เรากับแฟนห่างกัน 10 ปี
ตอนเริ่มคบกันเราอยู่ปี 1–2 ส่วนแฟนอายุประมาณ 29–30 ทำงานเป็นนักดนตรีกลางคืน
ช่วงแรกที่เปิดตัว ทั้งครอบครัวเรากับครอบครัวเขาก็ตกใจเรื่องอายุที่ห่างกันมาก
แต่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งก็เปิดใจ คิดแค่ว่าลูกรักใครก็รักด้วย
ช่วง 1–2 ปีแรกเลยแทบไม่มีปัญหาอะไร
เรากับแฟนเช่าคอนโดอยู่ด้วยกัน
เราจะกลับบ้านหาพ่อแม่อาทิตย์ละครั้ง บางทีก็เดือนละครั้ง
ซึ่งแฟนก็มักจะตามไปนอนบ้านเราด้วยตลอด
เขาค่อนข้างสนิทกับพ่อเราและพี่เขย ความสัมพันธ์ในครอบครัวเลยดูโอเคมาตลอด
จนวันหนึ่งแฟนพูดขึ้นมาว่า ถ้าเราเรียนจบอยากแต่งงานกับเรา
แต่วันนั้นเขาเมา แล้วมีการพูดถึงเรื่องค่าสินสอด
ซึ่งแม่เราเป็นคนต่างจังหวัด ท่านให้ความสำคัญกับ “ค่าน้ำนม”
แฟนเราไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้แม่ และเกิดการนั่งเถียงกับผู้ใหญ่
บรรยากาศเริ่มไม่ค่อยดี แต่เราก็ไม่ได้ซีเรียสมาก
เพราะจริงๆ เราเองก็ยังไม่อยากแต่งงานอยู่แล้ว
สุดท้ายเหตุการณ์นั้นก็ผ่านไป
ต่อมามีวันหนึ่ง เรากลับบ้านไปหาพ่อแม่และดื่มกัน
แล้วมีแพลนไปนั่งต่อที่บ้านพี่สาวกับพี่เขย แฟนเราก็ตามไปด้วย
แฟนเราเป็นคนไลฟ์สไตล์ดื่มหนัก กินตั้งแต่กลางคืนยันเช้า ยาวไปถึงเที่ยง
พี่สาวเราไม่ค่อยพอใจ เพราะหวงบ้าน
แต่พี่เขยอยากกินต่อ เราเลยพูดอะไรมากไม่ได้
นิสัยแฟนเราคือไม่ค่อยฟังเรา
พูดอะไรก็มักคิดว่าตัวเองถูก ไม่ค่อยขอโทษหรือปรับตัว
เราจึงเลือกกลับมาบ้านพ่อแม่กับพี่สาว ปล่อยให้เขากินกันต่อ
แต่เขาก็กินต่อจริงๆ จนถึงเที่ยง แล้วยังไม่ได้นอน
ต้องไปงานแต่งต่ออีก
พ่อแม่เราเห็นการใช้ชีวิตแบบนี้ก็เริ่มตกใจ
คืนนั้นเขายังกินเหล้ากับเพื่อนต่อถึงตีสอง ซึ่งพ่อแม่เรารับรู้ทั้งหมด
ท่านเลยเริ่มเป็นห่วงเรามาก
เราพยายามอธิบายว่าแฟนกินหนักเพราะกินอาทิตย์ละครั้ง
เมื่อก่อนเขาดื่มทุกวัน แต่พ่อแม่ก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี
พ่อแม่บอกว่า ถ้าอนาคตเราท้องหรือมีครอบครัว
เราจะลำบาก เพราะแฟนไม่ค่อยเกรงใจเรา
เวลาที่เราง่วง อยากกลับ เขาไม่ฟัง และให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่า
จนพ่อเราร้องไห้ พูดว่าไม่อยากให้ลูกสาวต้องลำบากตั้งแต่วัยเรียน
เพราะตอนนี้เราต้องทั้งเรียน ทั้งทำงาน หาเงินจ่ายค่าเช่าคอนโดเอง
สุดท้ายพ่อกับแม่บอกว่า
อยากให้เราเรียนจบแล้วเว้นระยะห่างจากแฟนก่อน
ให้เรากลับมาอยู่บ้าน ใช้ชีวิตของตัวเอง
และยังไม่อยากให้แต่งงานทันทีอย่างที่แฟนพูด
เพราะแฟนยังการงานไม่มั่นคง ชีวิตยังไม่ลงตัว
แถมยังชอบยึดความคิดตัวเองเป็นหลัก
เราก็เข้าใจพ่อแม่ดี ว่าท่านเป็นห่วงและไม่อยากให้เราลำบาก
แต่เราก็เริ่มเครียด เพราะยอมรับตรงๆ ว่าแฟนดื่มหนักจริง
หลายครั้งจากที่เคยสนุก กลายเป็นไม่สนุกกับการไปเที่ยวกับเขา
เรารู้สึกเหมือนไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเลย
ต้องเรียน ทำงาน ทำงานบ้าน และดูแลแฟนตลอด
ถึงอย่างนั้น เราก็ยังสงสารเขา
เพราะเขาดีกับเรา ไม่เคยนอกใจ และไม่เคยมีเรื่องผู้หญิง
เลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า
เราควรทำยังไงกับความสัมพันธ์นี้ดี
พ่อกับแม่ไม่อยากให้เราแต่งงานกับผู้ชายคนนี้
ตอนเริ่มคบกันเราอยู่ปี 1–2 ส่วนแฟนอายุประมาณ 29–30 ทำงานเป็นนักดนตรีกลางคืน
ช่วงแรกที่เปิดตัว ทั้งครอบครัวเรากับครอบครัวเขาก็ตกใจเรื่องอายุที่ห่างกันมาก
แต่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งก็เปิดใจ คิดแค่ว่าลูกรักใครก็รักด้วย
ช่วง 1–2 ปีแรกเลยแทบไม่มีปัญหาอะไร
เรากับแฟนเช่าคอนโดอยู่ด้วยกัน
เราจะกลับบ้านหาพ่อแม่อาทิตย์ละครั้ง บางทีก็เดือนละครั้ง
ซึ่งแฟนก็มักจะตามไปนอนบ้านเราด้วยตลอด
เขาค่อนข้างสนิทกับพ่อเราและพี่เขย ความสัมพันธ์ในครอบครัวเลยดูโอเคมาตลอด
จนวันหนึ่งแฟนพูดขึ้นมาว่า ถ้าเราเรียนจบอยากแต่งงานกับเรา
แต่วันนั้นเขาเมา แล้วมีการพูดถึงเรื่องค่าสินสอด
ซึ่งแม่เราเป็นคนต่างจังหวัด ท่านให้ความสำคัญกับ “ค่าน้ำนม”
แฟนเราไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้แม่ และเกิดการนั่งเถียงกับผู้ใหญ่
บรรยากาศเริ่มไม่ค่อยดี แต่เราก็ไม่ได้ซีเรียสมาก
เพราะจริงๆ เราเองก็ยังไม่อยากแต่งงานอยู่แล้ว
สุดท้ายเหตุการณ์นั้นก็ผ่านไป
ต่อมามีวันหนึ่ง เรากลับบ้านไปหาพ่อแม่และดื่มกัน
แล้วมีแพลนไปนั่งต่อที่บ้านพี่สาวกับพี่เขย แฟนเราก็ตามไปด้วย
แฟนเราเป็นคนไลฟ์สไตล์ดื่มหนัก กินตั้งแต่กลางคืนยันเช้า ยาวไปถึงเที่ยง
พี่สาวเราไม่ค่อยพอใจ เพราะหวงบ้าน
แต่พี่เขยอยากกินต่อ เราเลยพูดอะไรมากไม่ได้
นิสัยแฟนเราคือไม่ค่อยฟังเรา
พูดอะไรก็มักคิดว่าตัวเองถูก ไม่ค่อยขอโทษหรือปรับตัว
เราจึงเลือกกลับมาบ้านพ่อแม่กับพี่สาว ปล่อยให้เขากินกันต่อ
แต่เขาก็กินต่อจริงๆ จนถึงเที่ยง แล้วยังไม่ได้นอน
ต้องไปงานแต่งต่ออีก
พ่อแม่เราเห็นการใช้ชีวิตแบบนี้ก็เริ่มตกใจ
คืนนั้นเขายังกินเหล้ากับเพื่อนต่อถึงตีสอง ซึ่งพ่อแม่เรารับรู้ทั้งหมด
ท่านเลยเริ่มเป็นห่วงเรามาก
เราพยายามอธิบายว่าแฟนกินหนักเพราะกินอาทิตย์ละครั้ง
เมื่อก่อนเขาดื่มทุกวัน แต่พ่อแม่ก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี
พ่อแม่บอกว่า ถ้าอนาคตเราท้องหรือมีครอบครัว
เราจะลำบาก เพราะแฟนไม่ค่อยเกรงใจเรา
เวลาที่เราง่วง อยากกลับ เขาไม่ฟัง และให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่า
จนพ่อเราร้องไห้ พูดว่าไม่อยากให้ลูกสาวต้องลำบากตั้งแต่วัยเรียน
เพราะตอนนี้เราต้องทั้งเรียน ทั้งทำงาน หาเงินจ่ายค่าเช่าคอนโดเอง
สุดท้ายพ่อกับแม่บอกว่า
อยากให้เราเรียนจบแล้วเว้นระยะห่างจากแฟนก่อน
ให้เรากลับมาอยู่บ้าน ใช้ชีวิตของตัวเอง
และยังไม่อยากให้แต่งงานทันทีอย่างที่แฟนพูด
เพราะแฟนยังการงานไม่มั่นคง ชีวิตยังไม่ลงตัว
แถมยังชอบยึดความคิดตัวเองเป็นหลัก
เราก็เข้าใจพ่อแม่ดี ว่าท่านเป็นห่วงและไม่อยากให้เราลำบาก
แต่เราก็เริ่มเครียด เพราะยอมรับตรงๆ ว่าแฟนดื่มหนักจริง
หลายครั้งจากที่เคยสนุก กลายเป็นไม่สนุกกับการไปเที่ยวกับเขา
เรารู้สึกเหมือนไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเลย
ต้องเรียน ทำงาน ทำงานบ้าน และดูแลแฟนตลอด
ถึงอย่างนั้น เราก็ยังสงสารเขา
เพราะเขาดีกับเรา ไม่เคยนอกใจ และไม่เคยมีเรื่องผู้หญิง
เลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า
เราควรทำยังไงกับความสัมพันธ์นี้ดี