Disneyland ไทยแลนด์ เมกะโปรเจกต์ 100,000 ล้าน เปลี่ยนเกมท่องเที่ยวไทย /โดย ลงทุนแมน

ไม่นานมานี้ มีข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาให้กับคนไทย เมื่อรัฐบาลประกาศดึงสวนสนุกระดับโลกอย่าง Disneyland ให้มาเปิดที่ไทย

โดยล่าสุด เริ่มมีภาคเอกชน แสดงความสนใจลงทุนใน Disneyland Thailand แล้ว

ซึ่งนี่อาจเป็นกุญแจดอกสำคัญ ที่จะเปลี่ยนไทยจากการเป็นแค่เมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ให้กลายเป็น “Man-Made Destination” ระดับโลก เทียบชั้นสิงคโปร์ และดูไบ

แล้วถ้า Disneyland มาไทยจริง ๆ
จะมาในรูปแบบไหน ? และจะตั้งอยู่จังหวัดใด ?
รวมถึงจะช่วยพลิกเศรษฐกิจไทยได้มากแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

https://www.facebook.com/share/p/1MTgCwCj7Y/?mibextid=wwXIfr


ถ้าถามว่า ทำไมใคร ๆ ก็อยากมี Disneyland เป็นของตัวเอง คำตอบก็เพราะ Disneyland ไม่ได้เป็นเพียงแค่สวนสนุกทั่วไป

แต่เป็น “แม่เหล็ก” ขนาดยักษ์ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคน ให้บินข้ามน้ำข้ามทะเล เพื่อมาเยือนโดยเฉพาะ ในแต่ละปี

ที่น่าสนใจคือ คนที่มา Disneyland Thailand แน่นอนว่าจะไม่ได้มาแค่วันเดียว แต่น่าจะแวะท่องเที่ยวจุดหมายอื่นในประเทศไทยด้วย

นั่นจึงหมายความว่า นักท่องเที่ยวนอกจากจะต้องจ่ายค่าบัตรเข้า Disneyland แล้ว ยังต้องจ่ายเงินจองโรงแรม กินอาหาร ช็อปปิง มากขึ้นด้วย

นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลหลายประเทศพยายามดึง Disney มาเปิด เพราะมันไม่ได้แค่สร้างรายได้ให้กับ Disneyland แต่สร้างรายได้ให้กับทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ต้องใช้งบลงทุนสูงมาก ทำให้ Disney เลือกที่จะเปิดสวนสนุก Disneyland เฉพาะในที่ที่บริษัทมองว่า มีศักยภาพเท่านั้น

นั่นทำให้ Disneyland บางแห่ง Disney ไม่ได้ลงทุนเอง และเป็นเจ้าของโดยตรง อย่างที่หลายคนเคยคิด

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือ Tokyo Disneyland ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ได้เป็นของ The Walt Disney Company จากสหรัฐอเมริกา

แต่เจ้าของตัวจริงคือบริษัทญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Oriental Land Company ที่เป็นทั้งเจ้าของ Tokyo Disneyland และ Tokyo DisneySea

Oriental Land Company ใช้โมเดลที่เรียกว่า Licensing
โดยลงทุนสร้างสวนสนุกด้วยตัวเอง พร้อมทั้งซื้อสิทธิ์ในการใช้แบรนด์ และตัวละครต่าง ๆ จาก Disney

ขณะที่ Disney ทำหน้าที่แค่ดูแลภาพลักษณ์แบรนด์ และรอรับ “ค่าลิขสิทธิ์” (Royalty) เพียงเท่านั้น

วิธีนี้ทำให้ Disney ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ หาก Tokyo Disneyland ขาดทุน

อย่างไรก็ตาม หลายคนคงเห็นแล้วว่า Tokyo Disneyland ประสบความสำเร็จมากขนาดไหน..

ในปี 2024 ที่ผ่านมา Oriental Land Company มี
- รายได้ 136,000 ล้านบาท
- กำไร 25,000 ล้านบาท

โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 30 ล้านคน

ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย หากโมเดลนี้เกิดขึ้นจริง พื้นที่ที่รัฐบาลมองว่ามีศักยภาพสูงที่สุดในตอนนี้ คือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือที่รู้จักกันในชื่อ EEC

เพราะจิกซอว์ชิ้นสำคัญ ที่จะทำให้เมกะโปรเจกต์นี้เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่แค่ “ที่ดิน” แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐาน”

ซึ่งใน EEC นอกจากจะเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหลัก และแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศแล้ว ยังมีเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ 2 โครงการ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

- รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)
- โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก

ลองจินตนาการดูว่า.. นักท่องเที่ยวลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ หรืออู่ตะเภา แล้วสามารถขึ้นรถไฟความเร็วสูง ไปโผล่หน้าปราสาทดิสนีย์ได้ ในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

นี่คือ Traffic ที่จะป้อนคนเข้าสู่โครงการได้ทันที จากโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ (หากรถไฟฟ้าความเร็วสูงสร้างได้สำเร็จ)

แล้ว Disneyland จะช่วยการท่องเที่ยวไทยได้มากแค่ไหน ?

ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวไทย พึ่งพาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม หรือทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก เช่น วัด วัง ทะเล ภูเขา หรือแม้แต่ Street Food

แต่ข้อเสียคือ การท่องเที่ยวลักษณะนี้ มักมีมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัวไม่สูงเท่ากับการท่องเที่ยวแบบ Entertainment

การมี Disneyland เข้ามาตั้ง จึงอาจช่วยแก้ Pain Point ตรงนี้ได้บางส่วน

ทั้งการดึงดูดกลุ่ม High Spender เช่น นักท่องเที่ยวแบบครอบครัว ที่มักมีงบประมาณการใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป

ไปจนถึงกลุ่มทัวร์ ที่มักจะมีโปรแกรมท่องเที่ยวในโซน EEC อยู่แล้ว ก็อาจขายพ่วงแพ็กเกจ Disneyland เข้าไป ซึ่งก็จะช่วยสร้างเม็ดเงินให้แก่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้นด้วย

รวมถึงเพิ่มวันพักค้างของนักท่องเที่ยว เพราะสวนสนุกขนาดใหญ่ มักต้องใช้เวลาเที่ยวมากกว่า 1 วัน
ทำให้จากเดิม ที่นักท่องเที่ยวอาจจะแค่แวะมาพัทยาแล้วกลับ ก็ต้องมานอนค้างในพื้นที่ EEC นานขึ้น

แต่ที่สำคัญที่สุดคือการสร้างจุดขายใหม่ให้กับประเทศไทย ให้มีแม่เหล็กก้อนใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ทะเลหรือภูเขา

แต่เป็น World-Class Attraction ที่ทัดเทียมญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์

โดยเราอาจชูจุดเด่น ของประเทศไทยที่ Disneyland ประเทศอื่นเลียนแบบไม่ได้ ก็คือความเป็นเมืองร้อน

ลองนึกดูว่าถ้ามี Disneyland ตั้งอยู่ใกล้ทะเล ใกล้ชายหาด นักท่องเที่ยวชาวตะวันตก หรือแม้แต่ชาวเอเชีย ที่มาจากเมืองหนาวอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ก็คงอยากลองสัมผัสการเที่ยว Disneyland แล้วไปเที่ยวเดินชายทะเลต่อ

และถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นจริง หากลองประเมินคร่าว ๆ
มูลค่าการลงทุน ที่รวมทั้งเมืองการบิน รถไฟ และสวนสนุก
อาจสูงแตะระดับหลายแสนล้านบาท เลยทีเดียว

ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่การสร้างสวนสนุกให้เด็กเล่น แต่อาจเป็นการ “ยกระดับ” โครงสร้างเศรษฐกิจ ของการท่องเที่ยวไทย

จากที่เคยขาย “ของถูก” ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ “มีมูลค่าสูง”

และเมื่อถึงวันนั้น.. ภาพของ EEC อาจไม่ได้มีแค่ปล่องควันของโรงงาน

แต่จะมี “ปราสาทดิสนีย์” ตั้งตระหง่านติดทะเล เป็น Landmark ใหม่ของเศรษฐกิจไทย ก็เป็นได้

แต่ที่น่าสนใจหลังจากนี้คือ
แล้วใคร.. จะเป็น Oriental Land Company ของเมืองไทย ?

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่