"อนุทิน" ย้ำหาเสียงไม่โหนกระแสชายแดน เรียกความนิยม ไม่ปิดกั้นร่วมงาน "พท.-ปชน." หากเห็น ภท. มีประโยชน์-รับนโยบายได้ ด้าน "ยศชนัน" ไม่ขอเลือกกระทรวง แต่จะเอาเก้าอี้นายกฯ ขณะที่ "เท้ง" ขอดีลตั้งรัฐบาลเปิดเผย อยู่ในสายตาประชาชน
.
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ม.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมงาน “ทิศทางโลกทิศทางไทย” Global Dynamics and Thailand ‘s Future โดยนายอนุทินแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Thailand Vision 2035” ก่อนตอบคำถามกรณีใช้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างความนิยมทางการเมือง เปิดสร้างความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่
โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่าประชาชนสามารถเป็นผู้ให้คําตอบนี้ได้ หน้าที่ของความเป็นรัฐบาล อันนี้ไม่ใช่ภูมิใจไทย หน้าที่ของหัวหน้ารัฐบาลคือนายกรัฐมนตรี ในการรักษาอธิปไตยและแผ่นดินของเราจนสุดความสามารถ คงเห็นว่าวันนี้มีข่าวรัฐมนตรีของกัมพูชา บอกอย่าเลือกตน ให้ไปเลือกคนอื่น เลือกตนจะมีโอกาสเกิดสงคราม อันนี้ไม่ใช่ แต่มีโอกาสที่เขาจะแพ้เราราบคาบ มีโอกาสที่เขาจะเอาเปรียบประเทศไทย ไม่ได้ และมีโอกาสที่เขาไม่สามารถมาคุกคามอธิปไตยของประเทศไทย เขาจึงไม่สามารถให้ตนมาเป็นนายกฯ ฉะนั้นเราต้องอย่าทําให้เขาสมใจ
เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการใช้สถานการณ์นี้มาสร้างความนิยมทางการเมือง ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เวลาตนทํางานในทําเนียบรัฐบาล ตนคือนายกฯ ของคนไทยทุกคน
เมื่อถามต่อว่า ยังไง 2 ประเทศนี้แยกกันไม่ได้ ที่สุดก็ต้องติดกันตรงนี้ ในยุคนายอนุทินจะมีการเปิดด่านหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ไม่เปิดแน่นอน จนกว่าเราจะมีความแน่ใจว่า บูรณภาพแห่งดินแดนเกิดขึ้นในประเทศไทย คําว่าบูรณภาพแห่งดินแดน หมายความว่าจะไม่มีศัตรู จะไม่มีคนที่อยู่นอกอธิปไตยของไทย กล้าแม้กระทั่งคิดที่จะมารุกราน หรือมาทําให้ประเทศเราเสียอธิปไตย นี่คือหลักที่ตนทํามาตลอด
เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงในยุคนายอนุทิน อีก 4 ปีจะไม่มีเปิดด่านใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องทําให้ไม่มี เมื่อถามอีกว่า หมายถึงเรื่องการเปิดด่าน นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่ เรื่องการเปิดด่านมันยังอีกห่างไกล เพราะความสัมพันธ์ทางการทูต เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ในสถานทูต ถ้าทุกอย่างมันมีความเป็นเสถียรภาพ ก็จะไปหารือเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต
เมื่อถามถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) บอกว่าจะไม่ยกมือให้นายอนุทิน เป็นนายกฯ อีกแล้ว โดยนายอนุทินหันไปทางนายณัฐพงษ์ พร้อมกล่าว “ถ้าท่านเข้ามาที่ 1 ท่านต้องไม่ยกมือให้ผม” เมื่อถามอีกว่า ถ้าพรรคประชาชนมาเป็นที่ 2 เขาก็จะไม่ยกมือให้ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันขนาดนั้น ตนคิดว่าเราทั้ง 3 คน อายุก็ไม่ห่างกันสักเท่าไหร่ แต่ความคิดความรักชาติ รักแผ่นดิน มองเห็นประโยชน์ของประเทศชาติเหนือสิ่งอื่นใด ตนคิดว่าเราสามคนมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ต้องให้ประชาชนตัดสิน ส่วนถ้าเขาได้มาอันดับ 1 นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าทั้งพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย เห็นว่าพรรคภูมิใจไทย มีประโยชน์ รับนโยบายพรรคภูมิใจไทยได้ เราค่อยมาว่ากัน เหมือนที่ผ่านมา ไม่เคยปิดกั้นอะไรอยู่แล้ว ซึ่งการเลือกตั้งทุกครั้ง ตนต้องถอดความของประชาชนออกมาให้ได้ ถอดจากจํานวน สส. ที่ได้รับเลือก ครั้งนี้ก็จะดูจากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่พรรคภูมิใจไทยได้มา ตนไปถูกทางแน่นอนไม่ต้องห่วง
นอกจากนี้ ผู้ดำเนินรายการยังถามนายยศชนัน ว่าหากเป็นรัฐบาลผสม ถ้าไม่ได้กระทรวงไหนจะไม่ร่วม นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญ เราพยายามสื่อสารเรื่องวิสัยทัศน์ เราจำเป็นต้องทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน เพราะปัญหาในขณะนี้มีเยอะ หากเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งมันไม่ได้ เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกับทุกพรรค โดยทุกคนมองเป้าหมายว่าเราอยากทำให้ประเทศไทยมีรายได้สูง การอยู่กระทรวงไหนไม่เป็นไร หากเรามีเป้าหมายร่วมกันแล้ว ก็ขอเก้าอี้เดียวคือตำแหน่งสูงสุด
เมื่อถามว่าหากดูแนวนโยบายแล้วมีพรรคใดใกล้เคียงกับเพื่อไทยมากที่สุด นายยศชนัน กล่าวว่า ทุกพรรคมีเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ จึงมั่นใจว่าการจะเลือกคนมา พรรคมา มันไม่ยาก แต่ต้องเป็นคนที่ไม่คอร์รัปชันหากเข้ามารับตำแหน่ง
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามกรณีพรรคประชาชน (ปชน.) จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารประเทศ จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลพรรคเดียวใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่เชิงอย่างนั้น หากเราได้เกิน 250 ที่นั่ง สามารถทำได้ แต่ถ้าไม่ถึงโจทย์ของเราคือการตั้งรัฐบาลประชาชนที่จะเอาวาระเป็นตัวตั้ง พรรคที่จะมาร่วมต้องทำงานข้ามกระทรวงโดยยึดวาระเป็นตัวตั้ง ยึดภารกิจเป็นตัวตั้ง โดยโครงสร้างทีมบริหารจะมีรองนายกฯ ที่ดูภาพรวมให้งานสามารถทำข้ามกระทรวงได้ รัฐมนตรีที่ถูกเสนอชื่อมาควรเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถตรงสาย การทำงานยึดวาระเป็นตัวตั้ง ไม่แบ่งกระทรวงใครกระทรวงมันหรือต่างคนต่างทำ และตนเห็นว่าหลายพรรคออกมาพูดตรงกันการตั้งรัฐบาลครั้งหน้า ต่างรับหลักการที่พรรคอันดับหนึ่งควรได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน และตนอยากให้มีความโปร่งใสในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในสายตาประชาชน.
"อนุทิน" ย้ำหาเสียงไม่โหนกระแสชายแดน เรียกความนิยม ไม่ปิดกั้นร่วมงาน ‘พรรคเพื่อไทย-พรรคประชาชน’ หากรับนโยบายได้...