ถ้าสลับตัวทีมเรากับเวียดนามผมว่าเด็กเราจะชนะจอร์แดนและคีร์กิซได้เหมือนกันถ้าเล่นได้แบบนี้ ถึงจะต้องยอมรับว่าทีมเรายังไม่ดีเท่าU23เวียดนามในตอนนี้ก็เถอะนะ
ที่มันน่าสงสัยเหมือนกันว่าช่วงหลังเวียดนามได้อยู่กลุ่มง่ายตลอดบางทีได้อยู่กับทีมอาเซียนด้วยกันอย่างอินโด มาเลเซียซะเลย ในขณะที่เราสมาคมไม่มีงบแล้วยังได้อยู่กรุ๊ปออฟเดธตลอดอีก อาจเป็นอานิสงค์มาจากยุคปาร์คฮังซอที่เขาทำผลงานดีโดยเฉพาะชุดใหญ่และU23 จนได้ขยับไปอยู่โถ2 ในขณะที่เราเยาวชนร่วงรอบแรกทุกชุดบ้างก็ตกรอบคัดเลือกซะเลยต้องวนเวียนอยู่โถ3โถ4โอกาสจะเจอทีมหัวแถวมันก็มากขึ้น ถ้ายิ่งทำผลงานไม่ดีขึ้นซะทีมันก็จะจมอยู่โถ3โถ4ไปเรื่อย เจอระดับหัวแถวโหดๆไปเรื่อย ผลงานไม่ดีไปเรื่อยเป็นลูปนรกต่อไป
ก็ต้องพัฒนากันต่อไป รากฐานสำคัญที่สุดเปรียบเสมือนรากแก้วของวงการฟุตบอลก็คือสโมสร สมาคมต้องคิดแล้วว่าทำอย่างไรนักบอลจากชุดเยาวชนเข้าสู่สโมสรแล้วต้องได้ลงเล่นในสโมสรมากขึ้น การลดโคต้าต่างชาติและสนับสนุนทีมเล็กให้เข้มแข็งขึ้นสนับสนุนงบบำรุงทีมให้มากขึ้นเป็นสื่งที่ควรทำ ในเมื่อถ้านักบอลไทยเบียดลงเล่นในทีมใหญ่ไม่ไหวจริงๆจะได้ย้ายไปทีมเล็กได้เพื่อโอกาสลงเล่นมากขึ้น
พวกที่ไปเจลีกสโมสรที่โคกับญี่ปุ่นอยู่อย่านึกว่าจะขายได้อย่างเดียวถ้า1ซีซั่นไม่ได้ลงเล่นต้องรีบดึงนักบอลกลับได้แล้ว อยู่ให้เสียความมั่นใจเสียเวลาเปล่าๆ สู้มาลงเล่นไทยลีกให้สม่ำเสมอยังจะมีประโยชน์กว่า
ส่วนบอลเยาวชนเห็นคลิปการแข่งขันฟุตบอล ม.ปลายของญี่ปุ่นที่มีมือโกลนักเรียนจากไทยลงเล่นด้วย ถือว่าน่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ปีที่แล้วกรณีหมอนทองก็ถือว่าดีแต่มันก็แค่ฟุตบอล7คนและกระแสจะทำให้ยั่งยืนแค่ไหน ผมอยากให้สมาคมจัดลีกโรงเรียนให้เป็นที่นิยมเป็นรากฐานของวงการฟุตบอลที่แข็งแรงอย่างเขาบ้าง เอาจริงเอาจังกับลีกเยาวชนให้มากกว่านี้ ที่เหลือก็การพัฒนาการฝึกสอน การพัฒนาโค้ช ถ้าปลดหนี้หมดแล้วช่วยจ้างโค้ชเก่งๆจากชาติที่พัฒนาแล้วมาตระเวณเปิดคลีนิคสอนโค้ชไทย สอนนักบอลเยาวชนไทยให้มากขึ้นว่าพวกประเทศที่เขาเทพฟุตบอลเขามีวิชาความรู้อะไรบ้างก้าวหน้าไปขนาดไหนแล้ว ไม่ใช่ใช้แต่คนกันเองหรือใช้โค้ชไทยที่มีแต่ความรู้เก่าๆสอนกันมาแบบกรมพละ ยุคเซมิโปรลีก วนเวียนเตะอยู่แต่กับอาเซียน ได้ออกไปเจอแมตช์ระดับเอเชียชีวิตหนึ่งไม่กี่แมตช์แล้วจะเอาองค์ความรู้ที่ไหนมาพัฒนาต่อยอดเด็กรุ่นใหม่
ถึงผมจะบอกว่าU23ยังไม่ดีพอแต่ผมจะไม่โทษเด็กโทษโค้ชนะ
ที่มันน่าสงสัยเหมือนกันว่าช่วงหลังเวียดนามได้อยู่กลุ่มง่ายตลอดบางทีได้อยู่กับทีมอาเซียนด้วยกันอย่างอินโด มาเลเซียซะเลย ในขณะที่เราสมาคมไม่มีงบแล้วยังได้อยู่กรุ๊ปออฟเดธตลอดอีก อาจเป็นอานิสงค์มาจากยุคปาร์คฮังซอที่เขาทำผลงานดีโดยเฉพาะชุดใหญ่และU23 จนได้ขยับไปอยู่โถ2 ในขณะที่เราเยาวชนร่วงรอบแรกทุกชุดบ้างก็ตกรอบคัดเลือกซะเลยต้องวนเวียนอยู่โถ3โถ4โอกาสจะเจอทีมหัวแถวมันก็มากขึ้น ถ้ายิ่งทำผลงานไม่ดีขึ้นซะทีมันก็จะจมอยู่โถ3โถ4ไปเรื่อย เจอระดับหัวแถวโหดๆไปเรื่อย ผลงานไม่ดีไปเรื่อยเป็นลูปนรกต่อไป
ก็ต้องพัฒนากันต่อไป รากฐานสำคัญที่สุดเปรียบเสมือนรากแก้วของวงการฟุตบอลก็คือสโมสร สมาคมต้องคิดแล้วว่าทำอย่างไรนักบอลจากชุดเยาวชนเข้าสู่สโมสรแล้วต้องได้ลงเล่นในสโมสรมากขึ้น การลดโคต้าต่างชาติและสนับสนุนทีมเล็กให้เข้มแข็งขึ้นสนับสนุนงบบำรุงทีมให้มากขึ้นเป็นสื่งที่ควรทำ ในเมื่อถ้านักบอลไทยเบียดลงเล่นในทีมใหญ่ไม่ไหวจริงๆจะได้ย้ายไปทีมเล็กได้เพื่อโอกาสลงเล่นมากขึ้น
พวกที่ไปเจลีกสโมสรที่โคกับญี่ปุ่นอยู่อย่านึกว่าจะขายได้อย่างเดียวถ้า1ซีซั่นไม่ได้ลงเล่นต้องรีบดึงนักบอลกลับได้แล้ว อยู่ให้เสียความมั่นใจเสียเวลาเปล่าๆ สู้มาลงเล่นไทยลีกให้สม่ำเสมอยังจะมีประโยชน์กว่า
ส่วนบอลเยาวชนเห็นคลิปการแข่งขันฟุตบอล ม.ปลายของญี่ปุ่นที่มีมือโกลนักเรียนจากไทยลงเล่นด้วย ถือว่าน่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ปีที่แล้วกรณีหมอนทองก็ถือว่าดีแต่มันก็แค่ฟุตบอล7คนและกระแสจะทำให้ยั่งยืนแค่ไหน ผมอยากให้สมาคมจัดลีกโรงเรียนให้เป็นที่นิยมเป็นรากฐานของวงการฟุตบอลที่แข็งแรงอย่างเขาบ้าง เอาจริงเอาจังกับลีกเยาวชนให้มากกว่านี้ ที่เหลือก็การพัฒนาการฝึกสอน การพัฒนาโค้ช ถ้าปลดหนี้หมดแล้วช่วยจ้างโค้ชเก่งๆจากชาติที่พัฒนาแล้วมาตระเวณเปิดคลีนิคสอนโค้ชไทย สอนนักบอลเยาวชนไทยให้มากขึ้นว่าพวกประเทศที่เขาเทพฟุตบอลเขามีวิชาความรู้อะไรบ้างก้าวหน้าไปขนาดไหนแล้ว ไม่ใช่ใช้แต่คนกันเองหรือใช้โค้ชไทยที่มีแต่ความรู้เก่าๆสอนกันมาแบบกรมพละ ยุคเซมิโปรลีก วนเวียนเตะอยู่แต่กับอาเซียน ได้ออกไปเจอแมตช์ระดับเอเชียชีวิตหนึ่งไม่กี่แมตช์แล้วจะเอาองค์ความรู้ที่ไหนมาพัฒนาต่อยอดเด็กรุ่นใหม่