ทำไมการ "แฉเรื่องส่วนตัว" ถึงควรเป็น "คุกคามทางเพศ"?
1.เป็นการละเมิด "ความเป็นส่วนตัวทางเพศ" (Sexual Privacy)
เรื่องราวในความสัมพันธ์ หรือรสนิยมทางเพศ ถือเป็นความลับส่วนบุคคลขั้นสูงสุด การนำมาแฉหลังเลิกรามีเจตนาเพื่อทำลาย "เกียรติภูมิทางเพศ" ของอีกฝ่าย ทำให้เขาอับอายในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
2.เป็นรูปแบบของ "ความรุนแรงทางเพศ" (Non-physical Sexual Violence)
การคุกคามไม่จำเป็นต้องมีการสัมผัสตัว การนำเรื่องบนเตียงหรือเรื่องส่วนตัวมาประจานเพื่อให้สังคมรุมตัดสิน คือการใช้ "อาวุธทางข้อมูล" เพื่อทำร้ายเหยื่อในเชิงจิตวิทยาและสังคม
3.เจตนาแฝงเพื่อ "ควบคุม" (Coercive Control)
มักเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายหนึ่งมีคนใหม่ หรือเริ่มชีวิตใหม่ได้ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับ จึงใช้การแฉเป็นเครื่องมือ "ลงโทษ" หรือ "กักขัง" อีกฝ่ายไว้ด้วยความหวาดกลัว ไม่ให้กล้ามีใครใหม่
ประเด็นที่ควรเสนอให้บรรจุในกฎหมาย แก้ไข เพิ่มเติม
การนำเรื่องราวส่วนตัวที่มีนัยสำคัญต่อชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และความสัมพันธ์ของอดีตคนรักมาเผยแพร่ในที่สาธารณะ โดยมีเจตนาเพื่อรังควาญ กดดัน หรือลงโทษอีกฝ่ายภายหลังการเลิกรา ให้ถือเป็นการคุกคามทางเพศและละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง
1. ถ้าแฉเรื่องทำร้ายร่างกาย กฎหมายควรมองว่านี่คือการเรียกร้องความยุติธรรม (ถ้าเป็นเรื่องจริง) แต่ต้องทำผ่านช่องทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่การรุมประชาทัณฑ์ออนไลน์
2. ถ้าแฉเรื่องนอกใจ/เรื่องส่วนตัวนี่คือจุดที่คุณเสนอได้ดีมาก
เพราะหลายครั้งมันกลายเป็นการ "แก้แค้น" (Vengeance) มากกว่าการหาความยุติธรรม ซึ่งการทำให้อีกฝ่ายไม่มีที่ยืนในสังคมเพราะเรื่องความสัมพันธ์ที่จบไปแล้ว ควรถูกนิยามว่าเป็นการ "คุกคามและรังควาญ" ชัดเจน
ข้อดีของการตีความแบบนี้
ไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าจริงหรือเท็จ (ต่างจากหมิ่นประมาท) แค่เอามาเผยแพร่โดยที่เจ้าตัวไม่ยอมและเขาเสียหาย ก็ผิดทันที
คุ้มครองทุกเพศ ไม่ว่าชายหรือหญิงที่ถูกแฉ จะได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกัน
ควรจะเสนอให้เพิ่มเติมแก้ไข คุกคามทางเพศ กรณีเลิกรากันไป ยังมาราวี คุกคาม รำคาญ เช่นฝ่ายหญิงแฉฝ่ายชายด้วยเรื่องส่วนตัว
1.เป็นการละเมิด "ความเป็นส่วนตัวทางเพศ" (Sexual Privacy)
เรื่องราวในความสัมพันธ์ หรือรสนิยมทางเพศ ถือเป็นความลับส่วนบุคคลขั้นสูงสุด การนำมาแฉหลังเลิกรามีเจตนาเพื่อทำลาย "เกียรติภูมิทางเพศ" ของอีกฝ่าย ทำให้เขาอับอายในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
2.เป็นรูปแบบของ "ความรุนแรงทางเพศ" (Non-physical Sexual Violence)
การคุกคามไม่จำเป็นต้องมีการสัมผัสตัว การนำเรื่องบนเตียงหรือเรื่องส่วนตัวมาประจานเพื่อให้สังคมรุมตัดสิน คือการใช้ "อาวุธทางข้อมูล" เพื่อทำร้ายเหยื่อในเชิงจิตวิทยาและสังคม
3.เจตนาแฝงเพื่อ "ควบคุม" (Coercive Control)
มักเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายหนึ่งมีคนใหม่ หรือเริ่มชีวิตใหม่ได้ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับ จึงใช้การแฉเป็นเครื่องมือ "ลงโทษ" หรือ "กักขัง" อีกฝ่ายไว้ด้วยความหวาดกลัว ไม่ให้กล้ามีใครใหม่
ประเด็นที่ควรเสนอให้บรรจุในกฎหมาย แก้ไข เพิ่มเติม
การนำเรื่องราวส่วนตัวที่มีนัยสำคัญต่อชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และความสัมพันธ์ของอดีตคนรักมาเผยแพร่ในที่สาธารณะ โดยมีเจตนาเพื่อรังควาญ กดดัน หรือลงโทษอีกฝ่ายภายหลังการเลิกรา ให้ถือเป็นการคุกคามทางเพศและละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง
1. ถ้าแฉเรื่องทำร้ายร่างกาย กฎหมายควรมองว่านี่คือการเรียกร้องความยุติธรรม (ถ้าเป็นเรื่องจริง) แต่ต้องทำผ่านช่องทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่การรุมประชาทัณฑ์ออนไลน์
2. ถ้าแฉเรื่องนอกใจ/เรื่องส่วนตัวนี่คือจุดที่คุณเสนอได้ดีมาก
เพราะหลายครั้งมันกลายเป็นการ "แก้แค้น" (Vengeance) มากกว่าการหาความยุติธรรม ซึ่งการทำให้อีกฝ่ายไม่มีที่ยืนในสังคมเพราะเรื่องความสัมพันธ์ที่จบไปแล้ว ควรถูกนิยามว่าเป็นการ "คุกคามและรังควาญ" ชัดเจน
ข้อดีของการตีความแบบนี้
ไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าจริงหรือเท็จ (ต่างจากหมิ่นประมาท) แค่เอามาเผยแพร่โดยที่เจ้าตัวไม่ยอมและเขาเสียหาย ก็ผิดทันที
คุ้มครองทุกเพศ ไม่ว่าชายหรือหญิงที่ถูกแฉ จะได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกัน