ในเวทีความมั่นคงโลก สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นประเทศที่มีกำลังทหารแข็งแกร่งที่สุดในโลกอย่างไร้ข้อกังขา แต่เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับ กลุ่มประเทศ NATO โดยไม่รวมสหรัฐฯ ตัวเลขหลายด้านสะท้อนให้เห็นภาพที่ซับซ้อนกว่าคำว่ามหาอำนาจเดี่ยว และอธิบายได้ว่าทำไมประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์อย่าง กรีนแลนด์ จึงกลายเป็นหมากสำคัญบนกระดานโลก
งบประมาณกลาโหมสหรัฐฯ ทิ้งห่าง แต่ NATO ยังตามทันในภาพรวม
สหรัฐอเมริกาใช้งบประมาณกลาโหมสูงถึง 980,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี ซึ่งมากกว่ากลุ่ม NATO (ไม่รวมสหรัฐฯ) ที่ใช้งบรวมกันราว 500,000 - 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกือบเท่าตัว ตัวเลขนี้สะท้อนความสามารถของสหรัฐฯ ในการพัฒนาอาวุธขั้นสูง การวิจัยเทคโนโลยีทางทหาร และการคงกำลังทหารในหลายสมรภูมิพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม งบประมาณของ NATO แม้จะแยกเป็นรายประเทศ แต่เมื่อรวมกันก็ยังเป็นกำลังที่ไม่มีใครมองข้ามได้ โดยเฉพาะในยุโรปที่กำลังเร่งเพิ่มงบกลาโหมหลังสงครามยูเครน
อาวุธนิวเคลียร์ความได้เปรียบที่ยังเป็นของสหรัฐฯ
ในด้านหัวรบนิวเคลียร์ สหรัฐอเมริกามีอยู่ประมาณ 5,177 - 5,225 หัวรบ ขณะที่ NATO (ไม่รวมสหรัฐฯ) มีเพียง 515 หัวรบ ซึ่งเป็นของ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร เท่านั้น ช่องว่างนี้ตอกย้ำบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะ “แกนกลางการยับยั้งเชิงยุทธศาสตร์” ของพันธมิตรตะวันตก
อากาศยานและเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ยังครองความเป็นเจ้าอากาศ
สหรัฐฯ มีเครื่องบินทางทหารมากถึง 13,200 - 14,341 ลำ ขณะที่ NATO (ไม่รวมสหรัฐฯ) มีประมาณ 8,000 ลำ แม้จำนวนจะน้อยกว่า แต่กระจายอยู่ในหลายประเทศและหลายภารกิจ
จุดที่เห็นความแตกต่างชัดเจนที่สุดคือ เรือบรรทุกเครื่องบิน สหรัฐอเมริกามีถึง 20 ลำ (รวมทุกประเภท) ขณะที่ NATO (ไม่รวมสหรัฐฯ) มีเพียง 9 ลำ เท่านั้น ความได้เปรียบนี้ทำให้สหรัฐฯ สามารถฉายอำนาจทางทหารไปได้แทบทุกมุมโลก
เปรียบเทียบกับ กลุ่มประเทศ NATO โดยไม่รวมสหรัฐฯ
งบประมาณกลาโหมสหรัฐฯ ทิ้งห่าง แต่ NATO ยังตามทันในภาพรวม
สหรัฐอเมริกาใช้งบประมาณกลาโหมสูงถึง 980,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี ซึ่งมากกว่ากลุ่ม NATO (ไม่รวมสหรัฐฯ) ที่ใช้งบรวมกันราว 500,000 - 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกือบเท่าตัว ตัวเลขนี้สะท้อนความสามารถของสหรัฐฯ ในการพัฒนาอาวุธขั้นสูง การวิจัยเทคโนโลยีทางทหาร และการคงกำลังทหารในหลายสมรภูมิพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม งบประมาณของ NATO แม้จะแยกเป็นรายประเทศ แต่เมื่อรวมกันก็ยังเป็นกำลังที่ไม่มีใครมองข้ามได้ โดยเฉพาะในยุโรปที่กำลังเร่งเพิ่มงบกลาโหมหลังสงครามยูเครน
อาวุธนิวเคลียร์ความได้เปรียบที่ยังเป็นของสหรัฐฯ
ในด้านหัวรบนิวเคลียร์ สหรัฐอเมริกามีอยู่ประมาณ 5,177 - 5,225 หัวรบ ขณะที่ NATO (ไม่รวมสหรัฐฯ) มีเพียง 515 หัวรบ ซึ่งเป็นของ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร เท่านั้น ช่องว่างนี้ตอกย้ำบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะ “แกนกลางการยับยั้งเชิงยุทธศาสตร์” ของพันธมิตรตะวันตก
อากาศยานและเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ยังครองความเป็นเจ้าอากาศ
สหรัฐฯ มีเครื่องบินทางทหารมากถึง 13,200 - 14,341 ลำ ขณะที่ NATO (ไม่รวมสหรัฐฯ) มีประมาณ 8,000 ลำ แม้จำนวนจะน้อยกว่า แต่กระจายอยู่ในหลายประเทศและหลายภารกิจ
จุดที่เห็นความแตกต่างชัดเจนที่สุดคือ เรือบรรทุกเครื่องบิน สหรัฐอเมริกามีถึง 20 ลำ (รวมทุกประเภท) ขณะที่ NATO (ไม่รวมสหรัฐฯ) มีเพียง 9 ลำ เท่านั้น ความได้เปรียบนี้ทำให้สหรัฐฯ สามารถฉายอำนาจทางทหารไปได้แทบทุกมุมโลก