
: โคตรซึ้ง! Children of Heaven (1997) หนังที่ทำให้ผมน้ำตาแตกตั้งแต่ฉากแรกจนจบ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังเรื่องนึงที่อยากจะมาป้ายยาแบบเต็มแรงมากๆ ให้ได้ดูกันครับ เป็นหนังเก่าหน่อยนะ ชื่อเรื่อง Children of Heaven (1997) จากอิหร่านนี่แหละครับ ตอนแรกที่เห็นชื่อก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก คิดว่าเป็นหนังเด็กๆ ทั่วไป แต่พอได้ดูเท่านั้นแหละครับ วางไม่ลงเลยจริงๆ แถมน้ำตาไหลพรากตลอดเรื่องจนต้องหาทิชชู่มาซับกันยกใหญ่เลยทีเดียว
หนังเรื่องนี้มันเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพี่น้องสองคนครับ คือ อาลิ (Ali) เด็กชายวัย 9 ขวบ กับ น้องสาวของเขา ซาห์รา (Zahra) ที่อายุยังน้อยกว่านั้นอีกนิดนึง ครอบครัวของพวกเขาฐานะยากจนมากครับ พ่อทำงานหนักแทบกระอักเลือด แต่รายได้ก็แทบไม่พอเลี้ยงปากท้องเลยทีเดียว วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่อง คือ ซาห์ราทำรองเท้าคู่เดียวที่บ้านหายไปตอนไปซื้อของครับ รองเท้าคู่นั้นมันก็ไม่ใช่รองเท้าสวยหรูอะไรหรอกครับ มันเป็นรองเท้าที่เก่าและผุมากแล้ว แต่สำหรับครอบครัวนี้ มันคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ใช้ได้เลยล่ะ
ทีนี้ปัญหาใหญ่ก็เกิดสิครับ เพราะบ้านเขามีรองเท้าแค่คู่เดียว ถ้าซาห์ราไม่มีรองเท้า พ่อแม่ก็ไม่มีเงินซื้อคู่ใหม่ให้แน่นอนครับ แล้วถ้าซาห์ราไม่ไปโรงเรียน พี่ชายอย่างอาลิก็กลัวว่าน้องสาวจะเสียการเรียนไปอีก การที่รองเท้าคู่เดียวมันหายไปเนี่ย มันไม่ใช่แค่รองเท้าหาย แต่มันคือปัญหาที่ใหญ่หลวงมากสำหรับเด็กสองคนนี้เลยครับ
อาลิก็เลยคิดแผนขึ้นมาครับ เป็นแผนที่เด็กน้อยคิดได้ แต่มันเต็มไปด้วยความรัก ความรับผิดชอบ และความเสียสละที่โคตรจะน่ารักมากๆ อาลิไปบอกน้องสาวว่า "ถ้าเธอใส่รองเท้าของฉันไปโรงเรียน ฉันก็จะใส่รองเท้าของเธอไปโรงเรียนแทน" คือเข้าใจใช่ไหมครับ? เขาจะผลัดกันใส่รองเท้าคู่เดียวกัน! วันหนึ่งอาลิใส่ รองเท้าเขาก็จะไปโรงเรียน แล้วก็ต้องรีบกลับมาคืนให้น้องสาวตอนเที่ยง เพื่อให้น้องสาวใส่ไปโรงเรียนตอนบ่าย เป็นแบบนี้สลับกันไปทุกวัน
ฟังดูแล้วก็ธรรมดาใช่ไหมครับ? แต่ที่มันพีคคือ การที่เด็กสองคนต้องทำแบบนี้ มันสร้างสถานการณ์ที่น่ารัก น่าเอ็นดู และน่าเป็นห่วงไปพร้อมๆ กันเลยครับ เวลาอาลิต้องวิ่งแข่งกับเวลาเพื่อไปคืนรองเท้าให้น้องสาว หรือเวลาที่ซาห์ราต้องรีบใส่รองเท้าของพี่ชายให้ทันเวลา มันเป็นภาพที่เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้จริงๆ ครับ
แต่ความน่ารักมันไม่ได้หยุดแค่นั้นครับ หนังเรื่องนี้มันแสดงให้เห็นถึงความไร้เดียงสาของเด็กๆ ในสภาพแวดล้อมที่ลำบาก แต่พวกเขาก็ยังมีความหวัง มีความรักให้กันและกัน อาลิพยายามหาทางออกทุกวิถีทางเพื่อช่วยน้องสาว ทั้งการไปทำงานพิเศษเล็กๆ น้อยๆ การแอบเอารองเท้าไปซ่อม การพยายามหาเงินเพิ่ม ทุกการกระทำของอาลิมันเต็มไปด้วยความตั้งใจที่อยากจะให้น้องสาวมีความสุข ถึงแม้ตัวเองจะต้องลำบากก็ตาม
ผมชอบวิธีการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้มากครับ มันเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่มันเข้าถึงหัวใจคนดูได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ ผู้กำกับเขาไม่ได้พยายามจะทำให้เรื่องมันดราม่าเกินจริง หรือเศร้าสร้อยจนเกินไป แต่เขาใช้ภาพการกระทำของเด็กๆ ล้วนๆ ที่มันค่อยๆ บีบคั้นหัวใจเราไปเรื่อยๆ อย่างเป็นธรรมชาติ
ฉากที่ผมจำได้แม่นเลยคือ ฉากที่อาลิต้องวิ่งแข่งกับเวลาเพื่อไปรับรองเท้าจากน้องสาว แล้วเขาก็ต้องวิ่งหน้าตั้งไปโรงเรียนด้วยรองเท้าที่มันใหญ่เกินไปสำหรับเขา แต่มันก็เป็นรองเท้าคู่เดียวที่มี! หรือฉากที่อาลิไปเจอรองเท้าที่เขาเคยวิ่งเล่นหายไป แล้วพอจะไปเก็บมาใส่ มันกลับเป็นรองเท้าของเด็กคนอื่นไปซะแล้ว ภาพพวกนี้มันเหมือนสะท้อนชีวิตจริงของเด็กๆ หลายคนในโลกนี้ ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากตั้งแต่เด็ก
อีกอย่างที่ประทับใจคือ ความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้ครับ มันเป็นความผูกพันที่บริสุทธิ์มากๆ อาลิรักน้องสาวมาก และน้องสาวก็รักพี่ชายมากเช่นกัน เวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันในฉากที่เห็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของพวกเขา แม้ในความยากลำบาก มันทำให้เรายิ้มได้จริงๆ ครับ แต่พอเจออุปสรรคเข้ามา มันก็ทำให้เราน้ำตาไหลไปกับพวกเขา
หนังเรื่องนี้มันไม่ได้มีฉากแอ็คชั่นหวือหวา หรือบทพูดที่ลึกซึ้งกินใจแบบคมๆ อะไรมากมายครับ แต่สิ่งที่มันมีคือ 'หัวใจ' ที่เต็มเปี่ยม การเล่าเรื่องที่จริงใจ และการแสดงของเด็กๆ ที่เป็นธรรมชาติมากๆ ครับ คือต้องบอกเลยว่าเด็กที่แสดงเป็นอาลิกับซาห์ราเนี่ย เก่งมากๆ เล่นได้แบบธรรมชาติจนเราอินไปกับทุกการกระทำของพวกเขาจริงๆ
พอมาถึงช่วงท้ายๆ ของหนังนะครับ โอ้โห... ผมบอกเลยว่าเตรียมทิชชู่ไว้ให้พร้อมเลยครับ มันมีฉากที่แบบ... มันพีคมากจริงๆ ครับ มันเป็นการแก้ปัญหาที่คาดไม่ถึง แต่ก็สมเหตุสมผลมากๆ ในบริบทของเด็กๆ และครอบครัวที่ลำบาก ฉากจบของเรื่องคือแบบ... โคตรซึ้ง! มันเป็นการปิดเรื่องที่สมบูรณ์แบบมากๆ ครับ ทำให้เรามองเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต และความสำคัญของความรักในครอบครัว
ผมอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองหาเรื่องนี้มาดูกันจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะชอบดูหนังแนวไหนก็ตาม Children of Heaven เป็นหนังที่ดูได้ทุกเพศทุกวัย และมันจะทำให้คุณกลับมามองความสัมพันธ์ในครอบครัว มองสิ่งรอบตัว และมองคุณค่าของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตเปลี่ยนไปเลยครับ มันเป็นหนังที่ดูจบแล้วทิ้งความรู้สึกดีๆ และข้อคิดดีๆ เอาไว้ในใจเราไปอีกนานเลย
ถ้าใครเคยดูแล้ว มาคุยกันได้นะครับ หรือใครที่กำลังจะไปดู ลองดูก่อนแล้วมาบอกกันนะครับว่ารู้สึกยังไงกันบ้าง ผมเชื่อว่าหลายคนต้องอินและน้ำตาไหลเหมือนผมแน่ๆ ครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับผม!
โคตรซึ้ง! Children of Heaven (1997) หนังที่ทำให้ผมน้ำตาแตกตั้งแต่ฉากแรกจนจบ
: โคตรซึ้ง! Children of Heaven (1997) หนังที่ทำให้ผมน้ำตาแตกตั้งแต่ฉากแรกจนจบ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังเรื่องนึงที่อยากจะมาป้ายยาแบบเต็มแรงมากๆ ให้ได้ดูกันครับ เป็นหนังเก่าหน่อยนะ ชื่อเรื่อง Children of Heaven (1997) จากอิหร่านนี่แหละครับ ตอนแรกที่เห็นชื่อก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก คิดว่าเป็นหนังเด็กๆ ทั่วไป แต่พอได้ดูเท่านั้นแหละครับ วางไม่ลงเลยจริงๆ แถมน้ำตาไหลพรากตลอดเรื่องจนต้องหาทิชชู่มาซับกันยกใหญ่เลยทีเดียว
หนังเรื่องนี้มันเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพี่น้องสองคนครับ คือ อาลิ (Ali) เด็กชายวัย 9 ขวบ กับ น้องสาวของเขา ซาห์รา (Zahra) ที่อายุยังน้อยกว่านั้นอีกนิดนึง ครอบครัวของพวกเขาฐานะยากจนมากครับ พ่อทำงานหนักแทบกระอักเลือด แต่รายได้ก็แทบไม่พอเลี้ยงปากท้องเลยทีเดียว วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่อง คือ ซาห์ราทำรองเท้าคู่เดียวที่บ้านหายไปตอนไปซื้อของครับ รองเท้าคู่นั้นมันก็ไม่ใช่รองเท้าสวยหรูอะไรหรอกครับ มันเป็นรองเท้าที่เก่าและผุมากแล้ว แต่สำหรับครอบครัวนี้ มันคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ใช้ได้เลยล่ะ
ทีนี้ปัญหาใหญ่ก็เกิดสิครับ เพราะบ้านเขามีรองเท้าแค่คู่เดียว ถ้าซาห์ราไม่มีรองเท้า พ่อแม่ก็ไม่มีเงินซื้อคู่ใหม่ให้แน่นอนครับ แล้วถ้าซาห์ราไม่ไปโรงเรียน พี่ชายอย่างอาลิก็กลัวว่าน้องสาวจะเสียการเรียนไปอีก การที่รองเท้าคู่เดียวมันหายไปเนี่ย มันไม่ใช่แค่รองเท้าหาย แต่มันคือปัญหาที่ใหญ่หลวงมากสำหรับเด็กสองคนนี้เลยครับ
อาลิก็เลยคิดแผนขึ้นมาครับ เป็นแผนที่เด็กน้อยคิดได้ แต่มันเต็มไปด้วยความรัก ความรับผิดชอบ และความเสียสละที่โคตรจะน่ารักมากๆ อาลิไปบอกน้องสาวว่า "ถ้าเธอใส่รองเท้าของฉันไปโรงเรียน ฉันก็จะใส่รองเท้าของเธอไปโรงเรียนแทน" คือเข้าใจใช่ไหมครับ? เขาจะผลัดกันใส่รองเท้าคู่เดียวกัน! วันหนึ่งอาลิใส่ รองเท้าเขาก็จะไปโรงเรียน แล้วก็ต้องรีบกลับมาคืนให้น้องสาวตอนเที่ยง เพื่อให้น้องสาวใส่ไปโรงเรียนตอนบ่าย เป็นแบบนี้สลับกันไปทุกวัน
ฟังดูแล้วก็ธรรมดาใช่ไหมครับ? แต่ที่มันพีคคือ การที่เด็กสองคนต้องทำแบบนี้ มันสร้างสถานการณ์ที่น่ารัก น่าเอ็นดู และน่าเป็นห่วงไปพร้อมๆ กันเลยครับ เวลาอาลิต้องวิ่งแข่งกับเวลาเพื่อไปคืนรองเท้าให้น้องสาว หรือเวลาที่ซาห์ราต้องรีบใส่รองเท้าของพี่ชายให้ทันเวลา มันเป็นภาพที่เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้จริงๆ ครับ
แต่ความน่ารักมันไม่ได้หยุดแค่นั้นครับ หนังเรื่องนี้มันแสดงให้เห็นถึงความไร้เดียงสาของเด็กๆ ในสภาพแวดล้อมที่ลำบาก แต่พวกเขาก็ยังมีความหวัง มีความรักให้กันและกัน อาลิพยายามหาทางออกทุกวิถีทางเพื่อช่วยน้องสาว ทั้งการไปทำงานพิเศษเล็กๆ น้อยๆ การแอบเอารองเท้าไปซ่อม การพยายามหาเงินเพิ่ม ทุกการกระทำของอาลิมันเต็มไปด้วยความตั้งใจที่อยากจะให้น้องสาวมีความสุข ถึงแม้ตัวเองจะต้องลำบากก็ตาม
ผมชอบวิธีการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้มากครับ มันเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่มันเข้าถึงหัวใจคนดูได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ ผู้กำกับเขาไม่ได้พยายามจะทำให้เรื่องมันดราม่าเกินจริง หรือเศร้าสร้อยจนเกินไป แต่เขาใช้ภาพการกระทำของเด็กๆ ล้วนๆ ที่มันค่อยๆ บีบคั้นหัวใจเราไปเรื่อยๆ อย่างเป็นธรรมชาติ
ฉากที่ผมจำได้แม่นเลยคือ ฉากที่อาลิต้องวิ่งแข่งกับเวลาเพื่อไปรับรองเท้าจากน้องสาว แล้วเขาก็ต้องวิ่งหน้าตั้งไปโรงเรียนด้วยรองเท้าที่มันใหญ่เกินไปสำหรับเขา แต่มันก็เป็นรองเท้าคู่เดียวที่มี! หรือฉากที่อาลิไปเจอรองเท้าที่เขาเคยวิ่งเล่นหายไป แล้วพอจะไปเก็บมาใส่ มันกลับเป็นรองเท้าของเด็กคนอื่นไปซะแล้ว ภาพพวกนี้มันเหมือนสะท้อนชีวิตจริงของเด็กๆ หลายคนในโลกนี้ ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากตั้งแต่เด็ก
อีกอย่างที่ประทับใจคือ ความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้ครับ มันเป็นความผูกพันที่บริสุทธิ์มากๆ อาลิรักน้องสาวมาก และน้องสาวก็รักพี่ชายมากเช่นกัน เวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันในฉากที่เห็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของพวกเขา แม้ในความยากลำบาก มันทำให้เรายิ้มได้จริงๆ ครับ แต่พอเจออุปสรรคเข้ามา มันก็ทำให้เราน้ำตาไหลไปกับพวกเขา
หนังเรื่องนี้มันไม่ได้มีฉากแอ็คชั่นหวือหวา หรือบทพูดที่ลึกซึ้งกินใจแบบคมๆ อะไรมากมายครับ แต่สิ่งที่มันมีคือ 'หัวใจ' ที่เต็มเปี่ยม การเล่าเรื่องที่จริงใจ และการแสดงของเด็กๆ ที่เป็นธรรมชาติมากๆ ครับ คือต้องบอกเลยว่าเด็กที่แสดงเป็นอาลิกับซาห์ราเนี่ย เก่งมากๆ เล่นได้แบบธรรมชาติจนเราอินไปกับทุกการกระทำของพวกเขาจริงๆ
พอมาถึงช่วงท้ายๆ ของหนังนะครับ โอ้โห... ผมบอกเลยว่าเตรียมทิชชู่ไว้ให้พร้อมเลยครับ มันมีฉากที่แบบ... มันพีคมากจริงๆ ครับ มันเป็นการแก้ปัญหาที่คาดไม่ถึง แต่ก็สมเหตุสมผลมากๆ ในบริบทของเด็กๆ และครอบครัวที่ลำบาก ฉากจบของเรื่องคือแบบ... โคตรซึ้ง! มันเป็นการปิดเรื่องที่สมบูรณ์แบบมากๆ ครับ ทำให้เรามองเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต และความสำคัญของความรักในครอบครัว
ผมอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองหาเรื่องนี้มาดูกันจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะชอบดูหนังแนวไหนก็ตาม Children of Heaven เป็นหนังที่ดูได้ทุกเพศทุกวัย และมันจะทำให้คุณกลับมามองความสัมพันธ์ในครอบครัว มองสิ่งรอบตัว และมองคุณค่าของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตเปลี่ยนไปเลยครับ มันเป็นหนังที่ดูจบแล้วทิ้งความรู้สึกดีๆ และข้อคิดดีๆ เอาไว้ในใจเราไปอีกนานเลย
ถ้าใครเคยดูแล้ว มาคุยกันได้นะครับ หรือใครที่กำลังจะไปดู ลองดูก่อนแล้วมาบอกกันนะครับว่ารู้สึกยังไงกันบ้าง ผมเชื่อว่าหลายคนต้องอินและน้ำตาไหลเหมือนผมแน่ๆ ครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับผม!