หากพี่ๆน้องๆท่านใดพอมี ประวัติ ของน้าๆนักแข่งรถโมโตครอส กรุณาส่งมาได้ที่ผม https://web.facebook.com/anuchit.suwanarat หรือที่https://web.facebook.com/groups/vintagemotocrossthailand/ ชมรมคนรักรถวิบากวินเทจไทยแลนด์ ก็ได้ครับ .. ด้วยความขอบพระคุณล่วงหน้าครับ.
เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม หรือที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตยุคเก่ารู้จักกันดีในฉายา
“น้าเครา” คือหนึ่งในตำนานนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์วิบาก (โมโตครอส) ระดับแนวหน้าของประเทศไทยในช่วงยุคทอง (ปี 70s – 80s) ซึ่งเป็นยุคที่การแข่งขันโมโตครอสได้รับความนิยมอย่างสูงในไทย..
เส้นทางในวงการโมโตครอส
สังกัดทีม: ท่านเป็นนักแข่งสังกัด
ทีมยามาฮ่า (Yamaha) ซึ่งในยุคนั้นยามาฮ่าถือเป็นทีมยักษ์ใหญ่ที่มีนักแข่งฝีมือฉกาจมากมาย
เพื่อนร่วมรุ่น: ท่านเติบโตและสร้างชื่อเสียงมาพร้อมกับยอดนักบิดระดับตำนานอย่าง
อรรณพ ขำสมบัติ และ
วัชระ ปัญจมูล ซึ่งทั้งสามคนถือเป็น
“บิ๊กทรี” ของวงการรถวิบากในยุคนั้นที่แฟนความเร็วต้องรู้จัก
รถคู่ใจ: หนึ่งในรถแข่งที่เป็นสัญลักษณ์ของท่านคือ
Yamaha YZ125 (โดยเฉพาะโมเดลปี 1978 ที่สร้างชื่อเสียงอย่างมาก) ซึ่งเป็นรถที่โดดเด่นทั้งเรื่องน้ำหนักและพละกำลังในสนามทางฝุ่น
จุดเด่นและสไตล์การขับขี่
“น้าเครา” เฉลิมศักดิ์ เป็นนักแข่งที่มีความเก๋าเกมและมีลีลาการขับขี่ที่ดุดัน เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมสนามทางฝุ่นทั่วประเทศ
ท่านมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสกีฬารถวิบากให้กลายเป็นกีฬายอดนิยมที่มียอดผู้ชมล้นหลามในทุกสนามที่จัดแข่งขัน
สมัยนั้น นักแข่งรุ่นเดียวกันกับ เฉลิมศักดิ์ทองแย้ม มีแช่มทองคุณเกต, ฉลามอินโสภา, วัชระปัญจมูล, เบิร์ดหนองแขม, อรรณพขำสมบัติ, จอนอิสราม, อดิเรกแซ่ลิ้ม, คริสมาสวิไลโรจน์, ณรงค์อยู่สุข,หมูคาวา,อ๊อด อยู่พิมาย, ..สมัยก่อนใช้รถยามาฮ่าดีที100-125มากที่สุด
รองมา ใช้รถซูซูกิทีเอส100-125ตอนหลังมามีรถแข่งหม้อน้ำมานิยมใช้มากขึ้นรถยามาฮ่าYZ125(ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากคุณ ศรชัย อานิล)
ประวัติการแข่งขันของ
คุณเฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม หรือ
“น้าเครา” ในวงการโมโตครอสไทยนั้น ท่านถือเป็นตัวหลักของ
ทีมโรงงานยามาฮ่า (Yamaha Factory Team) ในช่วงปี พ.ศ. 2520 – 2530 ซึ่งเป็นยุคที่โมโตครอสเฟื่องฟูที่สุดในประเทศไทย

นี่คือรายละเอียดเกี่ยวกับรถแข่งคู่ใจและเกียรติประวัติในยุคนั้น..
1. รุ่นรถแข่งในตำนาน (The Machines)
ท่านได้ใช้รถตระกูล
YZ Series ซึ่งเป็นรถสูตร (Production Racer) ที่ดีที่สุดในยุคนั้น โดยรุ่นที่โดดเด่นที่สุดคือ..
Yamaha YZ125E (โมเดลปี 1978): นี่คือรถรุ่นที่สร้างชื่อให้ท่านอย่างมาก เป็นรถ 2 จังหวะที่ขึ้นชื่อเรื่องความแรงและน้ำหนักเบา โดยมีเอกลักษณ์คือถังน้ำมันทรงมนและระบบกันสะเทือนหลังแบบ Monoshock ยุคแรก
Yamaha YZ125 และ YZ250 (รุ่นต่างๆ ในยุค 80): ท่านขยับไปเล่นในรุ่นความจุที่สูงขึ้นตามลำดับการแข่งขัน รถในยุคนั้นจะเริ่มเปลี่ยนจากระบบระบายความร้อนด้วยอากาศมาเป็น
ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Liquid Cooled) และมีระบบวาล์วไอเสีย
YPVS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของยามาฮ่าในขณะนั้น
2. ทำเนียบแชมป์และผลงาน (Championship & Legacy)
แม้ในยุคนั้นการบันทึกสถิติอาจไม่ละเอียดเท่าปัจจุบัน แต่ชื่อของ
เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม ถูกบันทึกไว้ในฐานะ
“บิ๊กทรี (Big 3)” แห่งยุคทองของโมโตครอสไทย..
3 ยอดฝีมือทีมยามาฮ่า: ท่านเป็น 1 ใน 3 นักแข่งที่เก่งที่สุดของค่ายร่วมกับ
อรรณพ ขำสมบัติ และ
วัชระ ปัญจมูล (แชมป์ประเทศไทย 8 สมัย) โดยทั้ง 3 คนมักจะผลัดกันครองโพเดียมในรายการใหญ่ระดับประเทศ
การแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย (Thailand Motocross Championship): ท่านเป็นนักแข่งระดับเกรด A ที่คว้าแชมป์สนามและติดอันดับ Top 3 ของประเทศอย่างต่อเนื่องในรุ่น 125cc และรุ่น Open
สไตล์การขับขี่: ท่านขึ้นชื่อเรื่องการ “บู๊” และ “ใจถึง” ลีลาการกระโดดเนินที่สวยงามและดุดัน ทำให้เป็นขวัญใจแฟนๆ สนามฝุ่นทั่วประเทศ จนได้รับฉายาว่า “น้าเครา” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวจนถึงทุกวันนี้
3. เส้นทางหลังอำลาสนาม
หลังจากยุติบทบาทนักแข่งอาชีพ ท่านไม่ได้ทิ้งวงการไปเสียทีเดียว..
ครูฝึกและแรงบันดาลใจ: ท่านยังคงให้คำแนะนำแก่รุ่นน้องในวงการ และมักจะปรากฏตัวในงานรวมตัว “รถวิบากคลาสสิก” (Vintage Motocross) เพื่อย้อนรำลึกความหลังกับเพื่อนร่วมรุ่น
ปัจจุบัน: ท่านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยทำเกษตรกรรมและฟาร์มส่วนตัว แต่ชื่อของท่านยังคงเป็นตำนานที่แฟนรถวิบากรุ่นใหญ่พูดถึงเสมอเวลาที่มีการจัดงานรวมรุ่นหรือรีสโตรถแข่งเก่าครับ

—————
รถแข่งตระกูล Yamaha YZ ในยุคที่
“น้าเครา” เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม ครองสนาม (ช่วงปี 1978 – 1985) ถือเป็นยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีครั้งสำคัญของโลกโมโตครอส จากระบบระบายความร้อนด้วยลมสู่หม้อน้ำ และจากโช้คคู่สู่โช้คเดี่ยว
นี่คือรายละเอียดทางเทคนิคของรถที่เป็น “อาวุธ” หลักในยุคนั้น โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมอย่าง
YZ125 ครับ:
1. ยุคทองของอากาศและโช้คเดี่ยว: Yamaha YZ125E (1978)
รุ่นนี้คือรถที่สร้างชื่อให้น้าเคราอย่างมาก และเป็นรุ่นที่นักสะสมรถวิบากวินเทจถวิลหาที่สุด
เครื่องยนต์: 2 จังหวะ สูบเดียว ขนาด 123cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ
ระบบไอดี: Reed Valve (รีดวาล์ว 7 พอร์ต) ซึ่งช่วยให้การตอบสนองคันเร่งฉับไว
กำลัง: ให้แรงม้าประมาณ 28-30 แรงม้า (ถือว่าสูงมากในยุคนั้นเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว)
ระบบเกียร์: 6 สปีด แบบ Close Ratio (อัตราทดชิด) เพื่อให้รถอยู่ในย่านกำลังสูงสุดตลอดเวลา
เฟรม: ทำจากเหล็กโครโมลี (Chrome-moly) น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงกว่าเหล็กทั่วไป
จุดเด่นเทคโนโลยี: *
Monocross Suspension: เป็นยุคแรกๆ ที่ใช้โช้คหลังตัวเดียววางนอนอยู่ใต้ถังน้ำมันยาวไปถึงใต้เบาะ (เรียกว่าโช้คกระบอกยาว) ซึ่งให้ระยะยุบตัวที่มากกว่าโช้คคู่เดิมๆ อย่างมหาศาล
น้ำหนัก: เบาเพียงประมาณ
86 กิโลกรัม (Dry Weight) ทำให้คล่องตัวมากในการบินข้ามเนิน
2. ยุคปฏิวัติเทคโนโลยี: Yamaha YZ125 (ช่วงปี 1981 – 1985)
ในช่วงต้นยุค 80s ยามาฮ่าได้ใส่นวัตกรรมที่กลายเป็นมาตรฐานของรถวิบากจนถึงปัจจุบัน:
Liquid Cooled (ระบบหม้อน้ำ): เริ่มนำมาใช้ใน YZ125 ตัวแข่งในปี 1981 ช่วยให้เครื่องยนต์รักษาพละกำลังได้คงที่ตลอดการแข่งขันที่ยาวนาน ไม่เกิดอาการ “เครื่องล้า” จากความร้อน
YPVS (Yamaha Power Valve System): ถือเป็นไม้ตายของยามาฮ่า เป็นวาล์วที่ช่องไอเสียซึ่งควบคุมด้วยกลไก (ต่อมาเป็นไฟฟ้า) เพื่อปรับขนาดช่องไอเสียตามรอบเครื่องยนต์
ผลลัพธ์: ทำให้รถมีแรงบิดดีในรอบต่ำ และมีพลัง “เดินลึก” ในรอบสูง แตกต่างจากรถ 2 จังหวะยุคเก่าที่จะแรงแค่รอบปลายอย่างเดียว
ระบบเบรก: เริ่มเปลี่ยนจาก
ดรัมเบรก (Drum Brake) มาเป็น
ดิสก์เบรกหน้า ในปี 1985 ซึ่งช่วยให้การเข้าโค้งลึกๆ และการชะลอรถทำได้แม่นยำขึ้นมาก
3. เอกลักษณ์ประจำตัว: “โช้คเข็มทอง” และ “คาร์บูฯ แฟลตสไลด์”
นักแข่งระดับตำนานอย่างน้าเครามักจะมีการเซ็ตติ้งรถที่พิเศษกว่ารถเดิมๆ:
ระบบช่วงล่าง: ในยุคนั้นนักแข่งทีมโรงงานจะใช้โช้คอัพ
Kayaba (KYB) หรือ
Ohlins ที่มีการปรับจูนวาล์วภายในเป็นพิเศษ (บ้านเรามักเรียกการปรับแต่งช่วงล่างเทพๆ ว่าการทำ “โช้คเข็ม”)
คาร์บูเรเตอร์: มักเปลี่ยนไปใช้
Mikuni หรือ Keihin ปากกว้างพิเศษ เพื่อการจ่ายน้ำมันที่รุนแรงขึ้น
ตารางสรุปเปรียบเทียบ (โดยประมาณ)
คุณลักษณะ
YZ125E (1978)
YZ125 (1985)
การระบายความร้อน
อากาศ (Air Cooled)
น้ำ (Liquid Cooled)
ระบบพาวเวอร์วาล์ว
ไม่มี
มี (YPVS)
ระบบเบรก (หน้า/หลัง)
ดรัม / ดรัม
ดิสก์ / ดรัม
ระบบกันสะเทือนหลัง
Monocross (วางนอนใต้ถัง)
Monocross (Linkage type)
น้ำหนักตัวรถ
~86 กก.
~88-90 กก.
รถเหล่านี้ในปัจจุบันกลายเป็น
“สมบัติล้ำค่า” ในวงการ Vintage Motocross ซึ่งราคาสะสมในสภาพสมบูรณ์พร้อมแข่งอาจพุ่งสูงไปถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว.
ที่มา
https://www.thaimotocar.com/2026/01/11/chalermsak-thongyaem-motocross/
เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม ฉายา “น้าเครา”หนึ่งในตำนานนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์วิบาก สุดยอดระดับแนวหน้าของประเทศไทย
เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม หรือที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตยุคเก่ารู้จักกันดีในฉายา “น้าเครา” คือหนึ่งในตำนานนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์วิบาก (โมโตครอส) ระดับแนวหน้าของประเทศไทยในช่วงยุคทอง (ปี 70s – 80s) ซึ่งเป็นยุคที่การแข่งขันโมโตครอสได้รับความนิยมอย่างสูงในไทย..
เส้นทางในวงการโมโตครอส
สังกัดทีม: ท่านเป็นนักแข่งสังกัด ทีมยามาฮ่า (Yamaha) ซึ่งในยุคนั้นยามาฮ่าถือเป็นทีมยักษ์ใหญ่ที่มีนักแข่งฝีมือฉกาจมากมาย
เพื่อนร่วมรุ่น: ท่านเติบโตและสร้างชื่อเสียงมาพร้อมกับยอดนักบิดระดับตำนานอย่าง อรรณพ ขำสมบัติ และ วัชระ ปัญจมูล ซึ่งทั้งสามคนถือเป็น “บิ๊กทรี” ของวงการรถวิบากในยุคนั้นที่แฟนความเร็วต้องรู้จัก
รถคู่ใจ: หนึ่งในรถแข่งที่เป็นสัญลักษณ์ของท่านคือ Yamaha YZ125 (โดยเฉพาะโมเดลปี 1978 ที่สร้างชื่อเสียงอย่างมาก) ซึ่งเป็นรถที่โดดเด่นทั้งเรื่องน้ำหนักและพละกำลังในสนามทางฝุ่น
จุดเด่นและสไตล์การขับขี่
“น้าเครา” เฉลิมศักดิ์ เป็นนักแข่งที่มีความเก๋าเกมและมีลีลาการขับขี่ที่ดุดัน เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมสนามทางฝุ่นทั่วประเทศ
ท่านมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสกีฬารถวิบากให้กลายเป็นกีฬายอดนิยมที่มียอดผู้ชมล้นหลามในทุกสนามที่จัดแข่งขัน
สมัยนั้น นักแข่งรุ่นเดียวกันกับ เฉลิมศักดิ์ทองแย้ม มีแช่มทองคุณเกต, ฉลามอินโสภา, วัชระปัญจมูล, เบิร์ดหนองแขม, อรรณพขำสมบัติ, จอนอิสราม, อดิเรกแซ่ลิ้ม, คริสมาสวิไลโรจน์, ณรงค์อยู่สุข,หมูคาวา,อ๊อด อยู่พิมาย, ..สมัยก่อนใช้รถยามาฮ่าดีที100-125มากที่สุด
รองมา ใช้รถซูซูกิทีเอส100-125ตอนหลังมามีรถแข่งหม้อน้ำมานิยมใช้มากขึ้นรถยามาฮ่าYZ125(ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากคุณ ศรชัย อานิล)
ประวัติการแข่งขันของ คุณเฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม หรือ “น้าเครา” ในวงการโมโตครอสไทยนั้น ท่านถือเป็นตัวหลักของ ทีมโรงงานยามาฮ่า (Yamaha Factory Team) ในช่วงปี พ.ศ. 2520 – 2530 ซึ่งเป็นยุคที่โมโตครอสเฟื่องฟูที่สุดในประเทศไทย
นี่คือรายละเอียดเกี่ยวกับรถแข่งคู่ใจและเกียรติประวัติในยุคนั้น..
1. รุ่นรถแข่งในตำนาน (The Machines)
ท่านได้ใช้รถตระกูล YZ Series ซึ่งเป็นรถสูตร (Production Racer) ที่ดีที่สุดในยุคนั้น โดยรุ่นที่โดดเด่นที่สุดคือ..
Yamaha YZ125E (โมเดลปี 1978): นี่คือรถรุ่นที่สร้างชื่อให้ท่านอย่างมาก เป็นรถ 2 จังหวะที่ขึ้นชื่อเรื่องความแรงและน้ำหนักเบา โดยมีเอกลักษณ์คือถังน้ำมันทรงมนและระบบกันสะเทือนหลังแบบ Monoshock ยุคแรก
Yamaha YZ125 และ YZ250 (รุ่นต่างๆ ในยุค 80): ท่านขยับไปเล่นในรุ่นความจุที่สูงขึ้นตามลำดับการแข่งขัน รถในยุคนั้นจะเริ่มเปลี่ยนจากระบบระบายความร้อนด้วยอากาศมาเป็น ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Liquid Cooled) และมีระบบวาล์วไอเสีย YPVS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของยามาฮ่าในขณะนั้น
2. ทำเนียบแชมป์และผลงาน (Championship & Legacy)
แม้ในยุคนั้นการบันทึกสถิติอาจไม่ละเอียดเท่าปัจจุบัน แต่ชื่อของ เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม ถูกบันทึกไว้ในฐานะ “บิ๊กทรี (Big 3)” แห่งยุคทองของโมโตครอสไทย..
3 ยอดฝีมือทีมยามาฮ่า: ท่านเป็น 1 ใน 3 นักแข่งที่เก่งที่สุดของค่ายร่วมกับ อรรณพ ขำสมบัติ และ วัชระ ปัญจมูล (แชมป์ประเทศไทย 8 สมัย) โดยทั้ง 3 คนมักจะผลัดกันครองโพเดียมในรายการใหญ่ระดับประเทศ
การแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย (Thailand Motocross Championship): ท่านเป็นนักแข่งระดับเกรด A ที่คว้าแชมป์สนามและติดอันดับ Top 3 ของประเทศอย่างต่อเนื่องในรุ่น 125cc และรุ่น Open
สไตล์การขับขี่: ท่านขึ้นชื่อเรื่องการ “บู๊” และ “ใจถึง” ลีลาการกระโดดเนินที่สวยงามและดุดัน ทำให้เป็นขวัญใจแฟนๆ สนามฝุ่นทั่วประเทศ จนได้รับฉายาว่า “น้าเครา” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวจนถึงทุกวันนี้
3. เส้นทางหลังอำลาสนาม
หลังจากยุติบทบาทนักแข่งอาชีพ ท่านไม่ได้ทิ้งวงการไปเสียทีเดียว..
ครูฝึกและแรงบันดาลใจ: ท่านยังคงให้คำแนะนำแก่รุ่นน้องในวงการ และมักจะปรากฏตัวในงานรวมตัว “รถวิบากคลาสสิก” (Vintage Motocross) เพื่อย้อนรำลึกความหลังกับเพื่อนร่วมรุ่น
ปัจจุบัน: ท่านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยทำเกษตรกรรมและฟาร์มส่วนตัว แต่ชื่อของท่านยังคงเป็นตำนานที่แฟนรถวิบากรุ่นใหญ่พูดถึงเสมอเวลาที่มีการจัดงานรวมรุ่นหรือรีสโตรถแข่งเก่าครับ
—————
รถแข่งตระกูล Yamaha YZ ในยุคที่ “น้าเครา” เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม ครองสนาม (ช่วงปี 1978 – 1985) ถือเป็นยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีครั้งสำคัญของโลกโมโตครอส จากระบบระบายความร้อนด้วยลมสู่หม้อน้ำ และจากโช้คคู่สู่โช้คเดี่ยว
นี่คือรายละเอียดทางเทคนิคของรถที่เป็น “อาวุธ” หลักในยุคนั้น โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมอย่าง YZ125 ครับ:
1. ยุคทองของอากาศและโช้คเดี่ยว: Yamaha YZ125E (1978)
รุ่นนี้คือรถที่สร้างชื่อให้น้าเคราอย่างมาก และเป็นรุ่นที่นักสะสมรถวิบากวินเทจถวิลหาที่สุด
เครื่องยนต์: 2 จังหวะ สูบเดียว ขนาด 123cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ
ระบบไอดี: Reed Valve (รีดวาล์ว 7 พอร์ต) ซึ่งช่วยให้การตอบสนองคันเร่งฉับไว
กำลัง: ให้แรงม้าประมาณ 28-30 แรงม้า (ถือว่าสูงมากในยุคนั้นเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว)
ระบบเกียร์: 6 สปีด แบบ Close Ratio (อัตราทดชิด) เพื่อให้รถอยู่ในย่านกำลังสูงสุดตลอดเวลา
เฟรม: ทำจากเหล็กโครโมลี (Chrome-moly) น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงกว่าเหล็กทั่วไป
จุดเด่นเทคโนโลยี: * Monocross Suspension: เป็นยุคแรกๆ ที่ใช้โช้คหลังตัวเดียววางนอนอยู่ใต้ถังน้ำมันยาวไปถึงใต้เบาะ (เรียกว่าโช้คกระบอกยาว) ซึ่งให้ระยะยุบตัวที่มากกว่าโช้คคู่เดิมๆ อย่างมหาศาล
น้ำหนัก: เบาเพียงประมาณ 86 กิโลกรัม (Dry Weight) ทำให้คล่องตัวมากในการบินข้ามเนิน
2. ยุคปฏิวัติเทคโนโลยี: Yamaha YZ125 (ช่วงปี 1981 – 1985)
ในช่วงต้นยุค 80s ยามาฮ่าได้ใส่นวัตกรรมที่กลายเป็นมาตรฐานของรถวิบากจนถึงปัจจุบัน:
Liquid Cooled (ระบบหม้อน้ำ): เริ่มนำมาใช้ใน YZ125 ตัวแข่งในปี 1981 ช่วยให้เครื่องยนต์รักษาพละกำลังได้คงที่ตลอดการแข่งขันที่ยาวนาน ไม่เกิดอาการ “เครื่องล้า” จากความร้อน
YPVS (Yamaha Power Valve System): ถือเป็นไม้ตายของยามาฮ่า เป็นวาล์วที่ช่องไอเสียซึ่งควบคุมด้วยกลไก (ต่อมาเป็นไฟฟ้า) เพื่อปรับขนาดช่องไอเสียตามรอบเครื่องยนต์
ผลลัพธ์: ทำให้รถมีแรงบิดดีในรอบต่ำ และมีพลัง “เดินลึก” ในรอบสูง แตกต่างจากรถ 2 จังหวะยุคเก่าที่จะแรงแค่รอบปลายอย่างเดียว
ระบบเบรก: เริ่มเปลี่ยนจาก ดรัมเบรก (Drum Brake) มาเป็น ดิสก์เบรกหน้า ในปี 1985 ซึ่งช่วยให้การเข้าโค้งลึกๆ และการชะลอรถทำได้แม่นยำขึ้นมาก
3. เอกลักษณ์ประจำตัว: “โช้คเข็มทอง” และ “คาร์บูฯ แฟลตสไลด์”
นักแข่งระดับตำนานอย่างน้าเครามักจะมีการเซ็ตติ้งรถที่พิเศษกว่ารถเดิมๆ:
ระบบช่วงล่าง: ในยุคนั้นนักแข่งทีมโรงงานจะใช้โช้คอัพ Kayaba (KYB) หรือ Ohlins ที่มีการปรับจูนวาล์วภายในเป็นพิเศษ (บ้านเรามักเรียกการปรับแต่งช่วงล่างเทพๆ ว่าการทำ “โช้คเข็ม”)
คาร์บูเรเตอร์: มักเปลี่ยนไปใช้ Mikuni หรือ Keihin ปากกว้างพิเศษ เพื่อการจ่ายน้ำมันที่รุนแรงขึ้น
ตารางสรุปเปรียบเทียบ (โดยประมาณ)
คุณลักษณะ
YZ125E (1978)
YZ125 (1985)
การระบายความร้อน
อากาศ (Air Cooled)
น้ำ (Liquid Cooled)
ระบบพาวเวอร์วาล์ว
ไม่มี
มี (YPVS)
ระบบเบรก (หน้า/หลัง)
ดรัม / ดรัม
ดิสก์ / ดรัม
ระบบกันสะเทือนหลัง
Monocross (วางนอนใต้ถัง)
Monocross (Linkage type)
น้ำหนักตัวรถ
~86 กก.
~88-90 กก.
รถเหล่านี้ในปัจจุบันกลายเป็น “สมบัติล้ำค่า” ในวงการ Vintage Motocross ซึ่งราคาสะสมในสภาพสมบูรณ์พร้อมแข่งอาจพุ่งสูงไปถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว.
ที่มา https://www.thaimotocar.com/2026/01/11/chalermsak-thongyaem-motocross/