GDP เวียดนามแซงไทยปีหน้า แต่ไทย จะได้ประโยชน์

กระทู้สนทนา

GDP เวียดนามแซงไทยปีหน้า แต่ไทย จะได้ประโยชน์ /โดย ลงทุนแมน
ล่าสุดรัฐบาลเวียดนาม ได้ออกมาประกาศตัวเลขเศรษฐกิจหรือ GDP ของปี 2568 ที่ผ่านมา ว่าเติบโตถึง 8.02% นับว่าเติบโตเร็วสุดใน 3 ปี

แถมในไตรมาส 4 ปี 2568 ก็เติบโตถึง 8.5% ซึ่งถือว่าเติบโตมากที่สุดในรอบ 14 ปี

จากตัวเลข GDP ของเวียดนามที่เติบโตได้มากขนาดนี้ ทำให้หลายสถาบัน มีคาดการณ์ว่า GDP เวียดนาม จะแซงไทย ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า..

คนไทยหลายคนอาจผิดหวัง
แต่ทุกคนจำเป็นต้องเริ่มยอมรับว่า
เศรษฐกิจเวียดนามจะใหญ่กว่าไทย ในเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ตาม รู้ไหมว่า ถ้าหากเวียดนามเติบโตต่อไปด้วยอัตรานี้ไปเรื่อย ๆ ประเทศไทยกลับได้ประโยชน์ไม่น้อย

แล้ว ประเทศไทย ได้ประโยชน์อะไรบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

โครงสร้างเศรษฐกิจของเวียดนาม ที่กำลังเติบโตนั้น มาจากทั้ง
- การลงทุนจากภาครัฐ อย่างการลงทุนสร้างทางหลวงระหว่างเมืองทั่วประเทศ

และเวียดนาม เพิ่งเปิดให้บริการสนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ อย่าง Long Thanh International Airport ที่เมืองโฮจิมินห์ซิตี้

- การลงทุนจากเอกชน อย่างภาคการผลิตและการก่อสร้าง ที่เติบโตถึง 9% ในปีนี้โดยเครื่องยนต์นี้สามารถดัน GDP เวียดนามให้เติบโตได้เร็วที่สุด

ในปี 2025 เวียดนามมีเงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่สูงถึง 870,000 ล้านบาท สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

- การส่งออกที่เกินดุล โดยเวียดนามมียอดส่งออกสินค้าเติบโตจากปีก่อน 17% โดยอยู่ที่ 14,930,000 ล้านบาท และมีส่วนที่เกินดุลการค้ากว่า 630,000 ล้านบาท

- การบริโภค ซึ่งชาวเวียดนามในปี 2025 มี GDP per capita พุ่งสู่ระดับ 157,800 บาท เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น ประชากรในประเทศ ก็มีกำลังซื้อไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการต่าง ๆ มากขึ้น

นอกจากนี้ GDP ของเวียดนาม ก็ถูกกระตุ้นด้วยภาคการบริการและการท่องเที่ยว ที่เติบโตมากถึง 8.6%

โดยนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวเวียดนามในปี 2025 มีจำนวน 21.2 ล้านคน ซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

และในปี 2025 เวียดนาม ก็แย่งตลาดนักท่องเที่ยวจีน จากไทยไป จนนักท่องเที่ยวจีน ไปเที่ยวเวียดนาม มากกว่าประเทศไทยแล้ว..

ด้วยโครงสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามในตอนนี้ ที่ทั้งเร็ว แรง และพร้อมที่จะเติบโต ด้วยประชากรภายในประเทศ ที่มีมากกว่า 100 ล้านคน และคนส่วนมากก็กำลังอยู่ในวัยทำงาน

ทำให้ปี 2025 เวียดนาม มีขนาด GDP ที่ 514,000 ล้านดอลลาร์ เติบโต 8.02%

เมื่อเทียบกับ GDP ไทย ที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 2% มาอยู่ที่ 558,573 ล้านดอลลาร์

ซึ่งหลายสถาบัน ก็คาดการณ์กันว่า เวียดนามจะมี GDP แซงไทยได้ในไม่เกิน 1-2 ปี..

ด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่เน้นพึ่งพาอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเก่า แถมโครงสร้างของประชากรไทย ยังเป็นรูปแบบพีระมิดแบบกลับด้าน คือมีเด็กเกิดน้อย

ด้วยโครงสร้างของประเทศแบบนี้ ทำให้คำถามสำคัญของประเทศไทย ก็คงไม่ใช่คำถามที่ว่า จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจหรือ GDP ไทย มีอัตราเติบโตที่สูงเหมือนเดิม จนสามารถทิ้งห่าง GDP ของเวียดนามออกไปมากขึ้น

แต่สิ่งที่สามารถทำได้ในตอนนี้คือ เราจะได้ประโยชน์อะไร ถ้าเวียดนามมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่มากขึ้น

ซึ่งถ้าคิดดี ๆ ประเทศไทยเรา ก็ยังเหลืออยู่ 2 โอกาสใหญ่ ๆ ด้วยกัน นั่นก็คือ

- โอกาส ที่ดึงนักท่องเที่ยวเวียดนาม ให้เข้ามาเที่ยวไทย
- โอกาส ที่สนับสนุนธุรกิจไทย ให้ไปบุกตลาดเวียดนาม

เริ่มจากโอกาสแรกคือ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย อาจบูมมากขึ้นเพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวเวียดนาม

อย่างที่บอกว่า เมื่อคนเวียดนามมีรายได้เติบโตมากขึ้น และมี GDP ต่อหัวเติบโตสูงขึ้น จนกลายเป็นประเทศรายได้ปานกลาง และจะสูงขึ้นอีกในอนาคต

โดยภายในประเทศเวียดนาม ก็มีประชากรกว่า 102 ล้านคน แถมยังเป็นประเทศที่ยังมีอัตราการเกิดสูง และประชากรยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอีกระยะหนึ่ง

ซึ่งในอนาคต อาจเป็นโอกาสให้ภาคการท่องเที่ยวของไทย ที่มีจุดแข็งหลายด้านอยู่แล้ว ทั้งด้านบริการ ด้านอาหารและวัฒนธรรม ด้านการเป็น Shoping Destination ไปจนถึงด้านการเป็น Medical Hub หรือเป็นศูนย์กลางการแพทย์ในระดับภูมิภาค

ซึ่งในอนาคตกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางถึงสูง ก็อาจเป็นชาวเวียดนามที่มีตลาดใหญ่ระดับประชากร 100 ล้านคน

และก็ไม่แน่ว่าคนกลุ่มนี้ อาจจะเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อหลักในประเทศไทยซึ่งอยู่ใกล้เคียง

กลุ่มนี้อาจจะกลายเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก ที่เข้ามาลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโดมิเนียมในประเทศไทยได้

ดังนั้น ประเทศไทย อาจต้องเตรียมความพร้อม โดยการปรับปรุงระบบ และการบริหารจัดการภายในบ้านของตัวเอง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเวียดนามให้เข้ามาเที่ยวไทยได้มากขึ้น

อย่างเช่น ระบบคมนาคมที่ดี ระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงภาคการบริการต่าง ๆ

เมื่อโครงสร้างพื้นฐานดี ก็จะเป็นโอกาสให้ประเทศไทย มีโปรเจกต์ระดับโลกเข้ามาลงทุน

อย่างล่าสุดถ้ามีโครงการ Disneyland เพื่อพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยเกิดขึ้นจริง ก็น่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเวียดนามให้เข้าประเทศไทยได้

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังต้องมีระบบการจัดการภายในบ้านที่ดี อย่างเช่น ค่าสินค้าและบริการ ที่พ่อค้าแม่ค้า ควรติดป้ายราคาให้ชัดเจน และเป็นธรรมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวถูกเอาเปรียบ

เพื่อสร้างมาตรฐานที่ยั่งยืน และทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกว่าเป็น “แขกคนสำคัญ” ที่เข้ามาเที่ยวในบ้านเรา และอยากจะเอาเงินมาจับจ่ายใช้สอยในบ้านเรามากขึ้น

ส่วนโอกาส 2 คือ ตลาดเวียดนามเติบโตพอ จนมีช่องว่างให้ธุรกิจไทยเข้าไปเจาะมากขึ้น

ซึ่งปัจจุบัน ก็มีบริษัทใหญ่ ๆ หลายบริษัทของไทย เข้าไปเจาะตลาดเวียดนามอยู่แล้ว อย่างเครือเซ็นทรัลรีเทล ที่มีศูนย์การค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตมากกว่า 120 แห่ง กระจายกว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศเวียดนาม

อาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ไทยอย่าง เบนโตะ เถ้าแก่น้อย หรือชาตรามือ ก็ไปบุกตลาดเวียดนามเป็นตลาดหลัก

ไปจนถึงอุตสาหกรรมหนัก บริษัทในเครือ SCG กว่า 28 แห่ง ก็ลงทุนในเวียดนามด้วยเม็ดเงินกว่า 200,000 ล้านบาท

WHA Group ก็ไปกว้านซื้อที่ดินในเขตเศรษฐกิจ เพื่อลงทุนสร้างนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งในเวียดนาม

ยังไม่นับรวมถึงธุรกิจโรงแรมชั้นนำของไทย อย่างเครือ MINOR และ Centara ก็มีแผนสร้างโรงแรมหลายแห่ง โดยยึดหัวหาดจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของเวียดนามเช่นกัน

ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็เป็นโอกาสที่บริษัทหรือธุรกิจไทย สามารถเข้าไปบุกตลาด เพื่อสร้างรายได้และส่งกำไรกลับมาที่บ้านตัวเองได้

นอกจากนี้ ระบบธนาคารของไทยก็ยังมีความแข็งแกร่ง อาจเป็นเบื้องหลังทางด้านการเงินและด้านธุรกิจ ให้กับกลุ่ม SME ในประเทศเวียดนามได้เช่นกัน

ซึ่งทั้ง 2 ข้อนี้ ก็น่าจะเป็นโอกาส ให้ประเทศและรัฐบาลไทย สามารถนำเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่มีอยู่นั้น มาปรับแต่ง ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์บางเครื่องจะดับ แต่เราก็สามารถปรับปรุงโครงสร้าง เพื่อเตรียมความพร้อม และรับมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตแรง และมีโครงสร้างประชากร ที่พร้อมสำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างมาก

และถ้าหากว่าเมื่อ 30 ปีก่อน ประเทศไทย อดีตว่าที่เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย จำเป็นต้องพึ่งพายักษ์ใหญ่ อย่างประเทศญี่ปุ่น ที่เข้ามาช่วยให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น ช่วยดัน GDP หรือขนาดเศรษฐกิจให้เติบโตมากขึ้น

มาถึงวันนี้ หรือในอนาคตต่อจากนี้อีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ประเทศไทย อาจจำเป็นต้องพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศเวียดนาม ที่กำลังมาแรง และมีกลุ่มประชากรมากกว่า 100 ล้านคน

ได้เข้ามาเป็นผู้บริโภคสำคัญของประเทศไทย
และอาจเข้ามาเป็นกลุ่มตลาดหลักอีกกลุ่ม ให้กับธุรกิจของคนไทยได้เช่นเดียวกัน

https://www.facebook.com/photo?fbid=1432183021612032&set=a.743898923773782


เค้าโตเราก็โตด้วยช่วยๆกัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่