อยากมาแชร์ประสบการณ์การผ่าริดสีดวงหลังผ่ามา 10 เดือน
ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่มีใครมาเล่าอาการหลังผ่านานๆเลย จำได้ว่าตัวเองซึมเศร้าหนักมาก จนต้องไปหาอ่านใน reddit ค่อยใจชื้นขึ้นมาบ้าง ว่าไอ้ที่เราเผชิญอยู่เนี่ย เดี๋ยวมันจะหาย
เราผ่าช่วงต้นเดือนมีนาคม 68 เป็นภายนอก 2 หัวใหญ่ กับภายในอีก 1 หัว
ที่ตัดสินใจผ่าเพราะมันเจ็บตลอดเวลา แบบนั่งไม่ได้แล้ว หัวน้องยื่นออกมาแบบที่หมอไม่ต้องหา แต่เราไม่มีเลือดออกเพราะอาการมาจากริดซี่ภายนอก ทานยาแล้ว ทายาแล้ว เหน็บยาแล้ว อยู่ประมาณเกือบครึ่งปี (แบบใช้ประจำทุกวัน)
เราจะขอละช่วงที่จะผ่าไปเพราะเหมือนมีหลายกระทู้เล่าไปแล้ว และมันเป็นประสบการณ์ที่เหมือนๆกัน
สัปดาห์ที่ 1 - 2
- เราไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดมาก แต่ก็ทานยาแก้ปวดดักเอาไว้ (Ibuprofen 400 mg ทุก 6 ชั่วโมง) พอเริ่มดีขึ้นก็กินแค่มื้อเย็น เพื่อไม่ให้ปวดตอนนอน เวลาอื่นถ้าปวดก็กิน Para 500 mg
- อาการที่แย่ที่สุดคือ ถ่ายไม่ออกช่วง 2 วันแรกหลังผ่า มีอาการท้องอืดหนักมาก เราทานยาระบาย (Bisacodyl 5 mg ก่อนนอน 1 เม็ด อันนี้หมอจ่ายมา ช่วงแรกกินถ่ายวันละ 3-4 รอบ ใครไม่เคยทานอย่าลืมปรึกษาหมอ-เภสัชก่อน) กับยาช่วยให้อุจจาระนิ่ม ( (Lactulose 30 mL) ตั้งแต่วันผ่าแต่ก็ยังไม่ถ่าย ได้อาการปวดท้องบิดๆแถมมาแทน
สิ่งที่ห้ามทำเลยก็คือ ห้ามล้วง ห้ามเหน็บยาระบาย ห้ามสวนทวาร ห้ามเบ่ง เพราะถ้าไปโดนแผลเปิดมันจะบันเทิง ตรงทวารมีเส้นเลือดเยอะมาก เลือดมีโอกาสไม่หยุดแล้วต้องกลับไปให้หมอเย็บใหม่ สุดท้ายพลังแห่งยาระบายก็ทำให้ถ่ายได้วันที่ 3 แบบไม่ต้องเบ่ง พุ่งออกมาเองเลย
- อีกอย่างที่เรารู้สึกไม่ชอบคือ อ่างแช่ก้นแบบที่วางบนชักโครก มันสะดวกแต่เรารู้สึกว่ามันทำให้เราเผลอเบ่งแบบไม่รู้ตัว (เหมือนที่เขาห้ามนั่งในห้องน้ำนาน เสี่ยงริดสีดวงงี้) เราเลยใช้กะละมังใหญ่หน่อยแล้วนั่งแช่เอา เราจะแช่แต่เช้าก่อนถ่ายแปปนึงเพราะรู้สึกว่าทำให้ถ่ายง่ายขึ้น-ไม่ค่อยเจ็บ หลังถ่ายทุกครั้ง แล้วก็กลางคืนหลังอาบน้ำ เอาน้ำอุ่นๆแช่ประมาณ 15-20นาที พอน้ำเริ่มเย็นก็เติมน้ำร้อนเรื่อยๆ ให้อุ่นตลอดเวลา ช่วยเรื่องความสะอาดมากกกก
- นั่งบนเบาะนุ่มมากๆได้แค่เวลาต้องกินข้าว ที่เหลือนอนตลอด นั่งรถไปหาหมดคือความ

อย่างหนึ่ง
สัปดาห์ที่ 3 - 4
- ต้องกลับมาทำงาน ขับรถและเดินค่อนข้างเยอะ สรุปเลือดกลับมาออกอีกครั้ง แบบไหลซิบๆตลอดเวลา โทรกลับไปโรงพยาบาล คุณหมอบอกให้พัก หยุดขยับตัว สังเกตถ้าเลือดออกเยอะขึ้นเหมือนเวลามีประจำเดือนให้กลับมา ได้ลางานต่ออีกสามวัน นอนยาวๆ ไม่กล้านั่ง เลือดค่อยๆน้อยลงแล้วหยุดในวันที่ 2 แต่น้ำเหลืองกลับมาเยอะอีกครั้ง
- เลี่ยงขับรถไม่ได้ ตอนขึ้นต้องนั่งก่อนแล้วค่อยหมุนตัวเข้า เพื่อไม่ให้ก้าวขายาวๆขึ้นรถ ต้องคอยเอาเท้ายันพื้นรถเพื่อไม่ลงน้ำหนักที่ก้นมากไป
- ยังคงกินยาระบายกับ Lactulose อยู่ ลองกิน Mucilin บ้างแต่ปรากฎว่าอุจจาระเหนียว (ไม่ได้แข็งนะ) รู้สึกถ่ายยากขึ้นเลยหยุด
- แช่น้ำอุ่นอยู่ แต่เหลือแค่เช้า-เย็น หลังถ่ายจะใช้สบู่เหลวล้างด้วยทุกครั้ง ตามด้วยฉีดน้ำเยอะๆหน่อย
- โดยรวมยังรู้สึกว่าไม่หาย ให้ฟิลลิ่งคล้ายสองสัปดาห์แรกอยู่
เดือนที่ 2
- ไม่ต้องกินยาแก้ปวดแล้ว !!! แต่ยังกินยาระบายอยู่ พยายามลด Bisacodyl ลง แล้วเปลี่ยนมากิน MOM แทน ลดปริมาณ Lactulose ลงเหลือ 20 mL
- ยังไม่กล้าเบ่งถ่าย แต่ลักษณะอุจจาระปกติ ไม่ได้ดูเสี่ยงรูทวารตีบ
- ยังแช่ก้นอยู่ เพราะน้ำเหลืองยังไม่แห้งสนิท มีลักษณะคล้ายมูกสีแหลืองตุ่นๆ แต่ไม่ได้ติดเชื้ออะไร ดูแลความสะอาดต่อไป
- มีติ่งโผล่ออกมา !!! หน้าตาคล้ายริดสีดวงเจ้าเดิม แต่ว่าไม่เจ็บ หมอบอกเป็นเหมือนติ่งเนื้อแผลผ่าตัด จะค่อยๆยุบไปเอง พร้อมให้ยาทาริดสีดวงมาหนึ่งหลอด เผื่อวันไหนเกิดรู้สึกเจ็บขึ้นมา...เราทาบ้าง บางวันที่รู้สึกว่ามันบวมกว่าปกติ (ที่รู้สึกได้ว่าติ่งมันใหญ่เพราะเวลาเหน็บยาเพื่อให้ถ่าย เราจะใส่แท่งเหน็บเข้าไปไม่ได้เลย ต้องหามุมหมุนๆอยู่นาน)
- เริ่มทำกิจกรรมได้ เดินระยะยาวได้ นั่งทำงานได้นานขึ้นแต่ต้องมีเบาะนิ่มๆรอง
หลังเดือนที่ 3
- ยังกินยาระบายอยู่...บอกเลยว่าติดยาแล้ว แต่ดีกว่าขี้ไม่ออก คิดว่าเอาแผลผ่าให้หายสนิทก่อนคอยพยายามเลิกยาล่ะกัน
- หยุดแช่ก้นแล้ว
- เริ่มกล้าเบ่งถ่าย ไม่มีเลือดและน้ำเหลืองแล้ว
- ติ่งยังอยู่ แต่ไม่ได้เจ็บอะไร
- คิดว่าเริ่มใช้ชีวิตปกติได้แล้ว
เรารู้สึกหายเลยจริงๆ แบบลืมมันไปเลยตอน
เดือนที่ 5-6 หลังการผ่าตัด ครึ่งปีไปเลยจร้าาา
ทุกวันนี้พยายามปรับพฤติกรรมการกินและขับถ่ายสุดๆ สารภาพว่าวันไหนถ่ายไม่ออกก็ยังกิน MOM บ้าง วันไหนรู้สึกกินไฟเบอร์ไม่ถึงก็หยิบ Mucilin มากิน และกินน้ำอย่างน้อยวันละ 3 ลิตรไปแล้ว ออกกำลังกายให้ลำไส้เคลื่อนไหวบ้าง อาหารแต่ละมื้อคือ ผักครึ่งนึงอย่างอื่นครึ่งนึง ผลไม้แทนขนม กินเผ็ดน้อยมาก ส่วนสารพัดชาที่เคยชอบคือเลิกเลย
ตอนนี้ชีวิตแฮ็ปปี้กว่าก่อนผ่า ส่วนติ่งยังคงอยู่แต่ก็เป็นติ่งเล็กๆ ไม่เจ็บ ไม่ได้โตขึ้น คิดว่าถ้าไม่ลำบากอะไรคงไม่หาเรื่องไปตัดอีก TOT ถ่ายได้ปกตื วันไหนถ่ายแข็งหน่อยๆ ก็ยังรู้สึกว่ารูตูดปลอดภัยอยู่
มันคือประสบการณ์

ในชีวิต นอนร้องไห้รัวๆเป็นเดือน ที่หมอบอกเจ็บอาทิตย์เดียว เดือนหนึ่งก็หายแล้วไม่มีจริง 5555
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ผ่านการผ่าริดสีดวงค่ะ
แชร์ประสบการณ์การผ่าริดสีดวงหลังผ่ามา 10 เดือน
ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่มีใครมาเล่าอาการหลังผ่านานๆเลย จำได้ว่าตัวเองซึมเศร้าหนักมาก จนต้องไปหาอ่านใน reddit ค่อยใจชื้นขึ้นมาบ้าง ว่าไอ้ที่เราเผชิญอยู่เนี่ย เดี๋ยวมันจะหาย
เราผ่าช่วงต้นเดือนมีนาคม 68 เป็นภายนอก 2 หัวใหญ่ กับภายในอีก 1 หัว
ที่ตัดสินใจผ่าเพราะมันเจ็บตลอดเวลา แบบนั่งไม่ได้แล้ว หัวน้องยื่นออกมาแบบที่หมอไม่ต้องหา แต่เราไม่มีเลือดออกเพราะอาการมาจากริดซี่ภายนอก ทานยาแล้ว ทายาแล้ว เหน็บยาแล้ว อยู่ประมาณเกือบครึ่งปี (แบบใช้ประจำทุกวัน)
เราจะขอละช่วงที่จะผ่าไปเพราะเหมือนมีหลายกระทู้เล่าไปแล้ว และมันเป็นประสบการณ์ที่เหมือนๆกัน
สัปดาห์ที่ 1 - 2
- เราไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดมาก แต่ก็ทานยาแก้ปวดดักเอาไว้ (Ibuprofen 400 mg ทุก 6 ชั่วโมง) พอเริ่มดีขึ้นก็กินแค่มื้อเย็น เพื่อไม่ให้ปวดตอนนอน เวลาอื่นถ้าปวดก็กิน Para 500 mg
- อาการที่แย่ที่สุดคือ ถ่ายไม่ออกช่วง 2 วันแรกหลังผ่า มีอาการท้องอืดหนักมาก เราทานยาระบาย (Bisacodyl 5 mg ก่อนนอน 1 เม็ด อันนี้หมอจ่ายมา ช่วงแรกกินถ่ายวันละ 3-4 รอบ ใครไม่เคยทานอย่าลืมปรึกษาหมอ-เภสัชก่อน) กับยาช่วยให้อุจจาระนิ่ม ( (Lactulose 30 mL) ตั้งแต่วันผ่าแต่ก็ยังไม่ถ่าย ได้อาการปวดท้องบิดๆแถมมาแทน
สิ่งที่ห้ามทำเลยก็คือ ห้ามล้วง ห้ามเหน็บยาระบาย ห้ามสวนทวาร ห้ามเบ่ง เพราะถ้าไปโดนแผลเปิดมันจะบันเทิง ตรงทวารมีเส้นเลือดเยอะมาก เลือดมีโอกาสไม่หยุดแล้วต้องกลับไปให้หมอเย็บใหม่ สุดท้ายพลังแห่งยาระบายก็ทำให้ถ่ายได้วันที่ 3 แบบไม่ต้องเบ่ง พุ่งออกมาเองเลย
- อีกอย่างที่เรารู้สึกไม่ชอบคือ อ่างแช่ก้นแบบที่วางบนชักโครก มันสะดวกแต่เรารู้สึกว่ามันทำให้เราเผลอเบ่งแบบไม่รู้ตัว (เหมือนที่เขาห้ามนั่งในห้องน้ำนาน เสี่ยงริดสีดวงงี้) เราเลยใช้กะละมังใหญ่หน่อยแล้วนั่งแช่เอา เราจะแช่แต่เช้าก่อนถ่ายแปปนึงเพราะรู้สึกว่าทำให้ถ่ายง่ายขึ้น-ไม่ค่อยเจ็บ หลังถ่ายทุกครั้ง แล้วก็กลางคืนหลังอาบน้ำ เอาน้ำอุ่นๆแช่ประมาณ 15-20นาที พอน้ำเริ่มเย็นก็เติมน้ำร้อนเรื่อยๆ ให้อุ่นตลอดเวลา ช่วยเรื่องความสะอาดมากกกก
- นั่งบนเบาะนุ่มมากๆได้แค่เวลาต้องกินข้าว ที่เหลือนอนตลอด นั่งรถไปหาหมดคือความ
สัปดาห์ที่ 3 - 4
- ต้องกลับมาทำงาน ขับรถและเดินค่อนข้างเยอะ สรุปเลือดกลับมาออกอีกครั้ง แบบไหลซิบๆตลอดเวลา โทรกลับไปโรงพยาบาล คุณหมอบอกให้พัก หยุดขยับตัว สังเกตถ้าเลือดออกเยอะขึ้นเหมือนเวลามีประจำเดือนให้กลับมา ได้ลางานต่ออีกสามวัน นอนยาวๆ ไม่กล้านั่ง เลือดค่อยๆน้อยลงแล้วหยุดในวันที่ 2 แต่น้ำเหลืองกลับมาเยอะอีกครั้ง
- เลี่ยงขับรถไม่ได้ ตอนขึ้นต้องนั่งก่อนแล้วค่อยหมุนตัวเข้า เพื่อไม่ให้ก้าวขายาวๆขึ้นรถ ต้องคอยเอาเท้ายันพื้นรถเพื่อไม่ลงน้ำหนักที่ก้นมากไป
- ยังคงกินยาระบายกับ Lactulose อยู่ ลองกิน Mucilin บ้างแต่ปรากฎว่าอุจจาระเหนียว (ไม่ได้แข็งนะ) รู้สึกถ่ายยากขึ้นเลยหยุด
- แช่น้ำอุ่นอยู่ แต่เหลือแค่เช้า-เย็น หลังถ่ายจะใช้สบู่เหลวล้างด้วยทุกครั้ง ตามด้วยฉีดน้ำเยอะๆหน่อย
- โดยรวมยังรู้สึกว่าไม่หาย ให้ฟิลลิ่งคล้ายสองสัปดาห์แรกอยู่
เดือนที่ 2
- ไม่ต้องกินยาแก้ปวดแล้ว !!! แต่ยังกินยาระบายอยู่ พยายามลด Bisacodyl ลง แล้วเปลี่ยนมากิน MOM แทน ลดปริมาณ Lactulose ลงเหลือ 20 mL
- ยังไม่กล้าเบ่งถ่าย แต่ลักษณะอุจจาระปกติ ไม่ได้ดูเสี่ยงรูทวารตีบ
- ยังแช่ก้นอยู่ เพราะน้ำเหลืองยังไม่แห้งสนิท มีลักษณะคล้ายมูกสีแหลืองตุ่นๆ แต่ไม่ได้ติดเชื้ออะไร ดูแลความสะอาดต่อไป
- มีติ่งโผล่ออกมา !!! หน้าตาคล้ายริดสีดวงเจ้าเดิม แต่ว่าไม่เจ็บ หมอบอกเป็นเหมือนติ่งเนื้อแผลผ่าตัด จะค่อยๆยุบไปเอง พร้อมให้ยาทาริดสีดวงมาหนึ่งหลอด เผื่อวันไหนเกิดรู้สึกเจ็บขึ้นมา...เราทาบ้าง บางวันที่รู้สึกว่ามันบวมกว่าปกติ (ที่รู้สึกได้ว่าติ่งมันใหญ่เพราะเวลาเหน็บยาเพื่อให้ถ่าย เราจะใส่แท่งเหน็บเข้าไปไม่ได้เลย ต้องหามุมหมุนๆอยู่นาน)
- เริ่มทำกิจกรรมได้ เดินระยะยาวได้ นั่งทำงานได้นานขึ้นแต่ต้องมีเบาะนิ่มๆรอง
หลังเดือนที่ 3
- ยังกินยาระบายอยู่...บอกเลยว่าติดยาแล้ว แต่ดีกว่าขี้ไม่ออก คิดว่าเอาแผลผ่าให้หายสนิทก่อนคอยพยายามเลิกยาล่ะกัน
- หยุดแช่ก้นแล้ว
- เริ่มกล้าเบ่งถ่าย ไม่มีเลือดและน้ำเหลืองแล้ว
- ติ่งยังอยู่ แต่ไม่ได้เจ็บอะไร
- คิดว่าเริ่มใช้ชีวิตปกติได้แล้ว
เรารู้สึกหายเลยจริงๆ แบบลืมมันไปเลยตอนเดือนที่ 5-6 หลังการผ่าตัด ครึ่งปีไปเลยจร้าาา
ทุกวันนี้พยายามปรับพฤติกรรมการกินและขับถ่ายสุดๆ สารภาพว่าวันไหนถ่ายไม่ออกก็ยังกิน MOM บ้าง วันไหนรู้สึกกินไฟเบอร์ไม่ถึงก็หยิบ Mucilin มากิน และกินน้ำอย่างน้อยวันละ 3 ลิตรไปแล้ว ออกกำลังกายให้ลำไส้เคลื่อนไหวบ้าง อาหารแต่ละมื้อคือ ผักครึ่งนึงอย่างอื่นครึ่งนึง ผลไม้แทนขนม กินเผ็ดน้อยมาก ส่วนสารพัดชาที่เคยชอบคือเลิกเลย
ตอนนี้ชีวิตแฮ็ปปี้กว่าก่อนผ่า ส่วนติ่งยังคงอยู่แต่ก็เป็นติ่งเล็กๆ ไม่เจ็บ ไม่ได้โตขึ้น คิดว่าถ้าไม่ลำบากอะไรคงไม่หาเรื่องไปตัดอีก TOT ถ่ายได้ปกตื วันไหนถ่ายแข็งหน่อยๆ ก็ยังรู้สึกว่ารูตูดปลอดภัยอยู่
มันคือประสบการณ์
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ผ่านการผ่าริดสีดวงค่ะ