3C: Claim – Creep – Cry สูตรสำเร็จการเมืองเขมร จากการอ้างสิทธิ์สู่บทเหยื่อ?

3C: Claim – Creep – Cry ‘แผนพัฒนาชาติเขมร’ ที่เริ่มจากการอ้าง และจบด้วยการร้องไห้
จาก Claimbodia → Creepbodia → Crybodia เมื่อพฤติกรรมซ้ำ กลายเป็นแพตเทิร์นชาติ?

ลองมาศึกษากันว่า “สูตรสำเร็จการเมืองเขมร” หรือจะเรียกกันว่า “แผนพัฒนาชาติเขมร” ทำงานอย่างไร?
จะมีประเทศไหน? ที่สามารถ วนลูปพฤติกรรมทางการเมืองได้อย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอนได้เท่าประเทศนี้?

ไม่ใช่อุบัติเหตุ ไม่ใช่เหตุบังเอิญ และไม่ใช่เรื่องเฉพาะหน้า แต่มันคือ แพตเทิร์นพฤติกรรม? ที่ถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีกหรือเปล่า? จนกลายเป็นสูตรสำเร็จทางการเมืองไปแล้ว?


3C = “พฤติกรรม” (Behavior Pattern)
3C ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียว แต่เป็น นิสัยทางการเมืองที่ใช้ซ้ำได้เรื่อย ๆ เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนเรื่อง แต่สูตรเดิม (ผู้นำ… รัฐบาลเขมร ไม่ว่าใคร คนไหนก็เป็นแบบนี้?)

1. Claim – อ้างสิทธิ์ เริ่มต้นด้วยการ อ้าง
•อ้างประวัติศาสตร์
•อ้างแผนที่ (มั่วๆ)
•อ้างโบราณสถาน
•อ้างบรรพบุรุษ
•อ้าง “ของเขมรมาตั้งแต่โบราณ”

พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล? → ขีดเส้นขึ้นมาเอง (Lon Nol)
พื้นที่บนบก? → อ้างแผนที่ยุคอาณานิคมเฉพาะฉบับที่เข้าทาง (มั่ว มึนได้ทุกสถานการณ์)

จังหวะที่มักเกิด
•ใกล้เลือกตั้ง
•คะแนนนิยมตก เรียกคะแนนนิยม (ทั้งฝั่งวุ้นเส้น, สม รังษี หรือ…)
•เศรษฐกิจพัง
•ภายในประเทศเริ่มไม่สงบ

👉 มีเรื่องกับไทย (เสียม) = ปลุกชาตินิยมได้ผลทุกครั้ง
เป้าหมายไม่ใช่พื้นที่ แต่คือ คะแนนนิยมในประเทศ

2. Creep – คืบคลาน เมื่อ “อ้าง” แล้วก็ต้อง คืบ
•ค่อย ๆ ขยับพื้นที่
•ค่อย ๆ ส่งกำลัง
•ค่อย ๆ สร้างข้อเท็จจริงใหม่ ยึดพื้นที่ (สร้างบังเกอร์? จัดเต็ม, อาวุธ? ขนเข้าไป, ขนเขมรเข้าไปอยู่?)
•ยังไม่ให้ถึงจุดแตกหัก

ตัวอย่างคลาสสิกก็…
•ปีนเขาพนมดงรัก
•แทรกกำลังตามแนวชายแดน
•หนองจาน หนองหญ้าแก้ว พื้นที่ไทยให้เป็นศูนย์ลี้ภัย → อยู่ยาว → ยึดเป็นของตัวเอง → มีมาเฟียทหาร กำนันลีคุม

ในทางรัฐศาสตร์เรียกว่า salami tactics / incremental pressure ไม่ปะทะตรง แต่ค่อย ๆ ดัน

คำว่า Creepbodia ให้ภาพ เงียบ ลับ คืบ คลาน ปีน มุด ขุด ดำดิน (เหมือนพฤติกรรมสัตว์ในพงศาวดารเขมร?)
creep/creepy – เขมรกับการคืบคลานไปเรื่อยๆ ทั้งทางฝั่งเสียม ลาว ญวน? (ลาวเริ่มเจอปัญหา? เวียดนามทำรั้ว ใส่กรงไว้ก่อน?)

3. Cry – ร้องไห้ / เล่นบทเหยื่อ เมื่ออีกฝ่ายตอบโต้ หรือเกมไม่เป็นไปตามแผน → เปลี่ยนบททันที
จากผู้เริ่ม → เป็น ผู้ถูกกระทำ
•ร้องผ่านสื่อ
•ร้องผ่านองค์กรระหว่างประเทศ
•ร้องทุกเวทีที่ร้องได้
•Cambodia is a small country
•Cambodia needs peace

“victimhood narrative” การสร้างภาพเหยื่อเพื่อ
•กลบจุดเริ่มต้นของตัวเอง
•ขอความชอบธรรมจากคนนอก
•ปิดเกมเชิงภาพลักษณ์

Claim → Creep → Cry = วงจรพฤติกรรมทางการเมืองเขมรที่ใช้ซ้ำได้ไม่รู้จบ


มีมไว้ใช้กับเขมร

Claimbodia → Creepbodia → Crybodia
Claimbodia – เขมร claim ทุกอย่าง
Creepbodia – เขมรคืบคลานตลอด (เหมือนพฤติกรรม…)
Crybodia – โหมดถนัด เล่นบทเหยื่อเต็มระบบ ช่วงนี้เขมรเล่นบทนี้อยู่ เขมรมี รัฐมนตรีข่าวปลอม? Fake News Minister?, … ,  Minister of National Imagination, Minister of Strategic Lying, Minister of Alternative Facts, Minister of Victimhood Affairs วุ้นเส้น ตะกวดฮุนมาเนต คนในตระกูลฮุนควบหลายตำแหน่ง? ฮุนมานา ฮุนมานี, เจ๊มาลี ไม่แน่ใจว่ามีตำแหน่ง Deputy Minister of Information, Directorate of Fake News and Fan Fiction  หรือเปล่า? รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสารสนเทศ กองข่าวปลอมและนิยายแฟนฟิค (เจ๊มาลีแค่เห็นหน้าก็รู้แล้ว… เรื่องโกหกเพียบ! แถมแฟนๆ ตามติดรัวๆ…) แก๊งเขมรทำงานกันอย่างหนัก


6C = “การกระทำ” (Action Sequence) คู่มือปฏิบัติการเขมร จะเรียกว่า Playbook เขมรก็ได้
3C คือ “พฤติกรรม”
6C คือ ขั้นตอนลงมือจริง

1. Claim – อ้าง
•แถลงการณ์
•ปล่อยข่าว
•สร้าง narrative ตั้งต้น

2. Creep – คืบ
•ขยับเชิงพื้นที่
•ขยับเชิงกำลัง
•ขยับเชิงสัญลักษณ์

3. Con – บิดเบือน / ปฏิเสธ ถูกจับได้? → ปฏิเสธทันที
•“ไม่ใช่ทหารเรา” (ทหาร-พระแครอท ขนมาทั้งครอบครัว ก่อน-หลังปะทะ พอเป็นปุ๋ยก็ไม่ใช่ทหารเรา)
•“เป็นอุบัติเหตุ” (ทหารเขมรเมา ยิงข้ามไปฝั่งตรงข้าม? ระเบิดจากการเผาขยะ? เป็นอุบัติเหตุ? ฟังดูเหมือน “เหตุการณ์เกิดขึ้น” มากกว่า “การโจมตี” เขมรใช้คำ-กลบเจตนา เขมรยิงเข้ามาในฝั่งไทย เป็นความตั้งใจ ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ)
•“เข้าใจผิด” (ทุ่นระเบิดเก่า blah blah blah…)

ใช้ข้อมูลด้านเดียว เลี่ยงคำถามตรง พูดวน เปลี่ยนประเด็น
เป้าหมายคือ ถ่วงเวลา + ทำให้เรื่องเบลอ

4. Cook – ปรุงข่าว / ปลุกอารมณ์ เมื่อเรื่องเริ่มชัด → ต้อง “ปรุง”
•ข่าวที่ผ่าน “ครัวการเมือง” เลือกเฉพาะส่วนที่เข้าทาง  ตัดบริบท ใส่การตีความเกินจริง
•ใส่อารมณ์โกรธ
•ใส่ความคับแค้น
•ปั้นเรื่องให้ร้อน

จากข้อพิพาทชายแดน → กลายเป็น “ศักดิ์ศรีของชาติเขมร” เตรียมบทเหยื่อไว้ล่วงหน้า

5. Clash – ปะทะ เมื่อสถานการณ์สุกงอม → เกิดการปะทะ
การปะทะไม่ได้เกิดโดยบังเอิญ แต่มักถูกใช้เป็น หลักฐานยืนยัน narrative ที่เตรียมไว้แล้ว แก๊งทีมโฆษก เจ๊มาลี, เพ็ญ โบนา, ฑูตปรัก(ขิก) สุคน, วุ้นเส้น, ตะกวดฮุนมาเนต รัฐบาลเขมร… ออกแถลงการณ์ ร่างจดหมายไว้ก่อน-ยื่นจดหมายได้ทันที

6. Cry – ร้อง หลังปะทะ → ร้องทันที
•ร้องฟ้องโลก
•ร้องขอความเห็นใจ
•ลบภาพการเริ่มต้นของตัวเอง
•เหลือแต่ภาพ “ผู้ถูกกระทำ”
•ขอเงินบริจาค (ภารกิจสำคัญที่ต้องทำ)


ลองสังเกตดูว่า คำว่า “นานาชาติของเขมร”
International (Cambodia edition) = ต่างชาติที่กินข้าวจากเรา

“International” ในเวอร์ชันเขมร สิ่งที่กัมพูชามักเรียกว่า international support ได้แก่
•… Chamber of Commerce (ในกัมพูชา)
•Khmer Times (สื่อภาษาอังกฤษ  ทุน–ฐาน–บรรณาธิการอยู่ในประเทศ ตระกูลฮุน คุมสื่อ)
•Lobbyist ต่างชาติที่รับงานให้รัฐบาลกัมพูชา Michael Alfaro
•Cambodian Human Rights and Development Association
•นักการทูต/ที่ปรึกษาต่างชาติที่ทำงานในกัมพูชา
•บริษัทต่างชาติที่มีสัมปทานหรือผลประโยชน์ในกัมพูชา

“อยู่ในกัมพูชา กินข้าวจากกัมพูชา หรือมีผลประโยชน์ผูกกับกัมพูชา”

คนส่วนใหญ่ หลงไปกับ “นานาชาติแบบเหมารวม” ที่จริงแล้วคือ
•“นานาชาติที่เช่าได้”
•“เครือข่ายต่างชาติที่มีผลประโยชน์ในประเทศ”
•“เสียงจากต่างชาติที่มีส่วนได้เสีย”
•“กลุ่มผู้มีผลประโยชน์ข้ามชาติในกัมพูชา”
•“International (made in Cambodia)”
ยังขาดไปองค์กรนึง International Scam Organization, Headquarters: Undisclosed, but everyone knows

ไม่ใช่ international แบบเป็นกลาง
แต่คือ internationalized domestic network


ตำนานบรรพกษัตริย์เขมรเป็น “ตะกวด” ลิ้นสองแฉก เรื่องนี้มาจากไหน มีอะไรซ่อนอยู่...

เรื่องบรรพกษัตริย์เขมรเคยเป็นตะกวด มีการเล่าซ้ำกันหลายครั้ง และถูกโหมกระพือกลายเป็นกระแสสังคมอยู่บ่อย ๆ เมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชากลับมาตึงเครียด จริงๆ แล้ว เรื่องดังกล่าวมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ ?

ต้นตอของเรื่องราวนี้อยู่ใน ราชพงษาวดารกรุงกัมพูชา ของนักองค์นพรัตน์ ฉบับแปลไทยโดยหอพระสมุดวชิรญาณ เล่าถึงบรรพกษัตริย์ของเขมรว่าเป็นตะกวด หรือ ตรอกกวด ในภาษาเขมร 

นิทานซึ่งแทรกอยู่ในพงศาวดารเขมรฉบับนี้เล่าว่า ในสมัยพุทธกาล มีตะกวดตัวหนึ่งได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้ากับเหล่านาคและเทวดาจนบรรลุธรรม จึงมีพุทธทำนายว่า ต่อไปตะกวดตัวนี้จะไปเกิดใหม่เป็นปฐมกษัตริย์กรุงกัมพูชา

พระพุทธเจ้าทรงกล่าวแก่พระอานนท์ ดังนี้ [ปรับย่อหน้าใหม่และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]

“…ดูกรอานนท์เอ๋ย จำเดิมตั้งแต่นี้ต่อไปภายน่า เกาะโคกหมันนี้ แผ่นดินจะงอกขึ้นอีกใหญ่กว้าง แล้วจะเกิดเปนนครหนึ่ง

ซึ่งสัตว์ตะกวดมีจิตรเลื่อมใสศรัทธามากราบถวายบังคมต่อองค์พระตถาคต โดยอำนาจกุศลที่โสตประสาทได้ยินศัพทสำเนียงพระสัทธรรมเทศนาแห่งพระตถาคต ในเมื่อเวลาสำแดงให้พระยานาคแลฝูงเทวาได้สดับตรับฟังนั้น เมื่อสัตว์ตะกวดนี้สิ้นชีพแล้วจะได้ไปบังเกิดบนสวรรค์ แล้วจะได้จุติลงมาเป็นกระษัตริย์องค์หนึ่งครองกรุงอินทปรัตนคร

แลพระราชบุตรของกระษัตริย์องค์นั้น จะได้เสด็จมายังที่ตรงนี้ จึงพระยานาคที่ได้มาฟังพระธรรมเทศนานี้เองจะได้มาสร้างพระนคร เปนพระราชธานีใหญ่ ให้แก่พระราชบุตรของกระษัตริย์องค์นั้นประทับอยู่ แล้วขนานนามพระนครเรียกว่า กรุงกัมพูชาธิบดี ส่วนนานาประเทศจะเรียกว่าเขมระภาษา…”

ตอนท้ายของพุทธทำนายยังกล่าวด้วยว่า “แลบรรดามนุษยชาติในพระราชธานีนี้ จะพูดจาสิ่งใด ๆ ไม่ค่อยยั่งยืนอยู่ในสัตยานุสัตย์ โดยบุรพกระษัตริย์ผู้ตั้งต้นแผ่นดิน มีชาติกำเนิดจากสัตว์ตะกวด อันมีลิ้นแฝดแตกแยกออกเป็น ๒ ซีก”

ลานหินสู่ประตูทางเข้าปราสาทนครวัด ภาพวาดลายเส้นโดยกิโอด์ จากรูปสเก๊ตช์ของมูโอต์
แม้ “นิทาน” เรื่องนี้จะอยู่ในพงศาวดารกัมพูชา แต่ก็เป็นฉบับแปลจากภาษาเขมรเป็นภาษาไทยอีกที เนื้อหาบางส่วน (โดยเฉพาะส่วนท้ายสุดที่ยกมาอ้าง) จึงอาจถูกเพิ่มในภายหลัง เพราะคงประหลาดมากหากพงศาวดารกัมพูชาบรรยายอุปนิสัยของชนชาติตนเองว่าไม่ยึดมั่นในสัจวาจา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.silpa-mag.com/history/article_156238
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่