1. ชีวิตก็เหมือนร้องคาราโอเกะ เพลงที่เราชอบกลับไม่เหมาะกับเสียงของเรา
เสื้อผ้าที่เราชอบ อาจไม่เหมาะกับรูปร่างของเรา บางเรื่อง ต้องแยก ระหว่าง
สิ่งที่ชอบ กับสิ่งที่ใช่ และบางครั้ง ต้องใช้สมอง หลอกอารมณ์
2. ในการวิ่ง คุณอาจทำอะไรหล่นหายไปเยอะ
แต่ถ้าคุณเดิน สิ่งที่เหลือในอ้อมแขนคุณ อาจมากกว่า
ทำอะไรช้าแบบมีสติ มักได้ผลกว่าการรีบเร่ง
3. ถ้าคุณทำงานสาขาที่ไม่ตรงจริต คุณจะไร้ค่าในสังคมงานประเภทนั้น
แต่ถ้างานนั้นตรงจริต คุณจะไม่ละความพยายาม เพราะคุณพบความสุขที่จะพัฒนาผลงาน
เลือกงานที่ไม่ต้องกระโดดออกจากความเป็นตัวเองมากเกินไป
แต่ก็อย่ารังเกียจที่จะเรียนรู้สิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่ความถนัดของตนเอง เพื่ออยู่รอดในสังคม
4. อย่าคาดหวังให้ใครเข้าใจเรา 100% แค่ 30% ก็พอ บางเรื่อง จงเก็บไว้กับตัวเอง
ดีกว่าเสียเวลาอธิบาย การ move on แล้วทำให้ดีขึ้นในโอกาสใหม่ ดีกว่าอยู่ที่เดิมแล้วทุ่ม
กับความพยายามให้คนอื่นเข้าใจความคิดของเรา เว้นแต่บางเรื่องที่จำเป็นต้องเข้าใจให้ตรงกัน
5. ละความโกรธ แบบไม่พุ่งชน แต่คิดนอกกรอบ
ครั้งหนึ่งเราไม่ถูกใจที่ครูลงโทษ ให้ไปทำงานกลางแดดเช้าๆ แต่มานึกอีกที ก็ดีนะ ได้วิตามินดี
บางคนไม่ชอบให้พ่อแม่มอบสิ่งต่างๆให้ แต่ขณะเดียวกัน ก็พยายามกำหนดทิศทางชีวิตของลูก
เช่น เรียนในสิ่งที่พ่อแม่ชอบ พ่อแม่จะส่งให้เรียนเต็มที่
แทนที่จะไปเถียง หรือสู้กลับ
ลองเปลี่ยนทิศทางความคิด ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และนั่นไม่ได้หมายความว่า
พรสวรรค์ด้านอื่นของเราจะหายไปสักหน่อย เพียงแต่บริหารจังหวะเวลาให้เหมาะสม
ผสมผสานความสามารถให้ได้
เช่น อยากเป็นศิลปิน ก็เรียนรู้ธุรกิจด้วย หรือ พิสูจน์ความสามารถให้เขาเห็นก่อน
พวกเขาจะมั่นใจได้ว่า ทางที่เลือกเดินให้อนาคตที่ดีได้
เจอลูกน้องทำงานไม่ถูกใจ อย่าเพิ่งด่า พูดจากระแทกแดกดัน
ลองใช้คำพูด ชวนเขามาร่วมปรับปรุงงาน
แทนที่จะเป็นก้อนหิน ลองมองตัวเองเป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงหมู่ไม้
ส่วนคนที่ไม่อาจเดินบนเส้นเดียวกันได้ ไม่ว่าเรื่องงาน หรือ เรื่องส่วนตัว
ก็เพียงจากเขาไปเงียบๆ คนพูดน้อย ดูน่าค้นหา
ลดความชัดเจน ที่จะบอกว่า รัก หรือ เกลียดใครมากเกินไป
เพราะนั่น จะทำให้เราถูกโจมตี
หรือตกเป็นเป้าได้ง่าย คนรอบข้าง ต่างก็มีส่วนดี ส่วนเสีย
เพียงแต่เราจะเอาตนเองไปเกี่ยวข้องกับเขาในด้านใด
ความคิดคมๆ ที่ช่วยอัปเกรดชีวิต
เสื้อผ้าที่เราชอบ อาจไม่เหมาะกับรูปร่างของเรา บางเรื่อง ต้องแยก ระหว่าง
สิ่งที่ชอบ กับสิ่งที่ใช่ และบางครั้ง ต้องใช้สมอง หลอกอารมณ์
2. ในการวิ่ง คุณอาจทำอะไรหล่นหายไปเยอะ
แต่ถ้าคุณเดิน สิ่งที่เหลือในอ้อมแขนคุณ อาจมากกว่า
ทำอะไรช้าแบบมีสติ มักได้ผลกว่าการรีบเร่ง
3. ถ้าคุณทำงานสาขาที่ไม่ตรงจริต คุณจะไร้ค่าในสังคมงานประเภทนั้น
แต่ถ้างานนั้นตรงจริต คุณจะไม่ละความพยายาม เพราะคุณพบความสุขที่จะพัฒนาผลงาน
เลือกงานที่ไม่ต้องกระโดดออกจากความเป็นตัวเองมากเกินไป
แต่ก็อย่ารังเกียจที่จะเรียนรู้สิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่ความถนัดของตนเอง เพื่ออยู่รอดในสังคม
4. อย่าคาดหวังให้ใครเข้าใจเรา 100% แค่ 30% ก็พอ บางเรื่อง จงเก็บไว้กับตัวเอง
ดีกว่าเสียเวลาอธิบาย การ move on แล้วทำให้ดีขึ้นในโอกาสใหม่ ดีกว่าอยู่ที่เดิมแล้วทุ่ม
กับความพยายามให้คนอื่นเข้าใจความคิดของเรา เว้นแต่บางเรื่องที่จำเป็นต้องเข้าใจให้ตรงกัน
5. ละความโกรธ แบบไม่พุ่งชน แต่คิดนอกกรอบ
ครั้งหนึ่งเราไม่ถูกใจที่ครูลงโทษ ให้ไปทำงานกลางแดดเช้าๆ แต่มานึกอีกที ก็ดีนะ ได้วิตามินดี
บางคนไม่ชอบให้พ่อแม่มอบสิ่งต่างๆให้ แต่ขณะเดียวกัน ก็พยายามกำหนดทิศทางชีวิตของลูก
เช่น เรียนในสิ่งที่พ่อแม่ชอบ พ่อแม่จะส่งให้เรียนเต็มที่
แทนที่จะไปเถียง หรือสู้กลับ
ลองเปลี่ยนทิศทางความคิด ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และนั่นไม่ได้หมายความว่า
พรสวรรค์ด้านอื่นของเราจะหายไปสักหน่อย เพียงแต่บริหารจังหวะเวลาให้เหมาะสม
ผสมผสานความสามารถให้ได้
เช่น อยากเป็นศิลปิน ก็เรียนรู้ธุรกิจด้วย หรือ พิสูจน์ความสามารถให้เขาเห็นก่อน
พวกเขาจะมั่นใจได้ว่า ทางที่เลือกเดินให้อนาคตที่ดีได้
เจอลูกน้องทำงานไม่ถูกใจ อย่าเพิ่งด่า พูดจากระแทกแดกดัน
ลองใช้คำพูด ชวนเขามาร่วมปรับปรุงงาน
แทนที่จะเป็นก้อนหิน ลองมองตัวเองเป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงหมู่ไม้
ส่วนคนที่ไม่อาจเดินบนเส้นเดียวกันได้ ไม่ว่าเรื่องงาน หรือ เรื่องส่วนตัว
ก็เพียงจากเขาไปเงียบๆ คนพูดน้อย ดูน่าค้นหา
ลดความชัดเจน ที่จะบอกว่า รัก หรือ เกลียดใครมากเกินไป
เพราะนั่น จะทำให้เราถูกโจมตี
หรือตกเป็นเป้าได้ง่าย คนรอบข้าง ต่างก็มีส่วนดี ส่วนเสีย
เพียงแต่เราจะเอาตนเองไปเกี่ยวข้องกับเขาในด้านใด