PTTเดินหน้าใช้AIอัพแวลู ดันอิบิทดา1.2หมื่นล.



#PTT #ทันหุ้น – PTT เดินหน้าใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน-สร้างมูลค่าเพิ่ม ครอบคลุมการใช้ Data Platform, Cloud Strategy และ Cyber Security ในทุกหน่วยธุรกิจเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ดัน EBITDA เพิ่มขึ้น 12,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2569

นางสาวธฤษวรรณ  เทียนสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์และบริหารการเงินองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ในปี 2569 มุ่งในการสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจ Hydrocarbon ทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ ผ่านโครงการต่างๆ ส่วนธุรกิจ Non-Hydrocarbon มีการปรับพอร์ตโฟลิโอ ทั้งการถอนตัวจากธุรกิจที่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก และการทบทวนความเหมาะสมของแต่ละธุรกิจ

@PTTEP ลุยขยาย

ทั้งนี้ธุรกิจ Hydrocarbon ในกลุ่มต้นน้ำจะมุ่งเน้นการขยายฐานการผลิตผ่าน PTTEP เพื่อสร้างความมั่นคงและเพิ่มปริมาณการขาย มีการขยายการสำรวจและผลิตในหลายพื้นที่สำคัญ เช่น โครงการสินภูฮ่อม, การเข้าถือหุ้นเพิ่มในแปลง A18 พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) จาก 80% เป็น 90%, และโครงการในประเทศแอลจีเรีย แม้ราคาขายเฉลี่ยอาจปรับลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันโลก แต่ PTTEP ยังคงรักษาต้นทุนต่อหน่วยให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ อีกทั้งปตท. ยังมุ่งเน้นการเป็นผู้เล่นระดับโลกในตลาด LNG โดยตั้งเป้าขยายพอร์ต LNG เป็น 10 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 และเพิ่มเป็น 15 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2578

ขณะที่เรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาก๊าซ ที่เริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยให้โรงแยกก๊าซกลับไปใช้ต้นทุนก๊าซจากอ่าวไทย (Gulf Gas) ซึ่งมีราคาต่ำที่สุด แต่ต้องให้ส่วนลด 10% สำหรับก๊าซที่ส่งเข้าภาคไฟฟ้า เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและลดผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ผลประกอบการดีขึ้น โดยมีการหารือเรื่องสูตรราคากับ PTTGC อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป

@รุกใช้ AI

ในส่วนธุรกิจ Non-Hydrocarbon จะมุ่งเน้นการเพิ่มความคล่องตัวและการพึ่งพางบทางการเงินของบริษัทในกลุ่ม เช่น ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทางปตท. มีแผนที่จะลดสัดส่วนการลงทุนของธุรกิจลง โดยจะไม่เป็นผู้เล่นหลักอีกต่อไป อีกทั้งได้มีการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน Horizon Plus จาก 60% เหลือ 40%  และในช่วงที่ผ่านมาได้มีการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท Neomobility Asia ซึ่งแผนการในอนาคต ปตท. มีแผนที่จะลดทุนและขายหุ้นในบริษัทอื่นๆ เช่น SWAP & GO ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปี 2569 ขณะที่ธุรกิจ Life Science เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ ปตท. ยังคงให้ความสำคัญและปรับโครงสร้างเพื่อให้เติบโตได้รวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ยังมีโครงการ AXIS (AI Transformation & Synergy) เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างมูลค่าเพิ่ม ครอบคลุมการใช้ Data Platform, Cloud Strategy และ Cyber Security ในทุกหน่วยธุรกิจเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ โดยตั้งเป้าสร้าง EBITDA เพิ่มขึ้น 12,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2569

@วางงบลงทุน 2.8 หมื่นล.

อย่างไรก็ดีปตท. วางแผนงบลงทุน 5 ปี ตั้งแต่ปี 2569 – 2574 เฉพาะส่วนที่อนุมัติแล้ว ประมาณ 76,572 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในกลุ่มธุรกิจก๊าซ เช่น โรงแยกก๊าซหน่วยที่ 7, โครงการท่อก๊าซเส้นที่ 5 และโครงการ LNG Terminal มาบตาพุด เฟส 3 โดยงบในปี 2569 คาดว่าจะใช้อยู่ประมาณ 28,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีงบประมาณเตรียมไว้อีก 115,000 ล้านบาท สำหรับโอกาสในธุรกิจ LNG Value Chain หรือธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ท่อส่งก๊าซ และธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลายในอนาคต

เพี้ยนเผือกศึกษาเพี้ยนแคปเจอร์

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่