(3) THE LONG "I" (EXCEPTIONS)
เข้าสู่วันที่ 6 ของการศึกษา Phonics
เนื่องจากเมื่อวานเกริ่นเสียยาว วันนี้เข้าเรื่องเลย ทบทวนก่อนว่า “The long I“ สะกดได้ 6 แบบหลัก ๆ คือ...
👉🏻
-i, i_e เช่น hi, kind, wild, nice, fine
👉🏻
-ie เช่น lie, die, pie, flies, variety
👉🏻
-y, -uy, y_e, -ye เช่น my, try, apply, style, buy, guy, bye, dye, eye
👉🏻
-igh, -ign เช่น high, sigh, might, light และ sign, align, design
👉🏻
-ai เช่น aisle, Mai Tai, samurai, bonsai
👉🏻
-ei เช่น height, neither, either
วันนี้มาดูข้อยกเว้นของตัวสะกดเหล่านี้ (มีไม่เยอะ และไม่ยาก)
_______________
1)
“-i” และ “i_e” ที่ไม่ใช่สระอาย
👉🏻-i ที่อยู่ท้ายคำ เช่น taxi, safari, broccoli, kiwi, graffiti ให้ออกเสียงโดยลากเสียงยาวเป็น ee (แทค-ซี, เสอะ-ฟา-รี, บรอค-คฺลี, คี-วี, แกรฟ-ฟี-ที)
***ส่วนคำว่า semi- กับ anti- ส่วนมากก็อ่านเป็นสระอี (แต่ก็มี native หลายคนที่อ่านเป็นสระอาย โดยเฉพาะในสำเนียงอเมริกัน)
👉🏻 i_e ที่อยู่ท้ายคำ เช่น gasoline (แกสฺ-เสอะ-ลีนฺ) หรือคำว่า saline ในสำเนียงอเมริกัน (อ่าน เซ-ลีนฺ ***แต่คนอังกฤษออกเสียง เซ-ลายนฺ)
รวมไปถึง fluorine (ฟลอ-รีน ***อย่าสับสนกับ fluoride อันนี้อ่าน ฟลอ-รายดฺ) และ figurine (ฟิก-เกอะ-รีนฺ)
. . . . .
2)
“-ie” ที่ไม่ใช่สระอาย
👉🏻 -ie ที่เป็น “พยางค์ปิด” (closed syllable ที่มีตัวสะกด -f, -ve, -ce, -ld ต่อท้าย) มักจะกลายเป็นสระอี
ลองเปรียบเทียบ...
—> Pie (พาย) vs Piece (พีสฺ)
—> Lie (ลาย) vs Liege (ลีดจฺ)
—> Sobriety (เซอะ-บราย-ที) vs Brief (บรีฟฺ)
*ยกเว้น Brie (บรี) ที่แม้เป็นพยางค์เปิด (open syllable) ก็อ่านด้วยสระอี
. . . . .
3)
“-y” ที่ไม่ใช่สระอาย
👉🏻 -y ที่อยู่ท้ายคำ เช่น city, easy, strategy (เอาจริง ๆ คำเหล่านี้แทบไม่เคยเห็นใครออกเสียงผิดอยู่แล้ว)
แต่มีอยู่บางคำเช่น
mimicry ที่หลายคนอ่านผิดเป็น มิมิคราย แต่จริง ๆ ต้องอ่านว่า “มิม-มิ-ครี” รวมถึง
sundry (ซัน-ดรี) และ
symmetry (ซิม-เหมอะ-ทรี)
ส่วน y_e, -ye ที่ออกเสียงเป็นสระตัวอื่นนอกจาก "อาย" นี่แทบไม่มีเลย
. . . . .
4)
“-igh” "-ign" ที่ไม่ใช่สระอาย
แทบไม่มี จัดว่าเป็นตัวสะกดที่ซื่อสัตย์ต่อสระอายมากที่สุด
👉🏻 แต่ทั้งนี้ ถ้าเราเติม e ไปข้างหน้า -igh เป็น “-eigh” มันก็มักจะกลายเป็นสระเอ เช่น sleigh (สฺเล), neighbour (เน-เบอะ) และคำง่าย ๆ อย่าง eight, weight, freight เป็นต้น
👉🏻 -ign ก็เช่นกัน ถ้าเติม -e เป็น “-eign” ก็จะเป็น เอนฺ เช่น reign (เรนฺ), feign (เฟนฺ), deign (เดนฺ)
. . . . .
5)
“-ai” ที่ไม่ใช่สระอาย
👉🏻 -ai นี่ไม่ใช่ตัวสะกดหลักของสระอายอยู่แล้ว ส่วนมากจึงเป็นสระเอ เช่น rain, claim, fail, raise เป็นต้น จะมีก็แค่ไม่กี่คำที่เป็น อาย (เช่นที่เคยยกตัวอย่างไป aisle, Mai Tai, samurai, bonsai)
. . . . .
6)
“-ei” ที่ไม่ใช่สระอาย
👉🏻 เช่นเดียวกับ -ai คือมันไม่ใช่ตัวสะกดหลักของสระอาย ส่วนมาก -ei ก็จะเป็นสระเอ เช่น vein, rein, veil หรือเป็นสระอี เช่น protein, receive, ceiling
_______________
ต้องบอกว่าสำหรับข้อยกเว้นของสระอาย (The Long I) นี้อาจจะต้อง “มองมุมกลับ” ครับ โดยเฉพาะในข้อสอง (-ie) ข้อห้า (-ai) และข้อหก (-ei) เนี่ย จริง ๆ อาจจะต้องบอกว่า... 📌 สระอายต่างหากที่เป็น “ข้อยกเว้น” ของตัวสะกดสองตัวนี้ (เพราะส่วนมากมันไม่ใช่สะอายอยู่แล้ว!)
ส่วนข้อสาม (-y) ก็เป็นข้อยกเว้นที่ไม่ค่อยมีใครออกเสียงผิด เนื่องจากมันมักจะเป็นคำในระดับ A1 - A2 (beginner vocabulary) เช่น by กับ baby คือ 99.99% ไม่มีใครอ่านผิดเป็น “บี้” และ “เบบาย” แต่ให้ระวังสามคำที่บอกคือ mimicry, sundry และ symmetry
ส่วนข้อสี่ (-igh / -ign) จะพูดว่าเป็นข้อยกเว้นก็พูดไม่ได้เต็มปากสักเท่าไร เพราะต้องเติม e- เข้าไปข้างหน้าอีกที (-eigh / -eign) ซึ่งพอมี e- เข้ามาก็ไม่มีใครอ่านผิดเป็นอาย (จะมีก็แค่ส่วนน้อย)
—>>> ดังนั้นจะให้เน้นจริง ๆ คงจะเป็น “ข้อหนึ่ง” (-i, i_e) เท่านั้นครับ แต่มันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น เพราะข้อยกเว้นก็มีไม่มีคำ
สรุปแล้ว... ข้อยกเว้นของสระอาย หรือ The Long I นี่น่าจะง่ายที่สุด แต่ว่าในสระตัวต่อไปคือ “สระโอว” (The Long O) ต้องบอกเลยว่ายากพอตัว ไว้มาศึกษาในวันถัดไปครับ
________________
"
รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน"
JGC. ✌🏻🇬🇧
[DAY: 06] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง
เข้าสู่วันที่ 6 ของการศึกษา Phonics
เนื่องจากเมื่อวานเกริ่นเสียยาว วันนี้เข้าเรื่องเลย ทบทวนก่อนว่า “The long I“ สะกดได้ 6 แบบหลัก ๆ คือ...
👉🏻 -i, i_e เช่น hi, kind, wild, nice, fine
👉🏻 -ie เช่น lie, die, pie, flies, variety
👉🏻 -y, -uy, y_e, -ye เช่น my, try, apply, style, buy, guy, bye, dye, eye
👉🏻 -igh, -ign เช่น high, sigh, might, light และ sign, align, design
👉🏻 -ai เช่น aisle, Mai Tai, samurai, bonsai
👉🏻 -ei เช่น height, neither, either
วันนี้มาดูข้อยกเว้นของตัวสะกดเหล่านี้ (มีไม่เยอะ และไม่ยาก)
_______________
1) “-i” และ “i_e” ที่ไม่ใช่สระอาย
👉🏻-i ที่อยู่ท้ายคำ เช่น taxi, safari, broccoli, kiwi, graffiti ให้ออกเสียงโดยลากเสียงยาวเป็น ee (แทค-ซี, เสอะ-ฟา-รี, บรอค-คฺลี, คี-วี, แกรฟ-ฟี-ที)
***ส่วนคำว่า semi- กับ anti- ส่วนมากก็อ่านเป็นสระอี (แต่ก็มี native หลายคนที่อ่านเป็นสระอาย โดยเฉพาะในสำเนียงอเมริกัน)
👉🏻 i_e ที่อยู่ท้ายคำ เช่น gasoline (แกสฺ-เสอะ-ลีนฺ) หรือคำว่า saline ในสำเนียงอเมริกัน (อ่าน เซ-ลีนฺ ***แต่คนอังกฤษออกเสียง เซ-ลายนฺ)
รวมไปถึง fluorine (ฟลอ-รีน ***อย่าสับสนกับ fluoride อันนี้อ่าน ฟลอ-รายดฺ) และ figurine (ฟิก-เกอะ-รีนฺ)
. . . . .
2) “-ie” ที่ไม่ใช่สระอาย
👉🏻 -ie ที่เป็น “พยางค์ปิด” (closed syllable ที่มีตัวสะกด -f, -ve, -ce, -ld ต่อท้าย) มักจะกลายเป็นสระอี
ลองเปรียบเทียบ...
—> Pie (พาย) vs Piece (พีสฺ)
—> Lie (ลาย) vs Liege (ลีดจฺ)
—> Sobriety (เซอะ-บราย-ที) vs Brief (บรีฟฺ)
*ยกเว้น Brie (บรี) ที่แม้เป็นพยางค์เปิด (open syllable) ก็อ่านด้วยสระอี
. . . . .
3) “-y” ที่ไม่ใช่สระอาย
👉🏻 -y ที่อยู่ท้ายคำ เช่น city, easy, strategy (เอาจริง ๆ คำเหล่านี้แทบไม่เคยเห็นใครออกเสียงผิดอยู่แล้ว)
แต่มีอยู่บางคำเช่น mimicry ที่หลายคนอ่านผิดเป็น มิมิคราย แต่จริง ๆ ต้องอ่านว่า “มิม-มิ-ครี” รวมถึง sundry (ซัน-ดรี) และ symmetry (ซิม-เหมอะ-ทรี)
ส่วน y_e, -ye ที่ออกเสียงเป็นสระตัวอื่นนอกจาก "อาย" นี่แทบไม่มีเลย
. . . . .
4) “-igh” "-ign" ที่ไม่ใช่สระอาย
แทบไม่มี จัดว่าเป็นตัวสะกดที่ซื่อสัตย์ต่อสระอายมากที่สุด
👉🏻 แต่ทั้งนี้ ถ้าเราเติม e ไปข้างหน้า -igh เป็น “-eigh” มันก็มักจะกลายเป็นสระเอ เช่น sleigh (สฺเล), neighbour (เน-เบอะ) และคำง่าย ๆ อย่าง eight, weight, freight เป็นต้น
👉🏻 -ign ก็เช่นกัน ถ้าเติม -e เป็น “-eign” ก็จะเป็น เอนฺ เช่น reign (เรนฺ), feign (เฟนฺ), deign (เดนฺ)
. . . . .
5) “-ai” ที่ไม่ใช่สระอาย
👉🏻 -ai นี่ไม่ใช่ตัวสะกดหลักของสระอายอยู่แล้ว ส่วนมากจึงเป็นสระเอ เช่น rain, claim, fail, raise เป็นต้น จะมีก็แค่ไม่กี่คำที่เป็น อาย (เช่นที่เคยยกตัวอย่างไป aisle, Mai Tai, samurai, bonsai)
. . . . .
6) “-ei” ที่ไม่ใช่สระอาย
👉🏻 เช่นเดียวกับ -ai คือมันไม่ใช่ตัวสะกดหลักของสระอาย ส่วนมาก -ei ก็จะเป็นสระเอ เช่น vein, rein, veil หรือเป็นสระอี เช่น protein, receive, ceiling
_______________
ต้องบอกว่าสำหรับข้อยกเว้นของสระอาย (The Long I) นี้อาจจะต้อง “มองมุมกลับ” ครับ โดยเฉพาะในข้อสอง (-ie) ข้อห้า (-ai) และข้อหก (-ei) เนี่ย จริง ๆ อาจจะต้องบอกว่า... 📌 สระอายต่างหากที่เป็น “ข้อยกเว้น” ของตัวสะกดสองตัวนี้ (เพราะส่วนมากมันไม่ใช่สะอายอยู่แล้ว!)
ส่วนข้อสาม (-y) ก็เป็นข้อยกเว้นที่ไม่ค่อยมีใครออกเสียงผิด เนื่องจากมันมักจะเป็นคำในระดับ A1 - A2 (beginner vocabulary) เช่น by กับ baby คือ 99.99% ไม่มีใครอ่านผิดเป็น “บี้” และ “เบบาย” แต่ให้ระวังสามคำที่บอกคือ mimicry, sundry และ symmetry
ส่วนข้อสี่ (-igh / -ign) จะพูดว่าเป็นข้อยกเว้นก็พูดไม่ได้เต็มปากสักเท่าไร เพราะต้องเติม e- เข้าไปข้างหน้าอีกที (-eigh / -eign) ซึ่งพอมี e- เข้ามาก็ไม่มีใครอ่านผิดเป็นอาย (จะมีก็แค่ส่วนน้อย)
—>>> ดังนั้นจะให้เน้นจริง ๆ คงจะเป็น “ข้อหนึ่ง” (-i, i_e) เท่านั้นครับ แต่มันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น เพราะข้อยกเว้นก็มีไม่มีคำ
สรุปแล้ว... ข้อยกเว้นของสระอาย หรือ The Long I นี่น่าจะง่ายที่สุด แต่ว่าในสระตัวต่อไปคือ “สระโอว” (The Long O) ต้องบอกเลยว่ายากพอตัว ไว้มาศึกษาในวันถัดไปครับ
________________
"รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน"
JGC. ✌🏻🇬🇧