สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิป
วันนี้ผมมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะมาชวนพูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ เป็นเรื่องที่ผมสังเกตมาสักพักและเชื่อว่าหลายคนในพื้นที่แถบชายแดนหรือแม้แต่ในกรุงเทพฯ เองก็คงเริ่มรู้สึกเหมือนกัน นั่นคือเรื่องของ "การตั้งรกรากของชาวกัมพูชาในไทย" ที่อยู่ยาวจนแทบจะกลืนไปกับเจ้าของพื้นที่
หากย้อนกลับไปในช่วงหลายทศวรรษก่อน เราทราบกันดีว่ากัมพูชาเผชิญกับสงครามภายในที่เลวร้ายอย่าง "เขมรแดง" ทำให้มีผู้อพยพจำนวนมหาศาลทะลักเข้ามาในเขตไทยตามแนวชายแดน ไทยเราในฐานะเพื่อนบ้านและตามหลักสิทธิมนุษยชนก็ได้ให้ที่พักพิง มีศูนย์อพยพเกิดขึ้นมากมาย
แต่จุดที่น่าสนใจและเป็นประเด็นในตอนนี้คือ:
หนี้สงครามที่ไม่มีวันหมด?
หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า แม้สงครามจะจบลงไปนานมากแล้ว และประเทศกัมพูชาก็ประกาศว่าพัฒนาไปไกล แต่ทำไมกลุ่มคนที่เคยเข้ามาในฐานะผู้อพยพ (หรือลูกหลาน) ถึงยังไม่กลับ? กลายเป็นว่าพวกเขาหยั่งรากลึก มีกิจการ มีที่ดิน และที่น่าตกใจคือเริ่มมีทัศนคติที่ว่า "ที่นี่คือบ้านของเขา" หรือบางกลุ่มถึงขั้นอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ด้วยซ้ำ
การกลืนกลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อ
เราเริ่มเห็นกระแสในโซเชียลมีเดียที่พยายามเคลมวัฒนธรรมไทย หรือแม้แต่การอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนผ่าน "ประวัติศาสตร์ชุดใหม่" ที่ถูกปลูกฝังกันมา สิ่งนี้ส่งผลให้คนที่มาอาศัยอยู่ในไทยเริ่มมีพฤติกรรมที่ไม่ใช่แค่ผู้อาศัย แต่ทำตัวเป็น "เจ้าของร่วม"
ปัญหาด้านกฎหมายและการตรวจสอบ
เราปล่อยให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านจาก "ผู้อพยพ" มาเป็น "ผู้พำนักถาวร" หรือการถือครองสิทธิ์ต่างๆ เกิดขึ้นง่ายเกินไปหรือไม่? จนวันนี้ในบางพื้นที่ เราแทบแยกไม่ออกว่าใครคือคนไทย ใครคือคนที่เข้ามาอยู่เพราะหนี้สงครามในอดีต
คำถามที่อยากชวนทุกคนมาคุยคือ:
เพื่อนๆ มีประสบการณ์เจอเหตุการณ์ที่คนกลุ่มนี้แสดงท่าทีว่า "ที่นี่คือแผ่นดินเขา" บ้างไหมครับ?
ในอนาคต หากเรายังปล่อยให้การตั้งรกรากแบบไม่มีขอบเขตนี้ดำเนินต่อไป จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรือโครงสร้างสังคมไทยอย่างไร?
เราควรจะมีมาตรการจัดการเรื่อง "การพิสูจน์สิทธิ์" หรือ "การผลักดันกลับ" สำหรับกลุ่มที่ยังคงค้างคาจากยุคสงครามอย่างไรให้เป็นรูปธรรม?
ผมไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความแตกแยกนะครับ แต่อยากให้เรามองความจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อที่วันหนึ่งเราจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจว่า "ทำไมเราถึงกลายเป็นคนนอกในบ้านตัวเอง"
รออ่านความเห็นของทุกคนนะครับ
เมื่อ "ผู้อพยพ" กลายเป็น "เจ้าของที่"? ถอดรอยอดีตหนี้สงคราม กับความจริงที่คนไทยอาจหลงลืม
วันนี้ผมมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะมาชวนพูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ เป็นเรื่องที่ผมสังเกตมาสักพักและเชื่อว่าหลายคนในพื้นที่แถบชายแดนหรือแม้แต่ในกรุงเทพฯ เองก็คงเริ่มรู้สึกเหมือนกัน นั่นคือเรื่องของ "การตั้งรกรากของชาวกัมพูชาในไทย" ที่อยู่ยาวจนแทบจะกลืนไปกับเจ้าของพื้นที่
หากย้อนกลับไปในช่วงหลายทศวรรษก่อน เราทราบกันดีว่ากัมพูชาเผชิญกับสงครามภายในที่เลวร้ายอย่าง "เขมรแดง" ทำให้มีผู้อพยพจำนวนมหาศาลทะลักเข้ามาในเขตไทยตามแนวชายแดน ไทยเราในฐานะเพื่อนบ้านและตามหลักสิทธิมนุษยชนก็ได้ให้ที่พักพิง มีศูนย์อพยพเกิดขึ้นมากมาย
แต่จุดที่น่าสนใจและเป็นประเด็นในตอนนี้คือ:
หนี้สงครามที่ไม่มีวันหมด?
หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า แม้สงครามจะจบลงไปนานมากแล้ว และประเทศกัมพูชาก็ประกาศว่าพัฒนาไปไกล แต่ทำไมกลุ่มคนที่เคยเข้ามาในฐานะผู้อพยพ (หรือลูกหลาน) ถึงยังไม่กลับ? กลายเป็นว่าพวกเขาหยั่งรากลึก มีกิจการ มีที่ดิน และที่น่าตกใจคือเริ่มมีทัศนคติที่ว่า "ที่นี่คือบ้านของเขา" หรือบางกลุ่มถึงขั้นอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ด้วยซ้ำ
การกลืนกลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อ
เราเริ่มเห็นกระแสในโซเชียลมีเดียที่พยายามเคลมวัฒนธรรมไทย หรือแม้แต่การอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนผ่าน "ประวัติศาสตร์ชุดใหม่" ที่ถูกปลูกฝังกันมา สิ่งนี้ส่งผลให้คนที่มาอาศัยอยู่ในไทยเริ่มมีพฤติกรรมที่ไม่ใช่แค่ผู้อาศัย แต่ทำตัวเป็น "เจ้าของร่วม"
ปัญหาด้านกฎหมายและการตรวจสอบ
เราปล่อยให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านจาก "ผู้อพยพ" มาเป็น "ผู้พำนักถาวร" หรือการถือครองสิทธิ์ต่างๆ เกิดขึ้นง่ายเกินไปหรือไม่? จนวันนี้ในบางพื้นที่ เราแทบแยกไม่ออกว่าใครคือคนไทย ใครคือคนที่เข้ามาอยู่เพราะหนี้สงครามในอดีต
คำถามที่อยากชวนทุกคนมาคุยคือ:
เพื่อนๆ มีประสบการณ์เจอเหตุการณ์ที่คนกลุ่มนี้แสดงท่าทีว่า "ที่นี่คือแผ่นดินเขา" บ้างไหมครับ?
ในอนาคต หากเรายังปล่อยให้การตั้งรกรากแบบไม่มีขอบเขตนี้ดำเนินต่อไป จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรือโครงสร้างสังคมไทยอย่างไร?
เราควรจะมีมาตรการจัดการเรื่อง "การพิสูจน์สิทธิ์" หรือ "การผลักดันกลับ" สำหรับกลุ่มที่ยังคงค้างคาจากยุคสงครามอย่างไรให้เป็นรูปธรรม?
ผมไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความแตกแยกนะครับ แต่อยากให้เรามองความจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อที่วันหนึ่งเราจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจว่า "ทำไมเราถึงกลายเป็นคนนอกในบ้านตัวเอง"
รออ่านความเห็นของทุกคนนะครับ