ไม่รู้จะเริ่มยังไงเหมือนกัน เอาเป็นว่าสวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน อันนี้เป็นกระทู้แรกของเรา ถ้าเล่าไม่รู้เรื่องก็ขออภัยไว้ล้วงหน้าเลยนะ
นี่ก็พึ่งผ่านช่วงปีใหม่มาไม่นาน ขอสวัสดีปีใหม่ทุกคนย้อนหลัง ขอให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง โชคดีมีชัย เฮงๆ กันไปตลอดทั้งปีนะ

พอดีปีใหม่นี้เราอาศัยช่วงลาพักร้อนไปเที่ยวทางอีสาน อันที่จริงก็อยากไปภาคเหนือนะ แต่สู้กับฝูงชนไม่ไหวจริงๆ เราเลยเลือกไปเที่ยวที่เชียงคาน จ.เลย จำได้ว่าเคยไปเมื่อสมัยเรียนครั้งนึง รู้สึกเป็นเมืองเล็กๆ ที่ชิลดี หมูสามชั้นคืออร่อยจนจำได้ถึงทุกวันนี้ ก็นั่นแหละ เราขับรถจากกรุงเทพมุ่งหน้าไปนอนที่เชียงคานเลย ไม่ได้แวะที่ไหนก่อน ไม่น่าเชื่อว่าเชียงคานจะไม่ค่อยต่างจากตอนที่เราไปครั้งแรกมากเท่าไร โอเค.. คนก็พลุกพล่านขึ้นแหละ มีร้านรวงมากขึ้น แต่ไม่ได้รู้สึกว่าอึกทึก ยังเป็นเมืองสงบๆ น่ารักๆ เหมือนเดิม
ทีนี้คืนที่ 2 ที่เราพักอยู่เชียงคาน ก็บังเอิญเจอเพื่อนที่คุยกันถูกคอ ชวนกันไปนั่งจิบน้ำเก๊กฮวยเย็นๆ ตรงริมแม่น้ำโขง ฟีลมันได้จริงๆ มันแปลกดีนะที่เราคุยกับคนแปลกหน้าได้อย่างสบายใจ ก็เม้ามอยกันว่าปีที่ผ่านมามันหนักหน่วงจริงๆ ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของกระทู้นี้เลย เพราะเพื่อนคนนี้แนะนำว่ามาถึงเมืองเลยแล้ว ลองไปไหว้ขอพรพระธาตุศรีสองรักดู ท่านศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นของโบราณที่มีมาตั้งแต่ยุคสงครามนู่น ไอ้เราก็เชื่อคนง่ายซะด้วย เลยตัดสินใจว่าจะไป เพื่อนใหม่เลยแนะนำให้ "ถวายต้นผึ้ง" ด้วย แล้ว.....ก็ระหว่างคุยกันนั่นแหละ เพื่อนคนนี้ก็โทรจองต้นผึ้งให้เสร็จสรรพ เอ้อออ มันเริ่ดจริง!!
นี่ก็คือพระธาตุศรีสองรักที่เพื่อนแปลกหน้าพูดถึง อันที่จริงเราขับผ่านอยู่นะตอนไปเชียงคาน แต่ไม่รู้ว่าเป็นสถานที่สำคัญ มาครั้งแรกก็งงๆ นิดหน่อย ว่าจะไปทางไหนเพราะมีถนนหลายเส้นเลยด้านใน แต่โชคดีเห็นนักท่องเที่ยวคนอื่นเขาจอดรถกันที่ลานใกล้ๆ ร้านขายของฝาก เราเลยจอดตรงนั้นด้วย
ตรงบันไดทางขึ้นก็มีพญานาครูปทรงแปลกตาอยู่ด้วยนะ บรรยากาศโดยรวมดูโบราณจริงสมคำร่ำลือ ศาลาที่อยู่ถัดไปข้างๆ เป็นมุมดอกไม้กับเทียน ก็คือหยิบเอาได้เลยถ้าไม่มีคนอยู่ อย่าลืมร่วมทำบุญตามศรัทธานะ หยิบเทียนกับแผ่นทองชุดนึงและดอกไม้กำนึง ไม่มีธูปนะ ไม่ต้องเดินหา
พอถึงด้านบนเราก็แบบ โอ.. ที่นี่ดูเป็นโบราณสถานจริงๆ เลย มีพลังงานของความขลังแบบเก่าๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน สวยเป็นเอกลักษณ์ เก่าแต่ก็ไม่โทรมนะ เพราะเหมือนจะมีคนคอยดูแลอยู่ตลอด
และนี่คือองค์พระธาตศรีสองรัก ลองอ่านประวัติตามป้าย.. เราก็จำเนื้อหาไม่ได้ทั้งหมดหรอก แต่ที่แน่ๆ พระธาตุศรีสองรักเป็นของคู่บ้านคู่เมือง และคนท้องถิ่นก็ศรัทธากันมากจริงๆ
อันที่จริงเรานัดกับคนที่ทำต้นผึ้งให้ตอนประมาณ 9 โมงเช้า แต่มาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้เลยได้เดินดูรอบๆ นิดหน่อย สักประมาณ 8 โมงครึ่งเราก็เห็นมีกลุ่มคนขนสิ่งหนึ่งเข้ามา รู้ภายหลังว่านี่แหละเขาเรียกว่า "ต้นผึ้ง"
เพื่อนแปลกหน้าของเราบอกว่าการถวายต้นผึ้งบูชาพระธาตุศรีสองรัก จะถวายกี่ต้นก็ได้ ต้นเดียวก็ได้ ตอนนั้นเราคิดว่าขึ้นปีใหม่พอดี คำนวณงบเที่ยวที่เหลืออยู่ก็ตัดสินใจว่าถวาย 4 ต้นละกัน พอได้เห็นของจริงก็... จะเรียกว่ายังไงดี มันไม่ใช่ตกใจ แต่เป็นความว้าวในใจว่ามันสวยมากเลย จะเห็นว่ามีพานใส่เทียนและดอกไม้มาด้วย น้องที่ขนต้นผึ้งมาอธิบายว่า นั่นคือพานขันธ์ ถวายคู่กับต้นผึ้ง ไม่ว่าถวายกี่ต้นก็จะมีพานเสมอ นับของในพานเป็นชุดตามจำนวนต้นผึ้งเลย ถ้าถวายเยอะพานก็ใหญ่หน่อย ประมาณนั้น
วันที่เราไปเป็นช่วงพ้นปีใหม่ไม่กี่วัน คนมาถวายต้นผึ้งเพื่อความเป็นสิริมงคลขอพรหรือขอบนหรือแก้บนที่พระธาตุศรีสองรักกันเยอะมาก จะเห็นว่าข้างๆ ต้นผึ้งของเราก็มีของคนอื่นเรียงเกือบเต็มพื้นที่ เพื่อรอคิวถวาย อย่างเซตข้างๆ เราถวายเยอะมาก ไม่รู้กี่ต้น แต่มากกว่า 90 ต้นแน่นอน
อันนี้เป็นพานขันธ์ของเรา ทุกอย่างดูเหลืองไปหมดเลย ดอกไม้สดใหม่ ของจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายถือว่าคุ้มมาก
ก่อนจะยาวไปเรื่องอื่น อยากแวะที่เรื่องต้นผึ้งสักเล็กน้อย เพราะมันเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของเราจริงๆ ไม่ค่อยได้เห็นอะไรแบบนี้เลย
จะเห็นว่าต้นผึ้งใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด ทำต้นผึ้งด้วยโครงไม้ไผ่และกาบกล้วย ทำดอกผึ้งด้วยขี้ผึ้งหลอมแล้วหล่อเป็นรูปดอกไม้ จะบอกว่าของจริงงานประณีตมาก ไม่กล้าจับแรงเลยกลัวดอกผึ้งแตกหัก กาบกล้วยก็ยังดูสดเหมือนพึ่งทำมาเมื่อกี้นี้เอง รู้สึกดีมากเพื่อนๆ
นี่เริ่มหามต้นผึ้งไปยังฐานองค์พระธาตุเพื่อรอการถวายแล้ว ถ้ามองผ่านไปด้านหลังก็จะเห็นว่ามีต้นผึ้งรอถวายอยู่มหาศาล นี่ยังแอบคิดว่าเขาจะถวายกันหมดไหมในวันนี้
คนที่เห็นในภาพท่านเป็นพ่อแสน ซึ่งก็คือคนทำพิธีถวายต้นผึ้งนั่นแหละ พ่อแสนมีหลายคนช่วยกันดูแลในหลายส่วน อย่างท่านนี้คือพ่อแสนคำบุญยอ ท่านคือคนช่วยดูแลเรื่องต้นผึ้งและแนะนำการถวายต้นผึ้งด้วย
มุมซ้ายในรูปก็คือจุดที่เรานั่งทำพิธีถวายต้นผึ้ง ผู้ชายสามารถเข้าไปนั่งทำพิธีข้างในได้ ส่วนผู้หญิงก็จะได้นั่งทำข้างนอก ตรงนี้ใช้เวลาไม่นานและขั้นตอนไม่มีอะไรซับซ้อน บทสวดที่ต้องท่องตามก็.. อย่างที่เห็น ป้ายใหญ่มากทุกคน ไม่มีทางท่องผิดชัวร์ หลังจากเราถวายต้นผึ้งของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็ได้นั่งคุยกับป้าคนหนึ่ง แกมาถวายต้นผึ้งแก้บนพระธาตุศรีสองรัก เห็นว่าเป็นเรื่องการสอบของหลานชาย แล้วก็คุยไปถึงเรื่องอื่นอีกนิดหน่อย ทำให้รู้ว่าความเชื่อและความศรัทธาของคนที่นี่แข็งแกร่งจริงๆ ก่อนจากกัน ป้ายังย้ำกับเราว่า ได้มาไหว้พระธาตุแล้ว ยังไงปีนี้โชคดีแน่นอน สาธุจ้า




ถามว่าจากวันถวายต้นผึ้งมาถึงวันที่โพสต์นี้ ชีวิตดีขึ้นทันตาเห็นไหมก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่เรารู้สึกว่าต้นปีนี้หลายอย่างราบรื่นดี ถ้าปีนี้เฮงจริง.. สงสัยต้องฝากตัวเป็นลูกหลานพระธาตุกับเขาด้วย
ดูกันชัดๆ ไปเลยว่ามีคนมาถวายต้นผึ้งเยอะขนาดไหน จะบอกว่าวางเรียงจนเต็มลานก็ไม่ผิดทุกคน
เอาหล่ะสุดท้ายนี้ ใครอยากมาถวายต้นผึ้งแบบเราบ้าง ลองติดต่อไปที่พ่อแสนคำบุญยอนะ (0892755534) พ่อแสนคำบุญยอหรือพ่อแสนนิวัฒน์นะ คนอื่นเราไม่รู้จัก แต่คนนี้บริการดี.. จากมุมมองของนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้อะไรมาก และพึ่งมาเป็นครั้งแรก ท่านดูแลดีและใส่ใจมากจริงๆ
นอกจากนี้สิ่งที่หลายคนน่าจะอยากรู้ก็คือบูชาต้นผึ้งพระธาตุศรีสองรักราคาเท่าไร ของพ่อแสนคำบุญยอก็ต้นละ 150 นะ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมอีก อยากถวายกี่ต้นก็ได้อย่างที่เราบอกไปแล้ว และถวายต้นผึ้งบูชาพระธาตุศรีสองรักช่วงไหนได้บ้าง? เห็นว่าถวายได้ทุกวัน ยกเว้นวันพุธนะ แล้วก็ถวายได้เฉพาะช่วงเช้าก่อนเที่ยงเท่านั้น ใครไม่สะดวกมาเองก็ฝากพ่อแสนถวายให้ได้
ออกตัวก่อนว่าข้อมูลเราไม่ได้แน่นมาก ยังไงเพื่อนที่สนใจโทรหาพ่อแสนอีกทีนะ สอบถามได้เลยไม่ต้องเกรงใจ อันนี้พ่อแสนคำบุญยอเป็นคนพูดเอง ท่านว่ามาถามก็ดีจะได้ทำถูก และไม่โดนมิจฉาชีพหลอกเอา
ขอทิ้งท้ายด้วยรูปนี้ละกัน เป็นอาคารหลังหนึ่งที่อยู่บริเวณลานด้านหน้า ตรงทางขึ้นไปยังองค์พระธาตุ เห็นว่าเป็นแนวพิพิธภัณฑ์นะ เอาไว้โอกาสหน้าเราจะลองเข้าไปดูสักหน่อย
สุดท้ายจริงๆ แล้ว ปีนี้อาจจะหนักหนาหน่อย แต่ก็ขอให้ทุกคนโชคดีนะ อย่าลืมทำบุญรับต้นปี พลังงานบางอย่างจะได้ช่วยให้เราหยิบจับอะไรก็ราบรื่นนะเพื่อน
ครั้งแรก!! ถวายต้นผึ้ง พระธาตุศรีสองรัก เปิดโชครับทรัพย์ช่วงปีใหม่
นี่ก็พึ่งผ่านช่วงปีใหม่มาไม่นาน ขอสวัสดีปีใหม่ทุกคนย้อนหลัง ขอให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง โชคดีมีชัย เฮงๆ กันไปตลอดทั้งปีนะ
พอดีปีใหม่นี้เราอาศัยช่วงลาพักร้อนไปเที่ยวทางอีสาน อันที่จริงก็อยากไปภาคเหนือนะ แต่สู้กับฝูงชนไม่ไหวจริงๆ เราเลยเลือกไปเที่ยวที่เชียงคาน จ.เลย จำได้ว่าเคยไปเมื่อสมัยเรียนครั้งนึง รู้สึกเป็นเมืองเล็กๆ ที่ชิลดี หมูสามชั้นคืออร่อยจนจำได้ถึงทุกวันนี้ ก็นั่นแหละ เราขับรถจากกรุงเทพมุ่งหน้าไปนอนที่เชียงคานเลย ไม่ได้แวะที่ไหนก่อน ไม่น่าเชื่อว่าเชียงคานจะไม่ค่อยต่างจากตอนที่เราไปครั้งแรกมากเท่าไร โอเค.. คนก็พลุกพล่านขึ้นแหละ มีร้านรวงมากขึ้น แต่ไม่ได้รู้สึกว่าอึกทึก ยังเป็นเมืองสงบๆ น่ารักๆ เหมือนเดิม
ทีนี้คืนที่ 2 ที่เราพักอยู่เชียงคาน ก็บังเอิญเจอเพื่อนที่คุยกันถูกคอ ชวนกันไปนั่งจิบน้ำเก๊กฮวยเย็นๆ ตรงริมแม่น้ำโขง ฟีลมันได้จริงๆ มันแปลกดีนะที่เราคุยกับคนแปลกหน้าได้อย่างสบายใจ ก็เม้ามอยกันว่าปีที่ผ่านมามันหนักหน่วงจริงๆ ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของกระทู้นี้เลย เพราะเพื่อนคนนี้แนะนำว่ามาถึงเมืองเลยแล้ว ลองไปไหว้ขอพรพระธาตุศรีสองรักดู ท่านศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นของโบราณที่มีมาตั้งแต่ยุคสงครามนู่น ไอ้เราก็เชื่อคนง่ายซะด้วย เลยตัดสินใจว่าจะไป เพื่อนใหม่เลยแนะนำให้ "ถวายต้นผึ้ง" ด้วย แล้ว.....ก็ระหว่างคุยกันนั่นแหละ เพื่อนคนนี้ก็โทรจองต้นผึ้งให้เสร็จสรรพ เอ้อออ มันเริ่ดจริง!!
นี่ก็คือพระธาตุศรีสองรักที่เพื่อนแปลกหน้าพูดถึง อันที่จริงเราขับผ่านอยู่นะตอนไปเชียงคาน แต่ไม่รู้ว่าเป็นสถานที่สำคัญ มาครั้งแรกก็งงๆ นิดหน่อย ว่าจะไปทางไหนเพราะมีถนนหลายเส้นเลยด้านใน แต่โชคดีเห็นนักท่องเที่ยวคนอื่นเขาจอดรถกันที่ลานใกล้ๆ ร้านขายของฝาก เราเลยจอดตรงนั้นด้วย
ตรงบันไดทางขึ้นก็มีพญานาครูปทรงแปลกตาอยู่ด้วยนะ บรรยากาศโดยรวมดูโบราณจริงสมคำร่ำลือ ศาลาที่อยู่ถัดไปข้างๆ เป็นมุมดอกไม้กับเทียน ก็คือหยิบเอาได้เลยถ้าไม่มีคนอยู่ อย่าลืมร่วมทำบุญตามศรัทธานะ หยิบเทียนกับแผ่นทองชุดนึงและดอกไม้กำนึง ไม่มีธูปนะ ไม่ต้องเดินหา
พอถึงด้านบนเราก็แบบ โอ.. ที่นี่ดูเป็นโบราณสถานจริงๆ เลย มีพลังงานของความขลังแบบเก่าๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน สวยเป็นเอกลักษณ์ เก่าแต่ก็ไม่โทรมนะ เพราะเหมือนจะมีคนคอยดูแลอยู่ตลอด
และนี่คือองค์พระธาตศรีสองรัก ลองอ่านประวัติตามป้าย.. เราก็จำเนื้อหาไม่ได้ทั้งหมดหรอก แต่ที่แน่ๆ พระธาตุศรีสองรักเป็นของคู่บ้านคู่เมือง และคนท้องถิ่นก็ศรัทธากันมากจริงๆ
อันที่จริงเรานัดกับคนที่ทำต้นผึ้งให้ตอนประมาณ 9 โมงเช้า แต่มาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้เลยได้เดินดูรอบๆ นิดหน่อย สักประมาณ 8 โมงครึ่งเราก็เห็นมีกลุ่มคนขนสิ่งหนึ่งเข้ามา รู้ภายหลังว่านี่แหละเขาเรียกว่า "ต้นผึ้ง"
เพื่อนแปลกหน้าของเราบอกว่าการถวายต้นผึ้งบูชาพระธาตุศรีสองรัก จะถวายกี่ต้นก็ได้ ต้นเดียวก็ได้ ตอนนั้นเราคิดว่าขึ้นปีใหม่พอดี คำนวณงบเที่ยวที่เหลืออยู่ก็ตัดสินใจว่าถวาย 4 ต้นละกัน พอได้เห็นของจริงก็... จะเรียกว่ายังไงดี มันไม่ใช่ตกใจ แต่เป็นความว้าวในใจว่ามันสวยมากเลย จะเห็นว่ามีพานใส่เทียนและดอกไม้มาด้วย น้องที่ขนต้นผึ้งมาอธิบายว่า นั่นคือพานขันธ์ ถวายคู่กับต้นผึ้ง ไม่ว่าถวายกี่ต้นก็จะมีพานเสมอ นับของในพานเป็นชุดตามจำนวนต้นผึ้งเลย ถ้าถวายเยอะพานก็ใหญ่หน่อย ประมาณนั้น
วันที่เราไปเป็นช่วงพ้นปีใหม่ไม่กี่วัน คนมาถวายต้นผึ้งเพื่อความเป็นสิริมงคลขอพรหรือขอบนหรือแก้บนที่พระธาตุศรีสองรักกันเยอะมาก จะเห็นว่าข้างๆ ต้นผึ้งของเราก็มีของคนอื่นเรียงเกือบเต็มพื้นที่ เพื่อรอคิวถวาย อย่างเซตข้างๆ เราถวายเยอะมาก ไม่รู้กี่ต้น แต่มากกว่า 90 ต้นแน่นอน
อันนี้เป็นพานขันธ์ของเรา ทุกอย่างดูเหลืองไปหมดเลย ดอกไม้สดใหม่ ของจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายถือว่าคุ้มมาก
ก่อนจะยาวไปเรื่องอื่น อยากแวะที่เรื่องต้นผึ้งสักเล็กน้อย เพราะมันเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของเราจริงๆ ไม่ค่อยได้เห็นอะไรแบบนี้เลย
จะเห็นว่าต้นผึ้งใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด ทำต้นผึ้งด้วยโครงไม้ไผ่และกาบกล้วย ทำดอกผึ้งด้วยขี้ผึ้งหลอมแล้วหล่อเป็นรูปดอกไม้ จะบอกว่าของจริงงานประณีตมาก ไม่กล้าจับแรงเลยกลัวดอกผึ้งแตกหัก กาบกล้วยก็ยังดูสดเหมือนพึ่งทำมาเมื่อกี้นี้เอง รู้สึกดีมากเพื่อนๆ
นี่เริ่มหามต้นผึ้งไปยังฐานองค์พระธาตุเพื่อรอการถวายแล้ว ถ้ามองผ่านไปด้านหลังก็จะเห็นว่ามีต้นผึ้งรอถวายอยู่มหาศาล นี่ยังแอบคิดว่าเขาจะถวายกันหมดไหมในวันนี้
คนที่เห็นในภาพท่านเป็นพ่อแสน ซึ่งก็คือคนทำพิธีถวายต้นผึ้งนั่นแหละ พ่อแสนมีหลายคนช่วยกันดูแลในหลายส่วน อย่างท่านนี้คือพ่อแสนคำบุญยอ ท่านคือคนช่วยดูแลเรื่องต้นผึ้งและแนะนำการถวายต้นผึ้งด้วย
มุมซ้ายในรูปก็คือจุดที่เรานั่งทำพิธีถวายต้นผึ้ง ผู้ชายสามารถเข้าไปนั่งทำพิธีข้างในได้ ส่วนผู้หญิงก็จะได้นั่งทำข้างนอก ตรงนี้ใช้เวลาไม่นานและขั้นตอนไม่มีอะไรซับซ้อน บทสวดที่ต้องท่องตามก็.. อย่างที่เห็น ป้ายใหญ่มากทุกคน ไม่มีทางท่องผิดชัวร์ หลังจากเราถวายต้นผึ้งของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็ได้นั่งคุยกับป้าคนหนึ่ง แกมาถวายต้นผึ้งแก้บนพระธาตุศรีสองรัก เห็นว่าเป็นเรื่องการสอบของหลานชาย แล้วก็คุยไปถึงเรื่องอื่นอีกนิดหน่อย ทำให้รู้ว่าความเชื่อและความศรัทธาของคนที่นี่แข็งแกร่งจริงๆ ก่อนจากกัน ป้ายังย้ำกับเราว่า ได้มาไหว้พระธาตุแล้ว ยังไงปีนี้โชคดีแน่นอน สาธุจ้า
ถามว่าจากวันถวายต้นผึ้งมาถึงวันที่โพสต์นี้ ชีวิตดีขึ้นทันตาเห็นไหมก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่เรารู้สึกว่าต้นปีนี้หลายอย่างราบรื่นดี ถ้าปีนี้เฮงจริง.. สงสัยต้องฝากตัวเป็นลูกหลานพระธาตุกับเขาด้วย
ดูกันชัดๆ ไปเลยว่ามีคนมาถวายต้นผึ้งเยอะขนาดไหน จะบอกว่าวางเรียงจนเต็มลานก็ไม่ผิดทุกคน
เอาหล่ะสุดท้ายนี้ ใครอยากมาถวายต้นผึ้งแบบเราบ้าง ลองติดต่อไปที่พ่อแสนคำบุญยอนะ (0892755534) พ่อแสนคำบุญยอหรือพ่อแสนนิวัฒน์นะ คนอื่นเราไม่รู้จัก แต่คนนี้บริการดี.. จากมุมมองของนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้อะไรมาก และพึ่งมาเป็นครั้งแรก ท่านดูแลดีและใส่ใจมากจริงๆ
นอกจากนี้สิ่งที่หลายคนน่าจะอยากรู้ก็คือบูชาต้นผึ้งพระธาตุศรีสองรักราคาเท่าไร ของพ่อแสนคำบุญยอก็ต้นละ 150 นะ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมอีก อยากถวายกี่ต้นก็ได้อย่างที่เราบอกไปแล้ว และถวายต้นผึ้งบูชาพระธาตุศรีสองรักช่วงไหนได้บ้าง? เห็นว่าถวายได้ทุกวัน ยกเว้นวันพุธนะ แล้วก็ถวายได้เฉพาะช่วงเช้าก่อนเที่ยงเท่านั้น ใครไม่สะดวกมาเองก็ฝากพ่อแสนถวายให้ได้
ออกตัวก่อนว่าข้อมูลเราไม่ได้แน่นมาก ยังไงเพื่อนที่สนใจโทรหาพ่อแสนอีกทีนะ สอบถามได้เลยไม่ต้องเกรงใจ อันนี้พ่อแสนคำบุญยอเป็นคนพูดเอง ท่านว่ามาถามก็ดีจะได้ทำถูก และไม่โดนมิจฉาชีพหลอกเอา
ขอทิ้งท้ายด้วยรูปนี้ละกัน เป็นอาคารหลังหนึ่งที่อยู่บริเวณลานด้านหน้า ตรงทางขึ้นไปยังองค์พระธาตุ เห็นว่าเป็นแนวพิพิธภัณฑ์นะ เอาไว้โอกาสหน้าเราจะลองเข้าไปดูสักหน่อย
สุดท้ายจริงๆ แล้ว ปีนี้อาจจะหนักหนาหน่อย แต่ก็ขอให้ทุกคนโชคดีนะ อย่าลืมทำบุญรับต้นปี พลังงานบางอย่างจะได้ช่วยให้เราหยิบจับอะไรก็ราบรื่นนะเพื่อน