[ เปิดภารกิจด้านเกษตร ชูนโยบายแก้ปัญหาที่ดินสร้างความมั่นคงให้เกษตรกร สร้างเกษตรยุคใหม่ รัฐสนับสนุนการจัดการดิน-แหล่งน้ำ-ตลาด-หนี้สิน ]
.
เดชรัต สุขกำเนิด Decharut Sukkumnoed ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีรัฐบาลประชาชน ระบุว่า ปัญหาของเกษตรกรและประชากรในชนบทที่ต้องเผชิญมีหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ภัยพิบัติภัยน้ำแล้งน้ำท่วม ผลผลิตตกต่ำ ราคาสินค้าที่ผันผวน ปีที่ผ่านมามีราคาสินค้าหลายตัวที่ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ นอกจากนั้นยังต้องเจอปัญหาหนี้สินที่เพิ่มพูนขึ้น เรื้อรัง และไม่สามารถหาทางออกได้
.
ปัญหารากฐานของภาคการเกษตรและชนบท คือการขาดความมั่นคง ทั้งไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ความผันผวนของสภาพแวดล้อม ภัยพิบัติ หรือภาวะตลาดและราคาที่แปรปรวน ทั้งขาดทางเลือกในการปรับปรุงบำรุงดิน การปรับเปลี่ยนพืชให้เหมาะสม การแปรรูป และการจัดการตลาด ขาดตัวช่วยที่ดีพอที่จะเข้ามาช่วยหาทางออกให้กับปัญหาต่างๆ ได้
.
เดชรัตกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลประชาชนจึงตั้งใจเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เปลี่ยนการช่วยเหลือแบบให้เปล่าปีละ 50,000-100,000 ล้านบาท มาเป็นการช่วยเหลือแบบมีเป้าหมาย ให้ชนบทมีผลิตภาพมากขึ้น มีความเป็นธรรมมากขึ้น และมีศักดิ์ศรีมากขึ้น โดยพิจารณาความแตกต่างหลากหลายของเกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มก่อน กล่าวคือ
.
1) เกษตรกรที่สูงวัย มีปัญหาหนี้สิน อยากพักจากการทำเกษตรแล้ว แต่ยังไม่สามารถออกจากภาคเกษตรได้เพราะติดกับดักวงจรหนี้ ทั้งที่หลายคนชำระหนี้มาจนเกินเงินต้นแล้ว แต่ไม่มีเงินไปปิดจบหนี้ รัฐบาลประชาชนจะปิดจบหนี้สำหรับเกษตรกรสูงวัยเกิน 70 ปีทั้งหมด
.
2) เกษตรกรที่ยังไปได้ แต่ต้องการเน้นที่ตลาดท้องถิ่น ต้องทำให้การผลิตมีความหลากหลาย และรับมือได้กับภาวะโลกรวน รวมทั้งให้ความสำคัญกับผลผลิตสำหรับสุขภาพและโภชนาการ สิ่งที่เกษตรกรกลุ่มนี้ต้องการคือความมั่นคงในที่ดิน และทางเลือกในการส่งสินค้าไปตลาดท้องถิ่น
.
3) เกษตรกรที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก พวกเขาต้องการการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และมีมาตรฐานที่ทัดเทียมกับนานาชาติ
.
4) เกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการยกระดับการผลิตและการแปรรูปของตนให้เป็นพรีเมียมได้ จำเป็นต้องเข้าถึงเทคโนโลยี ทุน และตลาด เพื่อให้ก้าวหน้าในเวทีโลกได้
.
เดชรัตกล่าวต่อไปว่า พรรคประชาชนจึงได้จัดเตรียมทางเลือกเชิงนโยบายที่หลากหลาย ตั้งแต่การสร้างความมั่นคงในที่ดิน จะมีการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ที่ไม่มีข้อพิพาท ปฏิรูปกฎหมายที่ดินและป่าไม้ให้มีความเป็นธรรม ปรับเปลี่ยนลักษณะของเอกสารสิทธิ์ที่มีหลากหลายให้เป็นโฉนดทั้งหมด
.
จะมีกองทุนเร่งรัดการพิสูจน์สิทธิในที่ดิน และส่งเสริมการจัดการป่าอนุรักษ์ให้ชุมชนมีโอกาสจัดการและเป็นเจ้าของป่าอนุรักษ์ ส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่ของเกษตรกร
.
แต่ไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินเท่านั้น ที่ผ่านมาเกษตรกรขาดตัวช่วยในการปรับปรุงบำรุงดิน เพราะฉะนั้นรัฐบาลประชาชนจะมีตัวช่วยอย่างเป็นลำดับขั้น เริ่มตั้งแต่การไม่เผา 250 บาทต่อไร่ การใช้ปุ๋ยที่ตรงกับค่าดินและความต้องการของพืช 500 บาทต่อไร่ การพักดินเพื่อปลูกพืชบำรุงดิน 1,000 บาทต่อไร่ และการปรับเปลี่ยนพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่การเกษตร 2,000 บาทต่อไร่
.
ในด้านแหล่งน้ำ รัฐบาลประชาชนจะจัดสรรงบประมาณให้แต่ละลุ่มน้ำสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตัวเอง มีแผนเฉพาะสำหรับประชาชนในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ ทั้งในระยะสั้นคือการชดเชยที่เป็นธรรม และในระยะยาวคือการลดระยะเวลา ระดับ และพื้นที่น้ำท่วมให้ได้
.
สนับสนุนให้เกษตรกรสามารถมีแหล่งน้ำในพื้นที่ของตัวเอง ทั้งการให้เงินสมทบและการลดหนี้ให้ และสุดท้ายคือการส่งเสริมการทำการเกษตรที่มีประสิทธิภาพสูงในเรื่องของการใช้น้ำ
.
รัฐบาลประชาชนจะกำกับดูแลการตลาดให้มีความเป็นธรรม ทราบราคาที่แน่นอน มีกระดานราคาสาธารณะที่ทราบโดยทั่วกันทั้งต้นทาง กลางทาง ไปจนถึงปลายทาง มีใบเสร็จมาตรฐานที่บอกชัดเจนว่าเกษตรกรได้ขายสินค้าไปในคุณภาพ ปริมาณ และราคาใด และเข้าสู่ระบบทันที
.
ถ้ามีการเอาเปรียบราคา จะขึ้นแสดงทันทีและจะมีการลงไปแก้ปัญหาทันที และเมื่อทราบราคาแล้ว จะสามารถประกาศราคาให้เกษตรกรทราบล่วงหน้าได้ 3 เดือน และจะมีกลไกในการดูดซับผลผลิตส่วนเกิน ไปสู่การแปรรูปและขยายตลาดใหม่ๆ เพื่อให้ราคาเป็นไปตามราคาเป้าหมาย
.
เดชรัตกล่าวต่อไปว่า สุดท้ายเกษตรกรจะได้รับการต่อยอดให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะในเรื่องการให้บริการทางการเกษตร เครื่องจักร ดิน ปุ๋ย และสัตวบาล เป็นผู้ทำการแปรรูป ได้รับคูปองฝึกทักษะ ได้รับคูปองแปรรูปสำหรับทดลองทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และให้ Young Smart Farmer ทุกจังหวัดเข้ามาร่วมขับเคลื่อนการเกษตรและชนบทไปพร้อมๆ กัน
รัฐบาลประชาชน มีภารกิจด้านการเกษตรคือ
.
เดชรัต สุขกำเนิด Decharut Sukkumnoed ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีรัฐบาลประชาชน ระบุว่า ปัญหาของเกษตรกรและประชากรในชนบทที่ต้องเผชิญมีหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ภัยพิบัติภัยน้ำแล้งน้ำท่วม ผลผลิตตกต่ำ ราคาสินค้าที่ผันผวน ปีที่ผ่านมามีราคาสินค้าหลายตัวที่ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ นอกจากนั้นยังต้องเจอปัญหาหนี้สินที่เพิ่มพูนขึ้น เรื้อรัง และไม่สามารถหาทางออกได้
.
ปัญหารากฐานของภาคการเกษตรและชนบท คือการขาดความมั่นคง ทั้งไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ความผันผวนของสภาพแวดล้อม ภัยพิบัติ หรือภาวะตลาดและราคาที่แปรปรวน ทั้งขาดทางเลือกในการปรับปรุงบำรุงดิน การปรับเปลี่ยนพืชให้เหมาะสม การแปรรูป และการจัดการตลาด ขาดตัวช่วยที่ดีพอที่จะเข้ามาช่วยหาทางออกให้กับปัญหาต่างๆ ได้
.
เดชรัตกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลประชาชนจึงตั้งใจเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เปลี่ยนการช่วยเหลือแบบให้เปล่าปีละ 50,000-100,000 ล้านบาท มาเป็นการช่วยเหลือแบบมีเป้าหมาย ให้ชนบทมีผลิตภาพมากขึ้น มีความเป็นธรรมมากขึ้น และมีศักดิ์ศรีมากขึ้น โดยพิจารณาความแตกต่างหลากหลายของเกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มก่อน กล่าวคือ
.
1) เกษตรกรที่สูงวัย มีปัญหาหนี้สิน อยากพักจากการทำเกษตรแล้ว แต่ยังไม่สามารถออกจากภาคเกษตรได้เพราะติดกับดักวงจรหนี้ ทั้งที่หลายคนชำระหนี้มาจนเกินเงินต้นแล้ว แต่ไม่มีเงินไปปิดจบหนี้ รัฐบาลประชาชนจะปิดจบหนี้สำหรับเกษตรกรสูงวัยเกิน 70 ปีทั้งหมด
.
2) เกษตรกรที่ยังไปได้ แต่ต้องการเน้นที่ตลาดท้องถิ่น ต้องทำให้การผลิตมีความหลากหลาย และรับมือได้กับภาวะโลกรวน รวมทั้งให้ความสำคัญกับผลผลิตสำหรับสุขภาพและโภชนาการ สิ่งที่เกษตรกรกลุ่มนี้ต้องการคือความมั่นคงในที่ดิน และทางเลือกในการส่งสินค้าไปตลาดท้องถิ่น
.
3) เกษตรกรที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก พวกเขาต้องการการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และมีมาตรฐานที่ทัดเทียมกับนานาชาติ
.
4) เกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการยกระดับการผลิตและการแปรรูปของตนให้เป็นพรีเมียมได้ จำเป็นต้องเข้าถึงเทคโนโลยี ทุน และตลาด เพื่อให้ก้าวหน้าในเวทีโลกได้
.
เดชรัตกล่าวต่อไปว่า พรรคประชาชนจึงได้จัดเตรียมทางเลือกเชิงนโยบายที่หลากหลาย ตั้งแต่การสร้างความมั่นคงในที่ดิน จะมีการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ที่ไม่มีข้อพิพาท ปฏิรูปกฎหมายที่ดินและป่าไม้ให้มีความเป็นธรรม ปรับเปลี่ยนลักษณะของเอกสารสิทธิ์ที่มีหลากหลายให้เป็นโฉนดทั้งหมด
.
จะมีกองทุนเร่งรัดการพิสูจน์สิทธิในที่ดิน และส่งเสริมการจัดการป่าอนุรักษ์ให้ชุมชนมีโอกาสจัดการและเป็นเจ้าของป่าอนุรักษ์ ส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่ของเกษตรกร
.
แต่ไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินเท่านั้น ที่ผ่านมาเกษตรกรขาดตัวช่วยในการปรับปรุงบำรุงดิน เพราะฉะนั้นรัฐบาลประชาชนจะมีตัวช่วยอย่างเป็นลำดับขั้น เริ่มตั้งแต่การไม่เผา 250 บาทต่อไร่ การใช้ปุ๋ยที่ตรงกับค่าดินและความต้องการของพืช 500 บาทต่อไร่ การพักดินเพื่อปลูกพืชบำรุงดิน 1,000 บาทต่อไร่ และการปรับเปลี่ยนพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่การเกษตร 2,000 บาทต่อไร่
.
ในด้านแหล่งน้ำ รัฐบาลประชาชนจะจัดสรรงบประมาณให้แต่ละลุ่มน้ำสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตัวเอง มีแผนเฉพาะสำหรับประชาชนในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ ทั้งในระยะสั้นคือการชดเชยที่เป็นธรรม และในระยะยาวคือการลดระยะเวลา ระดับ และพื้นที่น้ำท่วมให้ได้
.
สนับสนุนให้เกษตรกรสามารถมีแหล่งน้ำในพื้นที่ของตัวเอง ทั้งการให้เงินสมทบและการลดหนี้ให้ และสุดท้ายคือการส่งเสริมการทำการเกษตรที่มีประสิทธิภาพสูงในเรื่องของการใช้น้ำ
.
รัฐบาลประชาชนจะกำกับดูแลการตลาดให้มีความเป็นธรรม ทราบราคาที่แน่นอน มีกระดานราคาสาธารณะที่ทราบโดยทั่วกันทั้งต้นทาง กลางทาง ไปจนถึงปลายทาง มีใบเสร็จมาตรฐานที่บอกชัดเจนว่าเกษตรกรได้ขายสินค้าไปในคุณภาพ ปริมาณ และราคาใด และเข้าสู่ระบบทันที
.
ถ้ามีการเอาเปรียบราคา จะขึ้นแสดงทันทีและจะมีการลงไปแก้ปัญหาทันที และเมื่อทราบราคาแล้ว จะสามารถประกาศราคาให้เกษตรกรทราบล่วงหน้าได้ 3 เดือน และจะมีกลไกในการดูดซับผลผลิตส่วนเกิน ไปสู่การแปรรูปและขยายตลาดใหม่ๆ เพื่อให้ราคาเป็นไปตามราคาเป้าหมาย
.
เดชรัตกล่าวต่อไปว่า สุดท้ายเกษตรกรจะได้รับการต่อยอดให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะในเรื่องการให้บริการทางการเกษตร เครื่องจักร ดิน ปุ๋ย และสัตวบาล เป็นผู้ทำการแปรรูป ได้รับคูปองฝึกทักษะ ได้รับคูปองแปรรูปสำหรับทดลองทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และให้ Young Smart Farmer ทุกจังหวัดเข้ามาร่วมขับเคลื่อนการเกษตรและชนบทไปพร้อมๆ กัน