ต้อนรับปี 2026 ด้วยซีรีส์เกาหลีจากปีที่แล้ว ที่เพิ่งดูช่วงหยุดยาวไปละพบว่าจึ้งมาก คือเป็นซีรีส์ Slow Burn เหมาะกับการทบทวนตัวเองช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ กับ
'Love Me ขอสักคนที่พร้อมจะรัก' เรื่องนี้ดูได้ที่ Viu ซึ่งตอนแรกดูเพราะน้องดุ๊บ ดาฮยอนจาก TWICE ร่วมแสดงด้วย ไป ๆ มา ๆ เริ่มชอบพระ - นาง แบบบอกไม่ถูก ใครอยากหาซีรีส์เกาหลีสไตล์เนิบ ๆ เมโลดราม่าเล็ก ๆ มาดูไปด้วยกันข้างล่างนี้เลย
ฉันคือมนุษย์วีแกนค่ะ 555555
'Love Me ขอสักคนที่พร้อมจะรัก' พาเราไปสำรวจชีวิตของสามคนพ่อลูกตระกูลซอ ที่ชีวิตค่อนข้างแหลกสลายหลังจากการจากไปของศูนย์รวมใจของที่บ้าน พร้อมการตั้งคำถามถึงการมีชีวิตอยู่ การเรียนรู้ที่จะรัก และเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป โดยดำเนินเรื่องผ่าน ‘ซอจุนกยอง’ สูตินรีแพทย์ที่ใช้ชีวิตโสดมาจน 36 ปี ชีวิตที่เหมือนจะเพียบพร้อม แต่กลับมีหลุมใหญ่ในใจหลังจากที่แม่ของเธอจากไป แม้จุนกยองจะพยายามมูฟออนเดินหน้า ทว่าเธอก็อดไม่ได้ที่จะโทษตัวเองที่ทำให้แม่ของเธอประสบอุบัติเหตุ จนกลายเป็นผู้พิการ และเสียชีวิตในเวลาถัดมา
ปรัชญาชีวิตวัย 30
จุนกยองมีน้องชายหนึ่งคนคือจุนซอ นักศึกษาปริญญาโท เขาเองก็อยากเป็นที่รักของครอบครัว แต่ด้วย Ability ในตอนนี้ทำให้จุนซอดูเป็นคนล่องลอยและใช้ชีวิตไปวัน ๆ ส่วนพ่อของจุนกยองอย่าง ‘ซอจินโฮ’ พ่อและสามีผู้เสียสละ เขายอม Early Retire เพื่อมาดูแลแม่ของจุนกยองและจุนซอ แต่หลังจากลาออกได้ไม่กี่วัน ภรรยาของเขาก็จากไป เรื่องราวของสามพ่อลูกใน
'Love Me ขอสักคนที่พร้อมจะรัก' จึงเริ่มต้นกันใน Phase ที่แตกต่างกัน ตามวัยและสเตจของชีวิต
มาดูเพราะน้องดุ๊บค่ะ แรก ๆ ออกน้อยนิดนึง
อย่างชีวิตของคนเป็นพ่อ มักจะทำอะไรเป็นรูทีน เพราะเป้าหมายเดียวของจินโฮคือการดูแลภรรยา พอขาดคู่ชีวิตไปในวัยใกล้เกษียณแล้ว เขาเลยรู้สึกเหมือนชีวิตขาดเป้าหมาย แต่ก็พยายามเสาะหาหนทางเพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ขณะที่ลูกชายคนเล็ก เปรียบเสมือนผู้ใหญ่วัยเริ่มต้น ทุกอย่างล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น รักแรง โกรธแรง อาจจะหลงลืมคนในครอบครัวไปบ้าง แต่ก็ยังมองบ้านเป็น Safety Net ของตัวเองอยู่ เราชอบแฟนสาวของจุนซอมาก มีความแซ่บ และเฟมินิสต์ค่อนข้างสูง เป็นคาแรกเตอร์ที่ชอบเกือบจะที่สุดในเรื่องเลย (เพราะชอบนางเอกที่สุด 555)
หมดสิ้นความเข้มแข็ง
เล่าถึงพ่อ ถึงน้องชายแล้ว ก็ได้เวลา Reflect ถึงนางเอก ในวัย 30 กลาง ๆ ของจุนกยอง ทำให้เรารู้สึก Related กับเธอมาก ๆ เพราะในวัยนี้แม้จะไม่ได้แบกความคาดหวังของใครนอกจากสังคมที่มองมา แต่เธอก็ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว และพยายามหาอะไรมาเติมเต็ม
'Love Me ขอสักคนที่พร้อมจะรัก' เหมือนซีรีส์ที่พาเราไปกระเทาะเปลือกอันเปราะบางของมนุษย์วัย 30s ที่เหมือนจะเพียบพร้อม และสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อค่อย ๆ ลอกเปลือกออกมาทีละชั้น กลับพบว่ามันเต็มไปด้วยความว้าเหว่ และช่องว่างในจิตใจ จน ‘จูโดฮยอน’ พระเอกของเราเข้ามานี่แหละ เหมือนเป็นขั้วตรงข้ามที่มาเติมเต็มจริง ๆ เพราะเมื่อไรที่โดฮยอนโผล่เข้ามาในซีนนั้น ๆ ซีรีส์เรื่องนี้สามารถเปลี่ยนจากเมโลดราม่าให้เป็นรอมคอมได้เลย 5555555
ความสดใสในชีวิตนางเอก
ส่วนตัวเรารู้สึกว่า
'Love Me ขอสักคนที่พร้อมจะรัก' ไม่ใช่ซีรีส์ที่เล่าถึงความรัก แต่เป็นซีรีส์ที่เล่าถึงการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงวัย ฟีล Coming of Age ในวัยผู้ใหญ่ เพราะเวลาเราดูเรื่องน้องชายนางเอก ก็จะรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านวัยนั้นมา ส่วนชีวิตนางเอกก็เป็นเหมือนที่เราเผชิญอยู่ ขณะที่ชีวิตหลังเกษียณของพ่อนางเอก ก็เหมือนเป็นพรีวิวชีวิตใน Phase ต่อไป ถือเป็น Playbook เวอร์ชั่นซีรีส์เกาหลีที่อยากให้ทุกคนดูเพื่อ Declutting ชีวิตรับต้นปี 2026 นี้เลยค่ะ
เยียวยาใจไปด้วยกัน
ใครที่อยากดู
'Love Me ขอสักคนที่พร้อมจะรัก' สามารถดูได้ที่ Viu ที่เดียวนะค้า ซับไทยมาไว ตอนแรก ๆ ดูฟรีด้วย มาฮีลใจรับปีม้ากันเร้ว
'Love Me ขอสักคนที่พร้อมจะรัก' ซีรีส์เกาหลี ว่าด้วยความรักแบบคนโตๆ ขอฮีลใจในวันเหนื่อยล้า
'Love Me ขอสักคนที่พร้อมจะรัก' พาเราไปสำรวจชีวิตของสามคนพ่อลูกตระกูลซอ ที่ชีวิตค่อนข้างแหลกสลายหลังจากการจากไปของศูนย์รวมใจของที่บ้าน พร้อมการตั้งคำถามถึงการมีชีวิตอยู่ การเรียนรู้ที่จะรัก และเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป โดยดำเนินเรื่องผ่าน ‘ซอจุนกยอง’ สูตินรีแพทย์ที่ใช้ชีวิตโสดมาจน 36 ปี ชีวิตที่เหมือนจะเพียบพร้อม แต่กลับมีหลุมใหญ่ในใจหลังจากที่แม่ของเธอจากไป แม้จุนกยองจะพยายามมูฟออนเดินหน้า ทว่าเธอก็อดไม่ได้ที่จะโทษตัวเองที่ทำให้แม่ของเธอประสบอุบัติเหตุ จนกลายเป็นผู้พิการ และเสียชีวิตในเวลาถัดมา
จุนกยองมีน้องชายหนึ่งคนคือจุนซอ นักศึกษาปริญญาโท เขาเองก็อยากเป็นที่รักของครอบครัว แต่ด้วย Ability ในตอนนี้ทำให้จุนซอดูเป็นคนล่องลอยและใช้ชีวิตไปวัน ๆ ส่วนพ่อของจุนกยองอย่าง ‘ซอจินโฮ’ พ่อและสามีผู้เสียสละ เขายอม Early Retire เพื่อมาดูแลแม่ของจุนกยองและจุนซอ แต่หลังจากลาออกได้ไม่กี่วัน ภรรยาของเขาก็จากไป เรื่องราวของสามพ่อลูกใน 'Love Me ขอสักคนที่พร้อมจะรัก' จึงเริ่มต้นกันใน Phase ที่แตกต่างกัน ตามวัยและสเตจของชีวิต
อย่างชีวิตของคนเป็นพ่อ มักจะทำอะไรเป็นรูทีน เพราะเป้าหมายเดียวของจินโฮคือการดูแลภรรยา พอขาดคู่ชีวิตไปในวัยใกล้เกษียณแล้ว เขาเลยรู้สึกเหมือนชีวิตขาดเป้าหมาย แต่ก็พยายามเสาะหาหนทางเพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ขณะที่ลูกชายคนเล็ก เปรียบเสมือนผู้ใหญ่วัยเริ่มต้น ทุกอย่างล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น รักแรง โกรธแรง อาจจะหลงลืมคนในครอบครัวไปบ้าง แต่ก็ยังมองบ้านเป็น Safety Net ของตัวเองอยู่ เราชอบแฟนสาวของจุนซอมาก มีความแซ่บ และเฟมินิสต์ค่อนข้างสูง เป็นคาแรกเตอร์ที่ชอบเกือบจะที่สุดในเรื่องเลย (เพราะชอบนางเอกที่สุด 555)
เล่าถึงพ่อ ถึงน้องชายแล้ว ก็ได้เวลา Reflect ถึงนางเอก ในวัย 30 กลาง ๆ ของจุนกยอง ทำให้เรารู้สึก Related กับเธอมาก ๆ เพราะในวัยนี้แม้จะไม่ได้แบกความคาดหวังของใครนอกจากสังคมที่มองมา แต่เธอก็ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว และพยายามหาอะไรมาเติมเต็ม 'Love Me ขอสักคนที่พร้อมจะรัก' เหมือนซีรีส์ที่พาเราไปกระเทาะเปลือกอันเปราะบางของมนุษย์วัย 30s ที่เหมือนจะเพียบพร้อม และสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อค่อย ๆ ลอกเปลือกออกมาทีละชั้น กลับพบว่ามันเต็มไปด้วยความว้าเหว่ และช่องว่างในจิตใจ จน ‘จูโดฮยอน’ พระเอกของเราเข้ามานี่แหละ เหมือนเป็นขั้วตรงข้ามที่มาเติมเต็มจริง ๆ เพราะเมื่อไรที่โดฮยอนโผล่เข้ามาในซีนนั้น ๆ ซีรีส์เรื่องนี้สามารถเปลี่ยนจากเมโลดราม่าให้เป็นรอมคอมได้เลย 5555555
ส่วนตัวเรารู้สึกว่า 'Love Me ขอสักคนที่พร้อมจะรัก' ไม่ใช่ซีรีส์ที่เล่าถึงความรัก แต่เป็นซีรีส์ที่เล่าถึงการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงวัย ฟีล Coming of Age ในวัยผู้ใหญ่ เพราะเวลาเราดูเรื่องน้องชายนางเอก ก็จะรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านวัยนั้นมา ส่วนชีวิตนางเอกก็เป็นเหมือนที่เราเผชิญอยู่ ขณะที่ชีวิตหลังเกษียณของพ่อนางเอก ก็เหมือนเป็นพรีวิวชีวิตใน Phase ต่อไป ถือเป็น Playbook เวอร์ชั่นซีรีส์เกาหลีที่อยากให้ทุกคนดูเพื่อ Declutting ชีวิตรับต้นปี 2026 นี้เลยค่ะ