JJNY : ชี้เลือกสส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ ส้มนำลิ่ว│ชายแดนแห่ใช้สิทธิ์│ทบ.ประณามวางระเบิดปั๊ม│เกือบ4ใน10 เชื่อสหรัฐยึดกรีนแลนด์

‘บ้านสมเด็จโพล’เผย 90.5 % คนกทม. รู้ 8 ก.พ. ไปเลือกตั้ง สส.-ลงประชามติ ชี้เลือก สส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ส้มนำลิ่ว
https://www.dailynews.co.th/news/5490157/
.

.
เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (หลังการรับสมัคร) โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ใน กทม. โดยมีการกระจายการเก็บข้อมูลในกลุ่มเขตชั้นใน กลุ่มเขตชั้นกลาง  กลุ่มเขตชั้นนอก จำนวนทั้งสิ้น 1,121 กลุ่มตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 6 – 9 ม.ค. 2569
.
นายสิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลสำรวจพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะออกไปเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ร้อยละ 89.3 ทราบว่า ในวันที่ 8 ก.พ 2569 มีการออกเสียงประชามติ ในประเด็นคำถาม ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยไปลงคะแนนเสียงแยกจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในจุดเลือกตั้งเดียวกัน ร้อยละ 90.5 และคิดว่าจะตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองเดียวกันร้อยละ 64
.
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ อยากได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบแบ่งเขต ที่มีคุณสมบัติ อันดับแรกคือ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประวัติการศึกษาและการทำงานอย่างมากมาย ร้อยละ 28.4 อันดับสองคือ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 25.3 อันดับสามคือ ผู้ที่มีความเสียสละเพื่อสังคม ทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 20.3 อันดับสี่คือ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่และทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 13.3 และอันดับห้าคือ ผู้ที่เป็นลูกหลาน ตระกูลนักการเมือง ร้อยละ 5.7 และอยากได้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อ ที่มีคุณสมบัติ อันดับแรกคือ ผู้ที่มีความเสียสละเพื่อสังคม ทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 37.6 อันดับสองคือ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 32.2 อันดับสามคือ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประวัติการศึกษาและการทำงานอย่างมากมาย ร้อยละ 16.5 อันดับสี่คือ ผู้ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ เท่ากับผู้ที่เป็นลูกหลาน ตระกูลนักการเมือง ร้อยละ 4.7 และอันดับห้าคือ ผู้ผู้ที่มีชื่อเสียง นักร้อง ศิลปิน ดารา ร้อยละ 4.3
.
ในส่วนของนโยบายที่อยากให้พรรคการเมืองให้ความสำคัญ อันดับแรกคือ ด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 35.5 อันดับสองคือ ด้านสวัสดิการของรัฐ ร้อยละ 22.1 อันดับสามคือ ด้านการศึกษา ร้อยละ 9.6 อันดับสี่คือ ด้านสาธารณสุข ร้อยละ 7.8 และอันดับห้าคือ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 5.9
.
ปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด อันดับแรกคือ ตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ร้อยละ 37.1 อันดับสองคือ นโยบายของพรรคการเมือง ร้อยละ 24 อันดับสามคือ พรรคการเมือง ร้อยละ 18.8 อันดับสี่คือ ไม่แน่ใจ / ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 13.4 อันดับห้าคือ การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 6.7 และในส่วนของการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ของพรรคการเมืองมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ร้อยละ 65.5
.
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ตัดสินใจเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบแบ่งเขต จากพรรคการเมือง อันดับแรกคือ พรรคประชาชน ร้อยละ 29.9 อันดับสองคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 21.1 อันดับสามคือ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 20.2 อันดับสี่คือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 10.1 อันดับห้าคือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 7.4 อันดับหกคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 3 อันดับเจ็ดคือ พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 2.4 อันดับแปดคือ พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.8 อันดับเก้าคือ พรรคโอกาสใหม่ ร้อยละ 1.6 และอันดับสิบคือ พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.1
.
และตัดสินใจเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมือง อันดับแรกคือ พรรคประชาชน ร้อยละ 31.8 อันดับสองคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 27.5 อันดับสามคือ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 17.9 อันดับสี่คือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 6.4 อันดับห้าคือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 4.1 อันดับหกคือ พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 2.8 อันดับเจ็ดคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 2.7 อันดับแปดคือ พรรคโอกาสใหม่ ร้อยละ 1.6 อันดับเก้าคือ พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.5 และอันดับสิบคือ พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.1
.
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คิดว่าบุคคลใดเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด  อันดับแรกคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 28.8 อันดับสองคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 28.1 อันดับสามคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 16.7 อันดับสี่คือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 5.6อันดับห้าคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 4.5 อันดับหกคือ นายธรรมนัส พรหมเผ่า ร้อยละ 4.1 อันดับเจ็ดคือ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 3 อันดับแปดคือ นายจตุพร บุรุษพัฒน ร้อยละ 2.8 อันดับเก้าคือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ร้อยละ 2.2 และอันดับสิบคือ คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 1.3
.

.
เลือกตั้ง อบต. ชาวชายแดนแห่ใช้สิทธิ์ ท่ามกลางความกังวล 15 อบต. ติดชายแดนเลื่อนวันลงคะแนนเหตุความไม่สงบ
.
เลือกตั้ง อบต. ชาวชายแดนแห่ใช้สิทธิ์ ท่ามกลางความกังวล 15 อบต. ติดชายแดนเลื่อนวันลงคะแนนเหตุความไม่สงบ ชาวบ้านขอให้ผู้นำใหม่ เร่งเยียวยาเงินอพยพ
.
(11 ม.ค. 69) บรรยากาศการเลือกตั้ง สมาชิกสภา อบต. และ นายก อบต. ในหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆใน จ.ศรีสะเกษ มีประชาชน ชาวบ้าน ทยอยออกมาใช้สิทธิ ใช้เสียง มาลงคะแนนกันตั้งแต่เช้า
.
โดยการเลือกตั้ง สมาชิกสภา อบต. และนายก อบต. ในครั้งนี้มี 15 อบต. ที่อยู่ติดกับชายแดน คือ อำเภอกันทรลักษ์ ได้แก่ อบต.กระแซง, อบต.บึงมะลู, อบต.สังเม็ก, อบต.ภูเงิน, อบต.ทุ่งใหญ่, อบต.จานใหญ่, อบต.ขนุน, อบต.เสาธงชัย, อบต.ตระกาจ, อบต.ละลาย, อบต.โนนสำราญ, อบต.เมือง, อบต.รุง, อบต.ซำ และ อบต.ภูผาหมอก ที่ได้ยื่นเสนอขอขยายวันออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง (วันเลือกตั้ง) สมาชิกสภา อบต. และนายก อบต. ไปเป็นวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค. 68 ซึ่งจากเดิมจะต้องเลือกตั้งในวันนี้ (11 ม.ค. 69)
.
โดยให้เหตุผลว่า ในวันที่ขอเลื่อนนั้นสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านอำเภอกันทรลักษ์ ยังไม่สงบ ยังมีการยิงปะทะกันอยู่ จึงได้ยืนเรื่องของเลื่อนการเลือกตั้งดังกล่าว ทำให้บรรยากาศของหน่วยเลือกตั้งทั้ง 15 แห่ง เงียบเหงา และไม่มีการจัดการเลือกตั้งแต่อย่างใด
.
แต่ยังมีอีก 3 อบต. ในอำเภอกันทรลักษ์ ที่ยังเปิดหน่วยให้มีการเลือกตั้งตามปกติ คือ อบต.น้ำอ้อม, อบต.เวียงเหนือ และ อบต.กุดเสลา โดยบรรยากาศตอนเช้ามีประชาชนค่อยๆทยอยเข้ามาใช้สิทธิกัน
.
ด้าน นางอรทัย ชาวบ้านพื้นที่ชายแดน เปิดเผยว่า วันนี้ตนไม่ได้ไปเลือกตั้ง อบต. เหมือนที่อื่น ๆ เค้า เพราะหน่วยเลือกตั้งตนขอเลื่อนไปวันที่ 18 ม.ค. ที่จะถึง ส่วนตัวตนยังรู้สึกกังวล เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ความปลอดภัย พร้อมเผยว่า ชาวบ้านยังมีความหวาดระแวง เพราะจากการติดตามข่าวยังพบว่ามีการยิงปะทะเป็นระยะ ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจว่าจะเกิดเหตุไม่สงบขึ้นเมื่อใด
.
ทั้งนี้ ยังมีประชาชน อยากให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา เร่งแก้ไขปัญหาการเยียวยาประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ซึ่งมองว่ายังล่าช้าและไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ทั้งค่าการอพยพ ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อีกทั้งขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือยังมีความยุ่งยาก ต้องดำเนินการหลายขั้นตอน
.

.
ทบ.ประณามวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 จุด ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ชี้ไร้มนุษยธรรม-จงใจทำผิดกฎหมาย
.
ตามที่เกิดเหตุการณ์ลอบวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมันรวม 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ผ่านมานั้น กองทัพบกขอประณามการกระทำอันไร้มนุษยธรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และระบบสาธารณูปโภคของพลเรือน ถือเป็นการมุ่งสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ความหวาดกลัว และบ่อนทำลายความสงบสุขในพื้นที่
.
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์และสนับสนุนให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยด่วน พร้อมกำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นกระบวนการที่จงใจละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ไร้ซึ่งมนุษยธรรม และส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชนอย่างกว้างขวาง
.
โฆษกกองทัพบก เน้นย้ำว่า พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนเจตนาในการใช้ความรุนแรงซึ่งขัดกับหลักสันติวิธีตามมาตรฐานสากล โดยยืนยันว่าการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบไม่ใช่ทางออกของปัญหาและไม่อาจยอมรับได้ การกระทำนี้จึงไม่ใช่เรื่องของอุดมการณ์ แต่เป็นการเจตนากระทำผิดกฎหมายที่ไม่สามารถอ้างความชอบธรรมใดๆ ได้ จึงขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าวยุติการกระทำที่เป็นภัยต่อสังคม และขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปฏิเสธกลุ่มผู้กระทำผิดเหล่านี้ โดยหลีกเลี่ยงการสนับสนุนทุกรูปแบบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการแจ้งเบาะแสเพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่พื้นที่อย่างยั่งยืน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่