JJNY : ปชน.แจ้งความแล้ว ปมภาพแผ่นพับ│พรรคการเมืองใช้ X สูงสุด│โฆษกกมธ.วุฒิสภาซัด“รมต.เขมร”│ฝรั่งเศสรับทหาร“โดยสมัครใจ”

กระทู้ข่าว
พรรคปชน. แจ้งความแล้ว ปมภาพแผ่นพับคู่แบงก์พัน ผู้โพสต์ยอมรับจัดฉาก ขอโทษสังคม
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10095663
.
.
พรรคประชาชน แจ้งความแล้ว ปมภาพแผ่นพับคู่แบงก์พัน สาวผู้โพสต์ยอมรับจัดฉาก เสียบเงินเอง ถ่ายเล่นๆ ขอโทษสังคม ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่
.
วันที่ 13 ม.ค. 2569 เกิดกระแสวิพากษ์ในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้หญิง โพสต์ภาพบริเวณหน้าบ้านที่ประตูมีแผ่นพับแนะนำผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน (ปชน.) สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 วางอยู่ โดยมีธนบัตรฉบับละ 1,000 บาทวางทับด้านบน พร้อมเขียนข้อความว่า “กลับมาเจอแบบนี้ละ ชื่นนนนใจ หยอกๆ อย่าดราม่านะ
.
โดยระบุพิกัดในพื้นที่ ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์และพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์
.
ต่อมา น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน อดีต ส.ส.จันทบุรี​ เขต 3 พรรคประชาชน กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า 19.00 น. ไพโรจน์ บัวเผื่อน และ เล็ก ได้มาลงบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อยแล้ว น้องคนโพสต์ได้แชทเข้ามาคุยในเพจ
.
น้องแจ้งว่าลบโพสต์ทั้งในเฟซบุ๊กและไอจีไปแล้ว และชี้แจงว่าเป็นคนทำเอง โพสต์เองค่ะ ไพโรจน์ บัวเผื่อน ผู้สมัคร สส. จันทบุรีเขต 3 และทางทีมงานไม่ได้แนบเงินไว้แต่อย่างใดนะคะ
.
เรียนชี้แจงว่าทางผู้สมัคร สส. และทีมงานขอยืนยันว่าไม่ได้นำเงินแนบไว้ให้ตามรูป พรรคประชาชนจันทบุรี เขต 3 ไม่มีนโยบายซื้อเสียง หรือ การให้สิ่งของต่างๆ ในช่วงระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งค่ะ
.
ด้าน ผู้ใช้เฟซบุ๊กหญิงรายดังกล่าวได้ออกมายอมรับและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าเป็นผู้โพสต์และจัดฉากภาพดังกล่าวด้วยตนเอง
.
พร้อมระบุว่า “เราเป็นคนโพสต์เองค่ะ ถ่ายทำเอง ต้นฉบับอยู่นี่ ด่าได้ค่ะ ยอมรับ ทำผิด เล่นไม่คิด หาเรื่องเอง ไม่ปิดค่ะ เปิดสาธารณะ ส่องได้ (ไม่ได้หาย แต่เพิ่งตื่น)
.
ขอแจ้งว่าทำเอง ใครจะไปเสียบเงินแบบนี้ ไม่มี ขอโทษค่ะ ขอโทษพรรค ขอโทษทุกคน ไม่ได้มีอคติจะโจมตีรึแกล้งใคร แค่เล่น แต่ไม่คิดว่าจะเรื่องใหญ่ โง่เอง ขอโทษจริงๆ ค่ะ
.

.
พรรคการเมือง ใช้แพลตฟอร์ม X สูงสุดหาเสียง บนโลกโซเชียล 50% โชว์นโยบายเศรษฐกิจ
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5546439
.
พรรคการเมือง ใช้แพลตฟอร์ม “ X ” สูงสุดในการหาเสียง บนโลกโซเชียล โดย 50% โชว์นโยบายด้านเศรษฐกิจ
.
เมื่อวันที่ 13 มกราคม รายงานข่าวจาก เรียลวอทช์ แล๊ป ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัท ด้าน AI-Data Driven Technology เผยผลสำรวจการใช้แพลตฟอร์มในสื่อสังคมออนไลน์ ของพรรคการเมือง ในการเผยแพร่นโยบายและหาเสียงเลือกตั้ง วันที่ 1-9 มกราคม 2569 พบว่า พรรคการเมือง นิยมเผยแพร่นโยบายและหาเสียงผ่านทาง “X” สูงสุด คิดเป็นสัดส่วน 37%
.
อันดับ 2 เป็นการใช้ website ทั้งของพรรคและผ่านสื่อมวลชน ในการแถลงนโยบายและหาเสียง คิดเป็นสัดส่วน 30% ถัดมา อันดับ 3 เป็นการใช้ Facebook คิดเป็นสัดส่วน 22% ขณะที่ YouTube เป็นอันดับ 4 คิดเป็นสัดส่วน 5% อันดับ 5 คือ Instagram และ TikTok คิดเป็นสัดส่วนเท่ากันคือ อย่างละ 3% ของการเผยแพร่นโยบายและหาเสียงของพรรคการเมือง ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด 60 พรรคการเมือง
.
จากผลการสำรวจพบว่า การใช้ “X” มากสุด จะเน้นที่การสื่อสารแบบเรียลไทม์ และสร้างเป็นไวรัล ด้วยข้อความสั้นๆ ขณะที่ YouTube ถูกใช้ในกรณีที่เป็นการปราศรัยยาวๆ ในส่วนของ Instagram จะนำเสนอในรูปแบบของกราฟิก เรื่อง “เศรษฐกิจ” เป็นประเด็นหลักในการหาเสียง ส่วนประเด็นที่นำมาใช้ในการหาเสียงผ่านสังคมออนไลน์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจ คิดเป็นสัดส่วน 50% ของนโยบายที่หาเสียง ผ่าน Social Media ทั้งหมด โดยประเด็นด้านเศรษฐกิจที่มีการพูดถึง มีทั้งนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง นโยบายช่วยภาคเกษตรกรรม การพักหนี้ การแก้หนี้ครัวเรือน ไปจนถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นต้น
.
ประเด็นถัดมาเป็นนโยบายด้านสังคม คิดเป็นสัดส่วน 20% ได้แก่ประเด็นเรื่อง สวัสดิการผู้สูงอายุ ลดความเหลื่อมล้ำ คิดเป็นสัดส่วน 20% ในขณะที่อันดับ 3 มี 3 ประเด็นที่มีสัดส่วนเท่ากันคือ 10% ได้แก่ นโยบายด้านสุขภาพ ทั้งด้านสาธารณสุขและการให้บริการทางการแพทย์, นโยบายด้านความมั่นคง ทั้งการปฏิรูปกองทัพ นโยบายด้านชายแดน และนโยบายด้านการเมือง เช่น การปราบคอร์รัปชั่น การต่อต้านทุจริต โดยทั้งด้านสาธารณสุข ความมั่นคง และด้านการเมือง มีสัดส่วนเท่ากันคือ 10%
.
การนำนโยบายเศรษฐกิจมาเป็นแกนหลักในการหาเสียง สะท้อนถึงปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่เผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และการที่ประเทศไทยเผชิญกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่ต่ำกว่า 3% เผชิญกับภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง ความสามารถในการสร้างรายได้ต่ำ ทำให้นโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ กลายเป็นประเด็นหลัก เพื่อตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นคนในวัยทำงานอายุ 18-34 ปี โดยสะท้อนจากแพลตฟอร์ม ที่พรรคการเมืองเลือกใช้เป็นหลัก 3 อันดับแรก อย่าง แพลตฟอร์ม “X” “Website” และ “Facebook”
.
จากรายงานของ Hootsuite Thailand 2025 แพลตฟอร์มการจัดการโซเชียลมีเดียชั้นนำระดับโลก สัญชาติแคนาดา ชี้ว่าแต่ละแพลตฟอร์มยอดนิยมในไทย ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกัน โดย X เป็นแพลตฟอร์มที่มีความแข็งแกร่งในกลุ่ม คนรุ่นใหม่ (Gen Z, Millennial) โดยเฉพาะช่วง 18-34 ปี (กลุ่มกำลังซื้อสูง และต้องการความบันเทิง/ข่าวสาร) และ Gen X (45-60 ปี) ที่เป็นกำลังซื้อหลักและมีอำนาจตัดสินใจ โดย X เน้นการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและหลากหลายแพลตฟอร์ม
.
ในขณะที่กลุ่มเป้าหมายหลักของ Facebook ยังคงเป็นวัยทำงานตอนต้นถึงกลาง (อายุ 25-34 ปี) มีการเข้าถึงโฆษณาสูงสุด เช่นเดียวกับ YouTube และ TikTok ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยกลุ่มอายุ 25-34 ปี Instagram มีผู้ใช้หลัก 18-34 ปี
.

.
โฆษก กมธ.ทหาร วุฒิสภา ซัด “รมต.เขมร” ไร้มารยาท เจตนาแทรกแซงการเมืองไทย จี้ กต.ฟ้องยูเอ็นด่วน
.
โฆษก กมธ.ทหาร วุฒิสภา เดือด! อัด “รัฐมนตรีเขมร” ไร้มารยาทการเมือง หลังเชียร์คนไทยเลือกพรรคประชาชน-เพื่อไทย อ้างหยุดสงคราม ชี้ชัดเจตนาแทรกแซงกิจการภายใน จี้ “กระทรวงการต่างประเทศ” ฟ้อง “ยูเอ็น” ด่วน ลั่น ท่านทูตต้องเผยแพร่-ทำความเข้าใจต่อโลก
.
13 ม.ค. 2569 นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่รัฐมนตรีกัมพูชา เชียร์ให้คนไทยเลือกพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย ถ้าไม่อยากให้เกิดสงคราม ว่า เรื่องการเมือง มีกฎบัตรระบุไว้ว่าห้ามรัฐบาลแต่ละประเทศแทรกแซงการเมืองของประเทศอื่น เพราะฉะนั้น การแสดงความเห็นในลักษณะนี้ของรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายการเมืองระหว่างประเทศ คือการเข้ามาชี้นำประชาชนอีกประเทศหนึ่งด้วยเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์เรื่องทั้งสองประเทศ
.
วันนี้ไทยกับกัมพูชาอยู่ในสถานะของคู่พิพาท เรามีการสู้รบกัน มีการตัดสัมพันธ์ทางการทูตกัน การที่รัฐมนตรีของประเทศกัมพูชาปลุกระดมให้คนไทยเลือกข้าง โดยให้เหตุผลว่าถ้าเลือกพรรคนี้ จะทำให้เกิดการสู้รบต่อไป ถ้าเลือกพรรคโน้น พรรคนั้น จะทำให้การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชายุติลง ถือว่าแทรกแซง ชี้นำ โดยมารยาททางการเมืองโดยกฎหมายระหว่างประเทศ ถือว่าผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง” นายไชยยงค์ กล่าว
.
นายไชยยงค์ ย้ำว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ เป็นเรื่องของท่านทูต ที่จะต้องนำเรื่องที่กัมพูชาทำในเรื่องไม่เหมาะสมหรือผิดจริยธรรมทางการเมือง เผยแพร่ ทำความเข้าใจ และไปร้องกับสหประชาชาติ เพื่อให้ได้รู้ว่าวันนี้ รัฐบาลของกัมพูชาได้ปฏิบัติการแทรกแซงเรื่องการเมืองของไทยแล้ว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่