เคสชาย 65 ปี เริ่มด้วยปล่อยฟันผุเรื้อรัง
จบที่หนองกระจายทั่วโพรงหลังคอ เข้าไขสันหัง อันตรายถึงชีวิต
คือถ้าพูดถึงฟันผุ เชื่อเถอะค่ะว่า มองเป็นเรื่องเล็กมาก เดี๋ยวไปหาทันตแพทย์เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ภาวะแทรกซ้อนเยอะมาก และบางภาวะแม้จะเกิดไม่บ่อย แต่เจอทีถึงชีวิตได้ ดังเช่น case report นี้ที่ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ มีเพียงฟันผุเรื้อรง
.
ชายอายุ 65 ปี มีฟันกรามล่างผุเรื้อรังมานาน
เคี้ยวอาหารฝั่งเดิมจนชิน แต่ไม่เคยไปหาหมอฟัน
เพราะคิดว่า “เดี๋ยวก็ทนได้” และเจ็บเป็นๆ หายๆ มาหลายปีแล้ว
สามวันก่อนเริ่มเจ็บคอแบบงงๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นหวัดธรรมดา เจ็บกลืนน้ำลาย คอแห้ง เสียงแอบเปลี่ยนเล็กน้อย แต่ที่แปลกคือ รู้สึกเจ็บลึกร้าวลงไปด้านหลังคอ และเวลาเงยคอหรือหันหัว ก็ยิ่งเจ็บ
คืนถัดมา เขาเริ่มกลืนน้ำลำบาก น้ำลายไหล ไม่อยากกลืนเพราะ เจ็บเหมือนมีอะไรดันคออยู่ด้านใน ทั้งบ้านคิดว่าเป็นทอนซิลอักเสบธรรมดา เลยให้ยาแก้ปวดแล้วนอนพัก
.
พอเช้าวันที่สาม อาการทรุดไวมาก
แกเริ่มหายใจติดๆ ขัดๆ พูดเสียงอู้อี้เหมือนลิ้นหนัก หน้าตาเหมือนกลัวและกระวนกระวาย บอกว่าหายใจไม่ค่อยออก เจ็บคอมาก
ครอบครัวเห็นว่าเริ่ม หายใจลำบาก + กลืนไม่ได้ + เจ็บคอรุนแรงขึ้นเร็วมาก
เลยรีบพามารพ.ทันที
.
ที่ห้องฉุกเฉิน แพทย์เห็นว่า ลิ้นไก่ถูกดันไปด้านหน้า คอด้านหลังบวมเหมือนมีอะไรมาดัน และผู้ป่วยเริ่มมีเสียงหายใจคล้ายเสียงกรน (stridor) แต่ไม่ได้หลับนะคะ
เคสนี้ทำ CT และ MRI
มี ฝีหนองก้อนใหญ่ อยู่ใน “ช่องหลังคอ” (retropharyngeal space) กดผนังคอเข้าด้านหน้า จนช่องลมที่ควรโล่ง เหลือแค่นิดเดียว อีกไม่กี่ชั่วโมง อาจปิดทางเดินหายใจได้เลย
ที่หนักกว่านั้น
จุดเริ่มต้นทั้งหมดมาจาก ฟันผุที่ลุกลาม
ติดเชื้อ → กระดูกขากรรไกร → ต่อมน้ำเหลือง → ช่องหลังคอ เป็นเส้นทางการลุกลามที่อันตรายแบบไม่รู้ตัว มารู้ตัวตอนเริ่มไปคอแล้ว
แถมยังพบว่ามีการลุกลามเข้าไปโพรงเยื่อหุ้มไขสันหลังแล้วด้วย (Epidural abscess)
ซึ่งก่อนหน้านี้มีการค้นหาแหล่งที่มาของเชื้อที่อวัยวะอื่นๆ ด้วยก็พบว่ามีแต่ที่ช่องปากนี่แหละ
.
อาการในเคสนี้ทรุดลงเรื่อยๆ
เริ่มมีอาการสับสน การหายใจแย่ลง
จึงต้องรีบช่วยหายใจ ให้ยาปฏิชีวนะ
แต่ว่าการติดเขื้อได้ลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด อวัยวะเริ่มล้มเหลว หัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
___________________
สิ่งที่อยากฝากไว้จากเคสนี้เลยนะคะ
1️⃣ ฟันผุไม่ใช่เรื่องเล่นเลย การติดเชื้อจากฟันสามารถไหลผ่านช่องว่างเนื้อเยื่อไปยัง “หลังคอ” ซึ่งเป็นพื้นที่อันตราย ใกล้หลอดลมและไขสันหลังมาก ยังไม่นับภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ อีก เช่น ติดเชื้อในหัวใจ
2️⃣ สัญญาณเตือนอันตราย
• กลืนลำบาก
• เจ็บคอลึกๆ ที่ไม่เหมือนหวัด
• พูดเสียงอู้อี้
• หายใจไม่สะดวก
• เจ็บคอมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
สิ่งเหล่านี้คือภาวะฉุกเฉิน ไม่ใช่ทอนซิลอักเสบธรรมดา
3️⃣ ฝีหลังคอสามารถปิดทางเดินหายใจได้เร็วมาก
มักต้องผ่าตัดระบาย ไม่ใช่แค่กินยา
4️⃣ การดูแลฟันคือหัวใจหลักเลย
✅ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เน้นเอาเศษอาหารออกให้เกลี้ยง
✅ ถ้าเป็นไปได้ แปรงฟันแห้ง ได้ผลสุด คือแปรงแล้วไม่กลั้วน้ำซ้ำ เพราะมันจะทำให้ Fluoride เคลือบผิวฟันนานที่สุด ช่วยรักษาปราการสำคัญไม่ให้แบคทีเรียทะลวง
✅ ใช้ไหมขัดฟัน คอยเอาเศษเล็กๆ ที่ติดตามซอก ก็ยิ่งจะป้องกันได้มากขึ้น
✅ ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ
✅ มีเหงือกอักเสบ ไม่ว่าจะจากอะไรก็ตาม ไปตรวจหาสาเหตุ
✅ การกินของหวาน + ดูแลสุขภาพช่องปากไม่ดี ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ ซีนที่เจอบ่อยคือ กินของหวานแล้วนอนเลย ไม่แปรงฟัน
Cr.Tensia
🦷 ปล่อยฟันผุไม่รักษาอาจจะถึงชีวิต
จบที่หนองกระจายทั่วโพรงหลังคอ เข้าไขสันหัง อันตรายถึงชีวิต
คือถ้าพูดถึงฟันผุ เชื่อเถอะค่ะว่า มองเป็นเรื่องเล็กมาก เดี๋ยวไปหาทันตแพทย์เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ภาวะแทรกซ้อนเยอะมาก และบางภาวะแม้จะเกิดไม่บ่อย แต่เจอทีถึงชีวิตได้ ดังเช่น case report นี้ที่ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ มีเพียงฟันผุเรื้อรง
.
ชายอายุ 65 ปี มีฟันกรามล่างผุเรื้อรังมานาน
เคี้ยวอาหารฝั่งเดิมจนชิน แต่ไม่เคยไปหาหมอฟัน
เพราะคิดว่า “เดี๋ยวก็ทนได้” และเจ็บเป็นๆ หายๆ มาหลายปีแล้ว
สามวันก่อนเริ่มเจ็บคอแบบงงๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นหวัดธรรมดา เจ็บกลืนน้ำลาย คอแห้ง เสียงแอบเปลี่ยนเล็กน้อย แต่ที่แปลกคือ รู้สึกเจ็บลึกร้าวลงไปด้านหลังคอ และเวลาเงยคอหรือหันหัว ก็ยิ่งเจ็บ
คืนถัดมา เขาเริ่มกลืนน้ำลำบาก น้ำลายไหล ไม่อยากกลืนเพราะ เจ็บเหมือนมีอะไรดันคออยู่ด้านใน ทั้งบ้านคิดว่าเป็นทอนซิลอักเสบธรรมดา เลยให้ยาแก้ปวดแล้วนอนพัก
.
พอเช้าวันที่สาม อาการทรุดไวมาก
แกเริ่มหายใจติดๆ ขัดๆ พูดเสียงอู้อี้เหมือนลิ้นหนัก หน้าตาเหมือนกลัวและกระวนกระวาย บอกว่าหายใจไม่ค่อยออก เจ็บคอมาก
ครอบครัวเห็นว่าเริ่ม หายใจลำบาก + กลืนไม่ได้ + เจ็บคอรุนแรงขึ้นเร็วมาก
เลยรีบพามารพ.ทันที
.
ที่ห้องฉุกเฉิน แพทย์เห็นว่า ลิ้นไก่ถูกดันไปด้านหน้า คอด้านหลังบวมเหมือนมีอะไรมาดัน และผู้ป่วยเริ่มมีเสียงหายใจคล้ายเสียงกรน (stridor) แต่ไม่ได้หลับนะคะ
เคสนี้ทำ CT และ MRI
มี ฝีหนองก้อนใหญ่ อยู่ใน “ช่องหลังคอ” (retropharyngeal space) กดผนังคอเข้าด้านหน้า จนช่องลมที่ควรโล่ง เหลือแค่นิดเดียว อีกไม่กี่ชั่วโมง อาจปิดทางเดินหายใจได้เลย
ที่หนักกว่านั้น
จุดเริ่มต้นทั้งหมดมาจาก ฟันผุที่ลุกลาม
ติดเชื้อ → กระดูกขากรรไกร → ต่อมน้ำเหลือง → ช่องหลังคอ เป็นเส้นทางการลุกลามที่อันตรายแบบไม่รู้ตัว มารู้ตัวตอนเริ่มไปคอแล้ว
แถมยังพบว่ามีการลุกลามเข้าไปโพรงเยื่อหุ้มไขสันหลังแล้วด้วย (Epidural abscess)
ซึ่งก่อนหน้านี้มีการค้นหาแหล่งที่มาของเชื้อที่อวัยวะอื่นๆ ด้วยก็พบว่ามีแต่ที่ช่องปากนี่แหละ
.
อาการในเคสนี้ทรุดลงเรื่อยๆ
เริ่มมีอาการสับสน การหายใจแย่ลง
จึงต้องรีบช่วยหายใจ ให้ยาปฏิชีวนะ
แต่ว่าการติดเขื้อได้ลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด อวัยวะเริ่มล้มเหลว หัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
___________________
สิ่งที่อยากฝากไว้จากเคสนี้เลยนะคะ
1️⃣ ฟันผุไม่ใช่เรื่องเล่นเลย การติดเชื้อจากฟันสามารถไหลผ่านช่องว่างเนื้อเยื่อไปยัง “หลังคอ” ซึ่งเป็นพื้นที่อันตราย ใกล้หลอดลมและไขสันหลังมาก ยังไม่นับภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ อีก เช่น ติดเชื้อในหัวใจ
2️⃣ สัญญาณเตือนอันตราย
• กลืนลำบาก
• เจ็บคอลึกๆ ที่ไม่เหมือนหวัด
• พูดเสียงอู้อี้
• หายใจไม่สะดวก
• เจ็บคอมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
สิ่งเหล่านี้คือภาวะฉุกเฉิน ไม่ใช่ทอนซิลอักเสบธรรมดา
3️⃣ ฝีหลังคอสามารถปิดทางเดินหายใจได้เร็วมาก
มักต้องผ่าตัดระบาย ไม่ใช่แค่กินยา
4️⃣ การดูแลฟันคือหัวใจหลักเลย
✅ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เน้นเอาเศษอาหารออกให้เกลี้ยง
✅ ถ้าเป็นไปได้ แปรงฟันแห้ง ได้ผลสุด คือแปรงแล้วไม่กลั้วน้ำซ้ำ เพราะมันจะทำให้ Fluoride เคลือบผิวฟันนานที่สุด ช่วยรักษาปราการสำคัญไม่ให้แบคทีเรียทะลวง
✅ ใช้ไหมขัดฟัน คอยเอาเศษเล็กๆ ที่ติดตามซอก ก็ยิ่งจะป้องกันได้มากขึ้น
✅ ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ
✅ มีเหงือกอักเสบ ไม่ว่าจะจากอะไรก็ตาม ไปตรวจหาสาเหตุ
✅ การกินของหวาน + ดูแลสุขภาพช่องปากไม่ดี ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ ซีนที่เจอบ่อยคือ กินของหวานแล้วนอนเลย ไม่แปรงฟัน
Cr.Tensia