคลียร์: หรือแท้จริงคือ 'บทละคร' เพื่ออมตะ?
* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะเข้าสู่การเจาะลึกถึงโครงสร้างอำนาจและจิตวิทยาของผู้อยู่หลังม่านโลก โดยสรุปเป็นประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ:
1. มายาภาพของ "สงคราม": เมื่อรัฐชาติเป็นเพียงหมากบนกระดาน
เรามักมองว่ามหาอำนาจอย่างอเมริกา รัสเซีย หรือจีน กำลังห้ำหั่นกันเพื่อศักดิ์ศรีของชาติ
แต่หากมองด้วย โยนิโสมนสิการ เราจะเห็นการเชื่อมโยงของ "Super Elite"
ผ่านกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock หรือ Vanguard ที่ถือครองสินทรัพย์ข้ามพรมแดน
ความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์นั้น
ในมุมหนึ่งอาจเป็น "ความผิดพลาดที่ถูกจัดฉาก" (Manufactured Crisis)
เพื่อทำลายระเบียบเก่าและสร้างระเบียบโลกใหม่ที่ควบคุมได้เบ็ดเสร็จกว่าเดิม
2. เดิมพันที่ไม่สมเหตุสมผล: ทำไมต้องเสี่ยงตายกันหมด?
ในทางทฤษฎีเกม การท้าทายมหาอำนาจนิวเคลียร์ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไร้สติ
เพราะหากเกิดสงครามจริง Elite เองก็เสี่ยงที่จะสูญเสียทุกอย่าง แต่พิจารณาดูให้ดี...
กลุ่มคนระดับบนสุดเหล่านี้ไม่ได้เดือดร้อนกับวิกฤตเศรษฐกิจเหมือนประชาชนทั่วไป
พวกเขามี "หลุมหลบภัย" ทั้งทางการเงินและกายภาพ สงครามจึงอาจเป็นเพียงเครื่องมือในการ "เผาทรัพยากรเก่า"
เพื่อบีบให้มนุษยชาติยอมจำนนต่อระบบการควบคุมใหม่
3. "ภวตัณหา" และเป้าหมายสุดท้าย: การเอาชนะความตาย
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากพ่อจาน คือข้อสันนิษฐานว่าเป้าหมายสุดท้ายของ Elite อาจไม่ใช่แค่ความรวย
แต่มันคือการ "เอาชนะความตาย" (Transhumanism)
เขาอาจกำลังสร้างระบบที่รันบน AI และ Cloud เพื่อ "อัพโหลดจิต" ของตนเองให้เป็นอมตะ
การต้องควบคุมโลกกายภาพให้เบ็ดเสร็จ (Total Automation) ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มนุษย์รุ่นหลังมา "ถอดปลั๊ก"
หรือทำลายระบบพยุงชีพดิจิทัลของพวกเขานั่นเอง
-------------------------------------
"สงครามโลกและวิกฤตเศรษฐกิจ อาจไม่ใช่ความผิดพลาดทางการเมือง แต่คือ 'บทละคร'
ที่ถูกเขียนโดยกลุ่มทุนที่ต้องการจัดระเบียบโลกใหม่ เพื่อสร้างระบบพยุงชีพให้แก่ 'จิตที่เป็นอมตะ' ของพวกเขาในอนาคต...
เรากำลังอยู่ในยุคที่ความกลัวตายของคนไม่กี่กลุ่ม กำลังสั่นคลอนชีวิตของคนทั้งโลกอยู่หรือไม่?"
กลอน: ตัณหาดิจิทัล กับ ปลั๊กไฟแห่งไตรลักษณ์
ครองโลกใบไม่พอใจใจยังพร่อง
หวังจะครองโลก Cloud เป็นอมตะ
สร้างบทละครซ่อนกลไกไว้ลดละ
หวังชนะความตายด้วยปลายนิ้ว
กลัวคนมา "ถอดปลั๊ก" หักห้ามจิต
จึงคุมทิศกายภาพไว้อย่างหิว-
กระหายในอำนาจอย่างน่านิ่ว
แต่อนิจจา... สังขารพริ้วตามกรรมไป
ต่อให้ฝังจิตไว้ในระบบ
ก็ไม่จบดับทุกข์ที่จุดไหน
เพราะตัณหายังพร่องอยู่ในใจ
ยังอยากได้ฝั่งโน้น...ไม่รู้พอ
พระรัฐปาละเตือนไว้ "ไม่เคยอิ่ม"
แม้จะพิมพ์รหัสสร้างทางไปต่อ
แต่ปัญญาคือจุดจบที่ต้องรอ
หยุดพะนอ "ตัณหา" จึงผาสุก