รีวิว (N)EXTENSION : Documentary BNK48 รุ่น 6 & CGM48 รุ่น 4 [มีสปอยล์เนื้อหา]

Documentary ของ BNK48 รุ่น 6 และ CGM48 รุ่น 4 ในชื่อว่า (N)EXTENSION ส่วนตัวได้ไปดูมาในรอบ 20.00 น. ของวันที่ 9 ม.ค. ที่ Major Cineplex สุขุมวิท โรงภาพยนตร์ที่ 6 ตัว Documentary มีความยาวประมาณเกือบ 2 ชม. เป็น Documentary ที่เล่าเรื่องของทั้ง BNK48 รุ่นที่ 6 และ CGM48 รุ่นที่ 4 รวมกันไว้ในเรื่องเดียว

ในรอบนี้เริ่มมาก็จะมีน้องๆ BNK รุ่น 6 ทั้ง 11 คน ออกมากล่าวทักทายพูดคุยกับแฟนคลับก่อนเล็กน้อย จากนั้นก็ขึ้นไปนั่งดูร่วมกับแฟนคลับอยู่ที่แถวบนสุด ซึ่งในรอบนี้มีการ sold out ก่อนที่จะถึงเวลาฉายด้วย

Documentary เปิดมาด้วยเรื่องราวของ CGM รุ่น 4 ก่อน จะมีการเล่าเรื่องและการเดินเรื่องด้วยบทสัมภาษณ์พูดเล่าความรู้สึกของน้องๆแต่ละคนสลับๆกันไป ประกอบกับฟุตเทจเบื้องหลังต่างๆที่ไล่ไทม์ไลน์มาเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ตอนช่วงออดิชั่น จนถึงประกาศผลเป็นตัวจริง ส่วนใหญ่ก็จะเน้นเล่าถึงพยายามต่อสู้ในการออดิชั่นมาแล้วหลายครั้งของน้องๆแต่ละคน ยกเว้นปลายฟ้าที่อายุเพิ่งถึงเกณฑ์มาออดิชั่นเป็นครั้งแรก มีการฉายภาพให้เห็นถึงช่วงออดิชั่นต่อหน้ากรรมการ การตอบคำถามต่างๆ

จากนั้นก็จะมีการตัดสลับมาที่ฝั่งของ BNK รุ่น 6 บ้าง เริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่ช่วงก่อนออดิชั่น ตั้งแต่การออกไป scout ที่สยาม ก็ได้เห็นภาพตอนที่ได้ไปเจอบลายธ์ที่สยามด้วย จากนั้นก็จะมีการเล่าเรื่องและเดินเรื่องแบบเดียวกับของรุ่น 4 เลย คือมีน้องมานั่งพูดเล่าความรู้สึกประกอบกับฟุตเทจในช่วงต่างๆ ในช่วงออดิชั่นต่อหน้ากรรมการก็จะได้เห็นอะไรที่แปลกๆและน่าสนใจ เมลเล่นขิมพร้อมกับร้องเพลง BNK แพรวควงคฑาดรัมเมเยอร์พร้อมกับร้องเพลง BNK และที่เด็ดที่สุดคือได้เห็นซีนตอนที่เกรฟเล่นมุกกับกรรมการซึ่งหนึ่งในนั้นมีจ๊อบซังอยู่ด้วย โดยน้องมีการถามว่ากรรมการมีหวีมั้ย จากนั้นก็ค่อยบอกว่าแต่หนูมีหวีอ้ายหน่อ หว่ออ้ายหนี่ เป็นซีนที่เรียกเสียงหัวเราะจากแฟนคลับในโรงได้มากที่สุดซีนนึงเลยทีเดียว

ในช่วงที่มีการประกาศผลตัวจริงรอบสุดท้าย ก็ได้เห็นช่วงที่ค่อยๆประกาศชื่อของน้องๆแต่ละคนทั้งสองวง โดยรุ่น 4 ปลายฟ้าถูกประกาศคนแรก ส่วนรุ่น 6 บลายธ์ถูกประกาศคนแรก มีจุดทีน่าสนใจคือตอนแคนดิเดต บลายธ์ มิริน เกรฟ เมล พูดกันเอาไว้ว่าถ้าติดก็ต้องติดไปด้วยกันทั้ง 4 คน แต่ถ้าไม่ติดก็ต้องไม่มีใครติดเลย ปรากฏว่าต้องลุ้นกันถึงคนสุดท้ายก็คือเมลที่ถูกประกาศชื่อมาเป็นคนสุดท้าย

ในช่วงแรกฝั่งของรุ่น 4 จะเน้นพูดถึงเรื่องความพยายามในการมาสมัครออดิชั่น มีการพูดถึงประเด็นในเรื่องของพี่น้องวาเลนไทน์และปลายฟ้า ที่ปกติถ้าพี่น้องเข้ามาออด้วยกันจะมีคนนึงได้แต่อีกคนไม่ได้ และก็เริ่มมีการเปรยๆถึงเรื่องของการที่รุ่น 4 ถูกเปรียบเทียบกับรุ่น 6 ส่วนรุ่น 6 ประเด็นของน้องแต่ละคนที่พูดถึงจะดูมีความหลายหลายกว่า แต่ละคนก็จะมีความรู้สึกตั้งแต่มาออดิชั่นที่แตกต่างกัน

ช่วงกลางๆของเรื่องก็จะเป็นช่วงที่ทั้งรุ่น 4 และรุ่น 6 เข้ามาอยู่ในวงแล้ว ก็จะมีภาพช่วงที่รุ่น 4 เปิดตัวในงานจับมือ และไปดูคอน Battle of Legacy ส่วนรุ่น 6 ก็จะเป็นช่วงที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน 48Expo

จากนั้นก็จะมีการประกาศเพลงภายใน ช่วงนี้ก็จะมีพูดถึงความรู้สึกของเพลงที่ได้ของแต่ละวง แล้วก็จะเป็นช่วงที่ซ้อมก่อนประกาศตำแหน่งและเซ็นเตอร์ ในช่วงที่มีการสอบเพลงเดบิวต์ไม่ได้มีการเผยภาพให้เห็น จะข้ามไปถึงตอนที่ประกาศเลย โดยสิ่งที่เหมือนกันของทั้งสองวงก็คือ จะประกาศตำแหน่งไล่มาตั้งแต่ตำแหน่งสุดท้ายทีละคนจนถึงเซ็นเตอร์ตำแหน่งที่ 1 นั่นหมายความว่ายังไงทุกคนก็ได้ติดแน่ๆเพราะประกาศตั้งแต่ลำดับสุดท้ายตามจำนวนเมมที่มีอยู่ คือไม่ต้องไปลุ้นว่าใครจะติดหรือไม่ติด ลุ้นแค่ว่าใครอยู่ตำแหน่งไหนและใครเป็นเซ็นเตอร์

ในช่วงนี้ก็จะเริ่มมีจุดเชื่อมของทั้งสองรุ่นที่ได้มาเจอกันและออกงานร่วมกัน ตั้งแต่งาน 48Expo ที่รุ่น 6 เปิดตัวครั้งแรก และงาน Nippon Haku ที่รุ่น 4 เดบิวต์ มีการพูดถึงความรู้สึกของอีกวงในการเจอกันและร่วมงานด้วยกัน ในช่วงนี้จะมีการเน้นหนักและพยายามขยี้ถึงเรื่องการถูกเปรียบเทียบระหว่างทั้งสองรุ่น โดยเฉพาะรุ่น 4 ที่จะถูกนำมาเปรียบเทียบกับรุ่น 6 และถูกด้อยค่าว่าไม่มีทางสู้ได้ ประเด็นนี้ถูกพูดถึงในช่วงนี้หนักมาก และมีการพูดความรู้สึกของน้องๆทั้งสองวงเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยว่าไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกัน แต่ละรุ่นต่างก็มีดีเหมือนกัน

ในช่วงการเดบิวต์ของแต่ละวง ก็จะได้เห็นภาพการเตรียมตัวซ้อมต่างๆ พูดถึงความรู้สึกในการเตรียมตัวซ้อมเพลงนี้ รวมถึงเบื้องหลังก่อนที่จะได้ขึ้นเวทีเดบิวต์

หลังจากช่วงเดบิวต์ หลักๆก็จะพูดถึงการทำงานร่วมกันของทั้งสองวง รวมถึงการทำงานกับรุ่นพี่ มีการจำลองการจับมือให้น้องๆทดลองจับมือกันเองในงานจับมือด้วย โดยเป็นรุ่น 6 ที่ทดลองจับมือกันเองในงานจับมือซิง19 จากนั้นก็มีโมเน่ต์เข้ามาช่วยเป็นเมมเบอร์ให้ และแน่นอนว่าแพรวก็ถูกบิ๊วต์ให้ไปเป็นแฟนคลับจับมือกับโมเน่ต์ ได้ซีนไม้พิณไปเต็มๆ เป็นอีกซีนหนึ่งที่เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนคลับในโรงได้ดีมากๆ

และในช่วงสุดท้ายก็จะเป็นการเชื่อมโยงไปถึงการขึ้นคอน Chapter Next ซึ่งเป็นจุดบรรจบของทั้งสองรุ่นและบทสรุปของ Documentary เรื่องนี้ ก็จะพูดถึงการได้ขึ้นคอนใหญ่ร่วมกันครั้งแรกของทั้งสองรุ่นนี้ รวมถึงการได้ขึ้นกับรุ่นพี่กลุ่ม Next Gen ด้วย

ซีนสุดท้ายก่อนขึ้น End Credit ก็เป็นภาพตอนช่วงคอน Chapter Next และเป็นภาพช่วงที่เมมเบอร์กลุ่ม Next Gen ทั้งหมดล้อมเป็นวงกลมด้วยกัน

ในช่วงที่ขึ้น Credit ก็จะมีซีนช่วงที่ทั้งสองรุ่นได้ไปออกรายการ Thailand Music Countdown แทรกขึ้นมาเป็นซีนสุดท้ายก่อนที่จะจบ Documentary นี้ไป

หลังจากที่ Documentary จบแล้ว น้องๆรุ่น 6 ก็ลงไปพูดคุยถึงความรู้สึกที่ด้านหน้า ช่วงนี้สามารถให้แฟนคลับใช้มือถือถ่ายได้ และก็มีช่วงที่ให้แฟนคลับถามคำถาม โดยการให้ยกมือขึ้นมา จำนวน 3 คน พอพูดคุยตอบคำถามเสร็จก็มีการถ่ายรูปกับแฟนคลับในโรง จากนั้นก็จะเป็นกิจกรรมไฮทัชกับน้องๆรุ่น 6 ที่ด้านหน้าโรง ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกิจกรรมทั้งหมดในรอบนี้

--------------------------------------------------------------

ต่อไปนี้จะเป็นคอมเม้นต์และการวิจารณ์ในมุมมองความคิดเห็นส่วนตัว

เริ่มจากสถานที่ก่อน ครั้งนี้เป็นที่เดียวกับตอนที่ฉายสารคดีของรุ่น 5 และใช้โรงที่ 6 เหมือนกัน เป็นโรงที่ค่อนข้างใหญ่กว้างขวางดี นั่งได้สบายๆ จอก็มีขนาดค่อนข้างใหญ่ดีเลย การเดินทางสะดวกติดรถไฟฟ้า ติดแค่อย่างเดียวคือจัดวันธรรมดาแถมเป็นวันศุกร์ ยังดีที่มี 2 รอบ และรอบที่สอง 2 ทุ่มก็พอจะสามารถเดินทางมาได้ทันสำหรับคนที่ทำงานเลิกเย็น แต่ถ้าใครทำงานเลิกค่ำหรืออยู่ไกลก็หมดสิทธิ์ได้ดูเลย ถ้าให้ดียังไงก็ควรจัดเสาร์อาทิตย์มากกว่า

ความยาวของ Documentary ส่วนตัวคิดว่ากำลังดีไม่น้อยเกินไป แต่อาจจะเพราะมี 2 วงด้วยก็เลยทำได้ยาว

ภาพรวมของ Documentary โดยรวมดูได้สนุกเพลิดเพลิน ถ้าเทียบกับของ BNK รุ่น 5 เรื่องนี้คือดูสนุกกว่า มีความวาไรตี้มากกว่า คล้ายๆกับของ BNK รุ่น 4 แต่ในเรื่องของงาน Production การทำสารคดี ของรุ่น 4 ยังทำได้ดีกว่า

ในด้านของการเล่าเรื่องและการเดินเรื่อง จะเดินเรื่องด้วยบทสัมภาษณ์ของน้องๆ แล้วไล่ไทม์ไลน์ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้มีการแบ่ง part เนื้อหาที่ชัดเจน คนที่ตามวงมาตลอดก็คงรู้และเข้าใจดีอยู่แล้วว่าแต่ละช่วงเป็นยังไง แต่ก็ควรมีการแบ่งช่วงแบ่งไทม์ไลน์แต่ละพาร์ทให้ชัดเจน โดยอาจจะมีการขึ้น Text เพื่อแบ่งสตอรี่ไลน์ให้เข้าใจว่านี่คือช่วงไหน สำหรับคนที่เพิ่งมาตามวงหรือจะมาตามหลังจากนี้ มาดูแล้วก็อาจจะงงกับช่วงเวลาไทม์ไลน์ต่างๆได้

แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการรวมกันของ 2 วง 2 รุ่น ที่ไทม์ไลน์การเข้ามาในวงก็ไม่ตรงกัน การเล่าเรื่องแบบคู่ขนานก็อาจจะมีไทม์ไลน์ที่เหลื่อมกันได้

ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่เอา 2 รุ่นนี้มาทำเป็นเรื่องเดียวกัน อย่างแรกคือไทม์ไลน์ต่างกัน ตัวตนคาร์แรกเตอร์ สถานะและสถานการณ์ในตอนที่เข้ามา ความรู้สึกความคิดต่างๆ ทุกอย่างแตกต่างกันหมด มีจุดเชื่อมแค่อย่างเดียวคือมาขึ้นคอน Chapter Next ด้วยกัน แค่นั้นเลย

อีกเรื่องที่ไม่ชอบคือการพยายามจับยัดเรื่องการถูกเปรียบเทียบของ 2 รุ่นนี้มากเกินไป พยายามจะบิ๊วต์ให้ดูดราม่าแต่ก็ไม่สุด ดูแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอินอะไรกับประเด็นเรื่องนี้เลย เหมือนพยายามจับยัดเข้ามาเพื่อหาจุดเชื่อมให้ 2 รุ่นนี้มาอยู่ใน Documentary เรื่องเดียวกันให้ได้

จริงๆถ้าทำแยกเรื่องกันไปเลยก็คงน่าจะดีกว่า เพราะแต่ละรุ่นก็มีสตอรี่ของตัวเองที่แตกต่างกันให้พูดถึงอีกเยอะ การเล่าเรื่องก็จะได้โฟกัสเฉพาะเรื่องราวของรุ่นตัวเองและในวงตัวเองได้อย่างเต็มที่ไปเลย พอมี 2 รุ่นในเรื่องเดียวก็ต้องมาแชร์แอร์ไทม์กัน แล้วการเล่าเรื่องในแต่ละช่วงของแต่ละรุ่นก็ไม่ต่อเนื่องกัน ต้องตัดสลับกันไปมา ทำให้มู้ดในการดูไม่มีความต่อเนื่องและอินกับเรื่องราวได้เต็มที่

สิ่งที่ขาดและอยากให้มีคือช่วงที่สอบเพลงเดบิวต์ ของรุ่น 4 เหมือนจะเห็นเป็นเศษเสี้ยวนิดๆ แต่ของรุ่น 6 คือไม่มีให้เห็นเลย

และเหมือนจะขาดช่วงที่ถ่าย MV ด้วยนะ ไม่รู้ว่าเวลาไม่พอหรือยังไง คือถ้าทำแยกเรื่องกันก็อาจจะมีเวลาพอใส่เข้ามาได้

ซีนปิดท้ายไม่ได้รู้สึกมีความอิมแพคเท่าไหร่ เทียบกับก่อนหน้านี้ของรุ่น 5 ที่มีการพูดความรู้สึกจากใจของน้องแต่ละคน หรือของรุ่น 4 ที่แต่ละคนมีการพูดถึงเป้าหมายในวงนี้ ดูจบแล้วให้ความรู้สึกประทับใจกว่าเรื่องนี้เยอะ

และสุดท้ายมีคำถามสงสัยอยู่อย่างนึง คือการตั้งชื่อว่า (N)EXTENSION รวมถึงซีนช่วงท้ายที่เป็นคอน Chapter Next ที่เป็นภาพรวมของ Next Gen ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ BNK รุ่น 6 และ CGM รุ่น 4 คือสรุปแล้วบทสรุปของเรื่องนี้คือเป็นของรุ่น 6 และรุ่น 4 หรือเป็นบทสรุปของกลุ่ม Next Gen กันแน่?

..........

ถ้าให้คะแนน Documentary เรื่องนี้ ส่วนตัวขอให้ 6.4 เต็ม 10 คะแนน

(ไม่ได้คีพเลขรุ่นนะ 555 แต่คะแนนตามความรู้สึกที่คอมเม้นต์ไปจริงๆ คือสามารถทำได้ดีกว่านี้ และถ้าแยกเรื่องกันคะแนนก็จะยิ่งดีกว่านี้ด้วย)


แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่