เจริญพร
เพราะอำนาจ บุญ–บาป–กรรม ที่ตนได้กระทำไว้ในอดีต
ทั้งใน ชาติที่แล้ว และชาตินี้
ย่อมเป็นเหตุให้ชีวิตของมนุษย์มีความแตกต่างกัน
อนึ่ง ในทาง วิชชาธรรมกาย ได้อธิบายไว้ว่า
สรรพสัตว์ทั้งหลายมี กายซ้อนกาย
ตั้งแต่กายมนุษย์หยาบ ไปจนถึง กายธรรม
กรรมที่กระทำไว้จะไปสั่งสมอยู่ในกายภายใน
รอเวลาให้ผลตามกำลังแห่งเหตุและปัจจัย
อ้างอิง
– หลักกายซ้อนกาย วิชชาธรรมกาย
https://www.dhammakaya.net/knowledge/inner_body
ผู้ที่กระทำกรรมใดไว้
ย่อมมี ดวงธรรมและกายภายใน เป็นที่รองรับวิบากกรรมนั้น
กรรมไม่สูญหาย ไม่ว่าจะหนีไปในที่ใด
เพราะกรรมติดตามกายภายในไปทุกภพทุกชาติ
อ้างอิง
– วิชชาธรรมกายกับกฎแห่งกรรม
https://www.watpaknam.org/th/content/category/karma
ฆ่าสัตว์ ไม่มีเมตตากรุณา
เป็นเหตุให้
กายมนุษย์หยาบอายุสั้น
กายภายในเศร้าหมอง มีกำลังบุญน้อย
ไม่ฆ่าสัตว์ มีเมตตากรุณา
เป็นเหตุให้
กายมนุษย์หยาบอายุยืน
กายภายในผ่องใส มีกำลังบุญคุ้มครอง
เบียดเบียนสัตว์
เป็นเหตุให้มีโรคมาก
เพราะกายภายในถูกรบกวนด้วยวิบากกรรม
ไม่เบียดเบียนสัตว์
เป็นเหตุให้มีโรคน้อย
เพราะกายภายในสงบ เบา สบาย
(มีต่อ)
อ้างอิง (สอดคล้องพุทธพจน์ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์)
https://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=21279
อำนาจกรรมตามแนววิชชาธรรมกาย
กรรมมีหลายระดับ
ให้ผลต่างเวลากันตามกายที่รองรับ
บางกรรมให้ผลในชาตินี้
บางกรรมให้ผลในชาติหน้า
บางกรรมให้ผลข้ามภพข้ามชาติ
อ้างอิง
– เวลาแห่งการให้ผลของกรรม
https://pantip.com/topic/36524271
ตัวอย่างวิบากกรรม (อธิบายตามหลักกายภายใน)
บุคคลที่
ถูกไฟไหม้
→ กายภายในเคยสั่งสมกรรมเบียดเบียนด้วยไฟ
ถูกถ่วงน้ำ
→ กายภายในเคยสั่งสมกรรมทำให้ผู้อื่นขาดอากาศ
ถูกขัง ถูกปิด ถูกกดทับ
→ กายภายในเคยสั่งสมกรรมกักขังสัตว์หรือผู้อื่น
วิบากเหล่านี้ไม่ใช่การลงโทษ
แต่เป็น ผลของเหตุที่ตนได้สร้างไว้เอง
อ้างอิง
– ตัวอย่างวิบากกรรมจากคาถาธรรมบท
https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=19&p=11
แม้บางท่านจะมีวิบากหนักในเบื้องต้น
แต่หากภายหลังได้เข้าถึง ดวงธรรม–กายธรรม
และสั่งสมบุญใหญ่ด้วยการปฏิบัติวิชชาธรรมกาย
บุญย่อมมีกำลัง ผ่อนหนักให้เป็นเบา
และตัดรอนวิบากกรรมได้ตามส่วน
อ้างอิง
– การปฏิบัติธรรมเพื่อแก้ไขวิบากกรรม
https://www.dhammakaya.net/meditation
วิชชาธรรมกาย : การเห็นกรรมและการให้ผลของกรรม
เพราะอำนาจ บุญ–บาป–กรรม ที่ตนได้กระทำไว้ในอดีต
ทั้งใน ชาติที่แล้ว และชาตินี้
ย่อมเป็นเหตุให้ชีวิตของมนุษย์มีความแตกต่างกัน
อนึ่ง ในทาง วิชชาธรรมกาย ได้อธิบายไว้ว่า
สรรพสัตว์ทั้งหลายมี กายซ้อนกาย
ตั้งแต่กายมนุษย์หยาบ ไปจนถึง กายธรรม
กรรมที่กระทำไว้จะไปสั่งสมอยู่ในกายภายใน
รอเวลาให้ผลตามกำลังแห่งเหตุและปัจจัย
อ้างอิง
– หลักกายซ้อนกาย วิชชาธรรมกาย
https://www.dhammakaya.net/knowledge/inner_body
ผู้ที่กระทำกรรมใดไว้
ย่อมมี ดวงธรรมและกายภายใน เป็นที่รองรับวิบากกรรมนั้น
กรรมไม่สูญหาย ไม่ว่าจะหนีไปในที่ใด
เพราะกรรมติดตามกายภายในไปทุกภพทุกชาติ
อ้างอิง
– วิชชาธรรมกายกับกฎแห่งกรรม
https://www.watpaknam.org/th/content/category/karma
ฆ่าสัตว์ ไม่มีเมตตากรุณา
เป็นเหตุให้
กายมนุษย์หยาบอายุสั้น
กายภายในเศร้าหมอง มีกำลังบุญน้อย
ไม่ฆ่าสัตว์ มีเมตตากรุณา
เป็นเหตุให้
กายมนุษย์หยาบอายุยืน
กายภายในผ่องใส มีกำลังบุญคุ้มครอง
เบียดเบียนสัตว์
เป็นเหตุให้มีโรคมาก
เพราะกายภายในถูกรบกวนด้วยวิบากกรรม
ไม่เบียดเบียนสัตว์
เป็นเหตุให้มีโรคน้อย
เพราะกายภายในสงบ เบา สบาย
(มีต่อ)
อ้างอิง (สอดคล้องพุทธพจน์ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์)
https://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=21279
อำนาจกรรมตามแนววิชชาธรรมกาย
กรรมมีหลายระดับ
ให้ผลต่างเวลากันตามกายที่รองรับ
บางกรรมให้ผลในชาตินี้
บางกรรมให้ผลในชาติหน้า
บางกรรมให้ผลข้ามภพข้ามชาติ
อ้างอิง
– เวลาแห่งการให้ผลของกรรม
https://pantip.com/topic/36524271
ตัวอย่างวิบากกรรม (อธิบายตามหลักกายภายใน)
บุคคลที่
ถูกไฟไหม้
→ กายภายในเคยสั่งสมกรรมเบียดเบียนด้วยไฟ
ถูกถ่วงน้ำ
→ กายภายในเคยสั่งสมกรรมทำให้ผู้อื่นขาดอากาศ
ถูกขัง ถูกปิด ถูกกดทับ
→ กายภายในเคยสั่งสมกรรมกักขังสัตว์หรือผู้อื่น
วิบากเหล่านี้ไม่ใช่การลงโทษ
แต่เป็น ผลของเหตุที่ตนได้สร้างไว้เอง
อ้างอิง
– ตัวอย่างวิบากกรรมจากคาถาธรรมบท
https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=19&p=11
แม้บางท่านจะมีวิบากหนักในเบื้องต้น
แต่หากภายหลังได้เข้าถึง ดวงธรรม–กายธรรม
และสั่งสมบุญใหญ่ด้วยการปฏิบัติวิชชาธรรมกาย
บุญย่อมมีกำลัง ผ่อนหนักให้เป็นเบา
และตัดรอนวิบากกรรมได้ตามส่วน
อ้างอิง
– การปฏิบัติธรรมเพื่อแก้ไขวิบากกรรม
https://www.dhammakaya.net/meditation