ด่วน! ศาลอาญาไม่ให้ประกัน 3 ผู้ต้องหาคดีหุ้น MORE

กระทู้สนทนา


“ไฮโซคิม” เปิดใจเป็นเหยื่อคดีปั่นหุ้น MORE หลังอัยการคดีพิเศษ 3 นำตัวพร้อมพี่ชายและมารดายื่นฟ้องศาลอาญา รัชดาฯ ก่อนศาลมีคำสั่งรับฟ้องและไม่อนุญาตให้ประกันตัว ยืนยันไม่เกี่ยวข้องและไม่เคยได้ประโยชน์จากขบวนการนี้ พร้อมขอโอกาสพิสูจน์ความจริง หลังถูกคนนำบัญชีหุ้นไปใช้ทำผิดกฎหมายโดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 ได้นำตัว 3 ผู้ต้องหาคดีปั่นหุ้นมอร์ (MORE) ประกอบด้วย นายเอกภัทร พรประภา หรือ ไฮโซคิม, นายอธิภัทร พรประภา และ นางอรพินธุ์ พรประภา มารดา มายื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญา ความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุด ชุดแรก ในความผิดฐาน ร่วมกันกระทำการสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE และมีลักษณะต่อเนื่องกันโดยมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด, ร่วมกันฉ้อโกง, เป็นอั้งยี่ และซ่องโจร ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 244/3 และมาตรา 244/5 

ต่อมาหลังจากผู้ต้องหาเดินทางมาฟังคำสั่งในวันนี้ อัยการคดีพิเศษ 3 จึงได้นำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาและศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องก่อนที่ศาลจะไม่อนุญาตให้ประกันตัว 

ด้านครอบครัวพรประภา ได้โพสต์ข้อความจากคำกล่าวของ นายเอกภัทร ความว่า “ทุกท่านครับ ข้อความนี้เป็นข้อความเดียวที่ผมสามารถชี้แจงกับทุกท่านได้ในเวลานี้


• ตระกูลพรประภาเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงและมีฐานะมั่นคง ผมและครอบครัวไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่ต้องหาเงินโดยการกระทำผิดกฎหมาย ผมจะทำอย่างนั้นให้ตัวผมเอง คุณแม่ พี่ของผม ภรรยา และลูก ต้องเดือดร้อนทำไม ผมอยากให้ทุกท่านเริ่มตั้งข้อสังเกตุจากจุดนี้

• ผม คุณแม่และพี่ชาย ก็เป็นผู้เสียหายจากการถูกผู้ที่ไว้ใจนำบัญชีหุ้นไปดำเนินการที่ผิดกฎหมายโดยที่ผมและครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และพวกผมไม่เคยได้รับประโยชน์ใด ๆ จากการกระทำที่ผิดกฎหมายดังกล่าว

• ผมขอให้ทุกคนให้โอกาสผมได้พิสูจน์ความจริง และผมยังเชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยว่ายังมีคนดีที่สามารถให้ความยุติธรรมแก่ผมและครอบครัวได้
#คิมพรประภาเป็นแพะ #ครอบครัวเราเป็นแพะ “

ทั้งนี้คดีเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2565 วันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 สำนวนการสอบสวนระบุว่า กลุ่มผู้กระทำผิดได้ใช้เวลานานกว่าสองปีในการค่อยๆ สร้างราคาและสภาพคล่องของหุ้น MORE ซึ่งเดิมคือหุ้น DNA จากราคาหลักสตางค์ให้ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องไปแตะเกือบ 3 บาทต่อหุ้น
โดยในช่วงเปิดตลาดเช้าวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 มีคำสั่งซื้อหุ้น MORE ปริมาณมหาศาลในราคาเปิดตลาด หรือ ATO ถูกส่งเข้ามาพร้อมกันผ่านบริษัทหลักทรัพย์มากกว่า 10 แห่ง คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 4,500 ล้านบาท คำสั่งเหล่านี้ถูกดำเนินการผ่านบัญชีประเภท Cash Account ซึ่งตามหลักเกณฑ์เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถซื้อหลักทรัพย์ได้ก่อน และไปชำระเงินภายหลังภายในสองวันทำการถัดไป หรือระบบ T+2

กลไกสำคัญของแผนอยู่ที่การอาศัยช่องว่างในช่วงเวลาก่อนถึงวันชำระเงิน กลุ่มผู้กระทำผิดใช้หุ้น MORE ที่ถูกดันราคาขึ้นมาล่วงหน้าเป็นหลักประกันในการขอวงเงินซื้อขาย ในอีกด้านหนึ่ง ฝั่งผู้ขายหุ้นจำนวนมากกลับเป็นบุคคลหรือเครือข่ายเดียวกันกับกลุ่มผู้วางแผน เมื่อคำสั่งซื้อขายสำเร็จ กลุ่มนี้จึงเทขายหุ้นล็อตใหญ่ออกมาพร้อมกัน ส่งผลให้ราคาหุ้น MORE ดิ่งลงติดฟลอร์อย่างรวดเร็วในวันเดียว และ ต่อเนื่องไปอีกวันถัดมา


ถึงกำหนดชำระเงินในวัน T+2 ฝั่งผู้ซื้อซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันกลับไม่ดำเนินการชำระเงินค่าซื้อหุ้น ทำให้บริษัทหลักทรัพย์ที่อนุมัติวงเงิน Cash Account ต้องนำเงินของบริษัทออกไปสำรองจ่ายให้กับฝั่งผู้ขายตามกฎของตลาดหลักทรัพย์ แต่ไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากฝั่งผู้ซื้อได้ ผลคือความเสียหายตกอยู่กับโบรกเกอร์โดยตรง รวมมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท

https://mgronline.com/stockmarket/detail/9690000003863


โกงเจ้ามือมันก็ยากที่จะรอด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่