"เกียรติยศที่แลกมาด้วยความตาย 9 ปีในนรกบนดิน และรูปถ่ายหนึ่งเดียวของคนไทยในเพนตากอน"
ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของอาคาร The Pentagon กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา . ณ ห้อง Hall of Heroes ที่เปรียบเสมือนวิหารศักดิ์สิทธิ์ รวบรวมจิตวิญญาณนักรบระดับตำนาน มีภาพของทหารไทยร่างเล็กคนหนึ่งแขวนเด่นเป็นสง่า ท้าทายสายตาชาวโลกอยู่ท่ามกลางวีรบุรุษอเมริกัน...
เขาคือ พันเอก ชัยชาญ หาญนาวี (ยศในขณะนั้นคือ จ่าสิบโท) . ชายผู้ที่ใช้ "หัวใจไทย" พิชิตความโหดเหี้ยมของสงครามจนโลกต้องยอมสยบ
1. สมรภูมิในเงามืด และภาระหน้าที่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2508 จ่าสิบโท ชัยชาญ หาญนาวี สังกัดหน่วยรบพิเศษ (พลร่มป่าหวาย) . ได้เผชิญกับนาทีชีวิตเมื่อเครื่องบินถูกยิงตกในสมรภูมิลาว ท่านถูกจับเป็นเชลยศึกและถูกส่งตัวเข้าสู่คุก "ฮานอย ฮิลตัน" (Hoa Lo Prison) สถานที่ที่เป็นฝันร้ายของเชลยทั่วโลก
"หน้าที่" สำหรับบางคนอาจสิ้นสุดลงเมื่อถูกคุมขัง . แต่สำหรับจ่าชัยชาญ ท่านแบกรับภาระหน้าที่อันหนักอึ้งไว้บนบ่าในฐานะทหารไทย . ท่านถูกขังเดี่ยวในห้องมืดขนาดเพียง 1x2 เมตร ที่แคบยิ่งกว่าหลุมศพ มืดสนิทตลอด 24 ชั่วโมง นานนับปีจนสายตาต้องปรับเข้ากับความมืด
ท่านใช้เวลาเหล่านั้น "ฝึกสมาธิ" และ "ทบทวนความรู้ทหาร" ในหัว เพื่อรักษาดวงจิตไม่ให้แตกสลาย . นี่คือการรบกับความเงียบที่แสนทรมาน สมรภูมิที่ปราบนักรบมานักต่อนักแล้ว . ท่านถูกกดดันอย่างหนักเพื่อให้คายความลับ แต่ท่านรักษาจิตใจไม่ให้พ่ายแพ้ เพราะท่านรู้ดีว่า "ถ้าท่านพัง ความลับของชาติและชีวิตพวกพ้องจะพังไปด้วย"
2. เหตุการณ์สำคัญ: รหัสเคาะฝาผนัง และหัวใจที่ไม่เคยหักหลังพวกพ้อง
สิ่งที่ทำให้มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ต้องก้มหัวคารวะ . คือการที่ท่านใช้ไหวพริบและหัวใจที่กว้างขวางเป็น "ศูนย์กลางการสื่อสาร" (The Tap Code) แม้จะอยู่ในพันธนาการ . ท่านจำแนกเสียงฝีเท้าพัศดีได้ และรู้ว่าเวลาไหนคือช่องโหว่ที่จะส่งสาร
ที่ประทับใจที่สุดคือ "ความรักพวกพ้อง" ที่เหนือกว่าชีวิตตนเอง . ท่านสอนรหัสเคาะให้เพื่อนนักบินอเมริกันที่กำลังสิ้นหวังให้กลับมามีสติ ท่านดูแล เรืออากาศเอกฟิลิป สมิธ และแอบเก็บ "กระดูกไก่" มาเหลาเป็นปากกา ใช้ "เลือด" เขียนข้อความลงบนเศษกระดาษ เพื่อส่งต่อกำลังใจให้เพื่อนเชลยคนอื่นๆ
ท่านกลายเป็น "แสงสว่าง" เดียวในคุกที่มืดมิด . จนทหารอเมริกันที่รอดชีวิตกลับไปเล่าด้วยน้ำตาว่า "ถ้าไม่มีจ่าชัยชาญ พวกเขาหลายคนอาจจะถอดใจตายไปนานแล้ว"
3. การพิสูจน์ "สัจจะ" และอิสรภาพที่ไม่ยอมแลกด้วยการทรยศ
จุดที่แสดงถึงจิตวิญญาณนักรบไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด . คือตอนที่ฝ่ายตรงข้ามเสนออิสรภาพให้ท่านก่อนกำหนด หากยอมเซ็นเอกสารประณามพันธมิตร หรือเปิดเผยพิกัดหน่วยรบพิเศษในไทย . ซึ่งอาจหมายถึงความตายของเพื่อนทหารไทยอีกนับร้อย
แต่ท่าน "ปฏิเสธ" อย่างสงบนิ่ง... ท่านให้เหตุผลสั้นๆ ว่าท่านเป็นทหารไทย . เกียรติของท่านมีไว้เพื่อชาติ ไม่ได้มีไว้ขายเพื่อเอาตัวรอด
นี่คือการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด . ท่านยอมถูกจองจำในนรกที่มีลมหายใจต่อไปอย่างไร้จุดหมายยาวนานถึง 9 ปี 4 เดือน 8 วัน . เพียงเพื่อรักษาคำสัตย์ปฏิญาณ และรักษาชีวิตเพื่อนพ้องไว้เบื้องหลัง . ท่านยอมแบกความทรมานไว้ที่ตัวเอง เพื่อไม่ให้ใครต้องตายเพราะคำพูดของท่าน
เมื่อสงครามจบลงในปี พ.ศ. 2516 ท่านคือเชลยไทยคนสุดท้ายที่ได้รับการปล่อยตัว ท่านเดินออกจากกรงขังด้วยร่างกายที่ซูบผอม แต่ดวงตายังคงเปล่งประกายแข็งแกร่งอย่างน่าอัศจรรย์ .
ความภักดีที่ท่านมีต่อหน้าที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ มอบเหรียญ Silver Star และนำภาพของท่านขึ้นแขวนประดับไว้ที่เพนตากอน . เพื่อบอกคนทั้งโลกว่า นี่คือนักรบไทยที่ไม่มีวันหักหลังเพื่อนพ้อง และไม่มีวันถูกทำลายโดยความตาย!
"ในห้องขังมืดขนาดเท่าโลงศพ... จ่าชัยชาญใช้ ‘ความนิ่ง’ สยบความบ้าคลั่ง ท่านไม่ได้เพียงแค่นั่งรอความตาย แต่ท่านใช้กำแพงคุกเป็นกระดานวางแผนรบ... เพราะสำหรับนักรบไทย ‘ความตายนั้นเบาดุจขนนก แต่หน้าที่นั้นหนักแน่นดุจขุนเขา’"
ที่มา
เกียรติยศที่แลกมาด้วยความตาย 9 ปีในนรกบนดิน และรูปถ่ายหนึ่งเดียวของคนไทยในเพนตากอน
2. เหตุการณ์สำคัญ: รหัสเคาะฝาผนัง และหัวใจที่ไม่เคยหักหลังพวกพ้อง
ที่มา