วันนี้จะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าทำไมทองคำถึงเป็นที่รักของนักลงทุนทั่วโลกค่ะ
1. มูลค่าที่ไม่มีวันกลายเป็นศูนย์
ต่างจากสกุลเงินกระดาษ (Fiat Money) หรือหุ้นของบริษัทที่อาจกลายเป็นเศษกระดาษได้หากประเทศล่มสลายหรือบริษัทล้มละลาย แต่ทองคำมี "มูลค่าในตัวเอง" (Intrinsic Value) ค่ะ มันเป็นธาตุที่มีจำกัดบนโลก ขุดขึ้นมาได้ยาก และมีคุณสมบัติทางกายภาพที่คงทน ไม่เน่าเสีย ไม่เสื่อมสภาพ
2. เกราะป้องกันเงินเฟ้อ (Inflation Hedge)
ลองสังเกตดูนะคะ เวลาที่ข้าวของแพงขึ้น เงินในกระเป๋าเราซื้อของได้น้อยลง แต่มูลค่าของทองคำมักจะพุ่งสูงขึ้นล้อไปกับค่าครองชีพ ดังนั้น การถือทองคำจึงเหมือนการช่วยรักษา "อำนาจซื้อ" ของเงินเราไม่ให้ลดน้อยลงไปตามกาลเวลาค่ะ
3. ที่พักพิงยามเกิดวิกฤต (Crisis Commodity)
ในวันที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น สงคราม, ความไม่สงบทางการเมือง หรือวิกฤตเศรษฐกิจโลก นักลงทุนจะเกิดความกลัวและเทขายสินทรัพย์เสี่ยง (เช่น หุ้น) แล้วโยกเงินมาเก็บไว้ในทองคำแทน เพราะเชื่อมั่นว่าทองคำจะยังคงมูลค่าได้ดีที่สุดในสภาวะที่ทุกอย่างดูคลุมเครือ
4. สภาพคล่องสูง (High Liquidity)
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ "เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายที่สุดในโลก" ค่ะ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ ทองคำมีราคากลางอ้างอิงเสมอ คุณสามารถนำไปขายเพื่อแลกเป็นเงินสกุลท้องถิ่นได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคิวหรือขั้นตอนที่ยุ่งยาก
ความสัมพันธ์ที่น่าสนใจ: ทองคำ vs ดอลลาร์
โดยปกติแล้ว ทองคำกับดอลลาร์สหรัฐมักจะเดินสวนทางกันค่ะ
ถ้าดอลลาร์แข็งค่า: ราคาทองคำมักจะลดลง
ถ้าดอลลาร์อ่อนค่า: ราคาทองคำมักจะพุ่งสูงขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนถึงนิยมเทรดทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของสกุลเงินนั่นเอง
สรุปส่งท้าย
การมีทองคำติดพอร์ตไว้ ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่งหรือการเทรดแบบ Gold Spot ก็เหมือนกับการที่เรามี "ประกันชีวิตให้กับเงินลงทุน" ของเราค่ะ แม้มันอาจจะไม่สร้างปันผลเหมือนหุ้น แต่มันจะทำหน้าที่ปกป้องความมั่งคั่งของเราในวันที่พายุเศรษฐกิจพัดมาถึงได้เป็นอย่างดี
Safe Haven หรือ "สินทรัพย์ปลอดภัย
1. มูลค่าที่ไม่มีวันกลายเป็นศูนย์
ต่างจากสกุลเงินกระดาษ (Fiat Money) หรือหุ้นของบริษัทที่อาจกลายเป็นเศษกระดาษได้หากประเทศล่มสลายหรือบริษัทล้มละลาย แต่ทองคำมี "มูลค่าในตัวเอง" (Intrinsic Value) ค่ะ มันเป็นธาตุที่มีจำกัดบนโลก ขุดขึ้นมาได้ยาก และมีคุณสมบัติทางกายภาพที่คงทน ไม่เน่าเสีย ไม่เสื่อมสภาพ
2. เกราะป้องกันเงินเฟ้อ (Inflation Hedge)
ลองสังเกตดูนะคะ เวลาที่ข้าวของแพงขึ้น เงินในกระเป๋าเราซื้อของได้น้อยลง แต่มูลค่าของทองคำมักจะพุ่งสูงขึ้นล้อไปกับค่าครองชีพ ดังนั้น การถือทองคำจึงเหมือนการช่วยรักษา "อำนาจซื้อ" ของเงินเราไม่ให้ลดน้อยลงไปตามกาลเวลาค่ะ
3. ที่พักพิงยามเกิดวิกฤต (Crisis Commodity)
ในวันที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น สงคราม, ความไม่สงบทางการเมือง หรือวิกฤตเศรษฐกิจโลก นักลงทุนจะเกิดความกลัวและเทขายสินทรัพย์เสี่ยง (เช่น หุ้น) แล้วโยกเงินมาเก็บไว้ในทองคำแทน เพราะเชื่อมั่นว่าทองคำจะยังคงมูลค่าได้ดีที่สุดในสภาวะที่ทุกอย่างดูคลุมเครือ
4. สภาพคล่องสูง (High Liquidity)
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ "เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายที่สุดในโลก" ค่ะ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ ทองคำมีราคากลางอ้างอิงเสมอ คุณสามารถนำไปขายเพื่อแลกเป็นเงินสกุลท้องถิ่นได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคิวหรือขั้นตอนที่ยุ่งยาก
ความสัมพันธ์ที่น่าสนใจ: ทองคำ vs ดอลลาร์
โดยปกติแล้ว ทองคำกับดอลลาร์สหรัฐมักจะเดินสวนทางกันค่ะ
ถ้าดอลลาร์แข็งค่า: ราคาทองคำมักจะลดลง
ถ้าดอลลาร์อ่อนค่า: ราคาทองคำมักจะพุ่งสูงขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนถึงนิยมเทรดทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของสกุลเงินนั่นเอง
สรุปส่งท้าย
การมีทองคำติดพอร์ตไว้ ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่งหรือการเทรดแบบ Gold Spot ก็เหมือนกับการที่เรามี "ประกันชีวิตให้กับเงินลงทุน" ของเราค่ะ แม้มันอาจจะไม่สร้างปันผลเหมือนหุ้น แต่มันจะทำหน้าที่ปกป้องความมั่งคั่งของเราในวันที่พายุเศรษฐกิจพัดมาถึงได้เป็นอย่างดี