JJNY : 5in1 เท้งคว้าอันดับ1ไทยรัฐโพล│โพลชี้ปชช.พร้อมเลือกตั้ง│ไอซ์ปะทะแม่ค้า│พณ.วิเคราะห์การค้า 69│ทรัมป์พูดถึงไต้หวัน

“เท้ง ณัฐพงษ์-พรรคประชาชน” ผงาดคว้าอันดับ 1 ไทยรัฐโพล ประจำ ม.ค. 69 ทิ้งห่างคู่แข่งกว่าเท่าตัว
.

.
เจาะผลสำรวจผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ชู ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นั่งนายกฯ 33.25 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่พรรคประชาชนกวาดความนิยมทะลุ 41 เปอร์เซ็นต์ ทิ้งห่างเพื่อไทย-ภูมิใจไทย 
.
การสำรวจในหัวข้อ “แบบสำรวจความคิดเห็นและความเชื่อมั่นทางการเมือง ม.ค. 69” ดำเนินการระหว่างวันที่ 4-9 มกราคม 2569 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามสูงสุด 40,085 คน สะท้อนภาพจำลองความต้องการของประชาชนต่อทิศทางการเมืองไทยในช่วงต้นปี
.
ในหัวข้อคำถามที่ว่า บุคคลที่คุณสนับสนุนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี ผลปรากฏว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้รับความนิยมสูงสุด 33.25 เปอร์เซ็นต์ ทิ้งห่างอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งได้ไป 13.55 เปอร์เซ็นต์ และยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่ตัวเลข 12.71 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้ไป 10.40 เปอร์เซ็นต์ แบบขาดลอย
.
ขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนอื่นๆ ได้คะแนนโหวตเป็นตัวเลขหลักเดียว ได้แก่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (8.87 เปอร์เซ็นต์), พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ (5.65 เปอร์เซ็นต์), และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (2.96 เปอร์เซ็นต์) 
.
ในหัวข้อพรรคการเมืองที่คุณจะสนับสนุนเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมากว่า พรรคประชาชนกวาดตัวเลขความนิยมได้มากถึง 41.36 เปอร์เซ็นต์ ทิ้งห่างพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ไป 13.24 เปอร์เซ็นต์ พรรคภูมิใจไทย 13.08 เปอร์เซ็นต์ และพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ไป 10.39 เปอร์เซ็นต์ 
.
นอกจากนี้ พรรคการเมืองอื่นๆ ที่น่าจับตาในฐานะตัวแปรทางการเมือง ได้แก่ พรรครวมไทยสร้างชาติ 9.83 เปอร์เซ็นต์, พรรคเศรษฐกิจ 4.26 เปอร์เซ็นต์ และพรรคไทยสร้างไทย 2.65 เปอร์เซ็นต์
.
เมื่อพิจารณาด้านประชากรศาสตร์ พบว่า กลุ่มอายุที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากที่สุดคือช่วง 46-59 ปี คิดเป็น 32.71 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือกลุ่ม 60 ปีขึ้นไป 19.85 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งใกล้เคียงกับกลุ่มอายุ 36-45 ปี ที่ 19.55 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกลุ่มคนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 18-25 ปี มีสัดส่วนน้อยที่สุดคือ 10.20 เปอร์เซ็นต์
.
ในด้านภูมิลำเนา ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสูงถึง 48.48 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยภาคกลาง (รวมภาคตะวันออก และภาคตะวันตก) 16.88 เปอร์เซ็นต์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14.53 เปอร์เซ็นต์ ภาคเหนือ 10.81 เปอร์เซ็นต์ และภาคใต้ 9.29 เปอร์เซ็นต์
.

โพลพระปกเกล้า ชี้ ปชช. พร้อมเลือกตั้ง คนใต้เกินครึ่ง ไม่เชื่อมั่นสุจริตเที่ยงธรรม
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5541122
.
KPI Poll จาก สถาบันพระปกเกล้า เผยแพร่ผลสำรวจ พบ ปชช. พร้อมเลือกตั้งทุกภาค แต่ไม่มั่นใจเรื่องสุจริต แนะ กกต.-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น โดยเฉพาะภาคใต้-อีสาน
.
เมื่อวันที่ 9 มกราคม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll ได้เผยแพร่ผลสำรวจ เรื่อง ความพร้อมของประชาชนต่อการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งสำรวจระหว่างวันที่ 26-29 ธันวาคม 2568 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทั่วภูมิภาค จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีผลสรุปจากการสำรวจ ดังนี้
.
1. ความพร้อมของประชาชนต่อการเลือกตั้ง พบค่าเฉลี่ย 7.81 จาก 10 คะแนน โดยประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการเลือกตั้ง อยู่ในระดับค่อนข้างสูง คือ 8.46 คะแนน ขณะที่ ทัศนคติต่อการเลือกตั้ง ได้เพียง 7.81 คะแนน โดยด้านความสุจริตและเที่ยงธรรมคะแนนค่อนข้างต่ำ ส่วนด้านการมีส่วนร่วมค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ที่ 7.18 คะแนน ทั้งนี้สถาบันพระปกเกล้าสะท้อนผลสำรวจ ว่า บรรยากาศการเลือกตั้งอยู่ในภาวะพร้อมเดินหน้าประชาชนรู้และเข้าใจระบบเลือกตั้ง แต่ยังไม่มั่นใจว่าเลือกแล้วจะยุติธรรมและยังไม่รู้สึกเป็นเจ้าของการเมืองอย่างแท้จริง
.
2. ความพร้อมของประชาชนเมื่อสำรวจเป็นรายภูมิภาค พบว่า พื้นที่ กรุงเทพมหานคร ได้ 8.81 คะแนน รองลงมา คือ ภาคตะวันออก ได้ 8.35 คะแนน ภาคกลาง ได้ 8.19 คะแนน ภาคเหนือ ได้ 7.85 คะแนน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ 7.39 คะแนน และ ภาคใต้ ได้ 7.36 คะแนน
.
ทั้งนี้ผลสำรวจสะท้อนว่าบทบาทของพื้นที่เมือง ศูนย์กลางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เอื้อต่อความตื่นตัวทางการเมืองและการใช้สิทธิเลือกตั้ง ในขณะที่ ภาคอีสาน และ ภาคใต้ มีความพร้อมต่ำกว่าภาคอื่นสะท้อนถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างและบริบททางสังคมที่จำกัดระดับความพร้อม เช่น ความเชื่อมั่นต่อการจัดการเลือกตั้ง
.
3. ความเชื่อมั่นต่อความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง พบว่าในพื้นที่ กรุงเทพฯ มีความเชื่อมั่นสูงสุด ที่ 8.41 คะแนน ขณะที่พื้นที่ภาคอีสาน ที่ได้ 5.63 คะแนน และภาคใต้ ที่ได้ 4.30 คะแนน ถือว่ามีคะแนนความเชื่อมั่นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย สะท้อนให้เห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่สามารถซื้อใจคนในภูมิภาคได้เท่ากับคนเมืองหลวง โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งแนวโน้มมองว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใสตั้งแต่แรก และความเชื่อมั่นไม่ได้ขึ้นกับความพร้อมเลือกตั้งโดยตรง แต่ผูกโยงกับประสบการณ์และการรับรู้ต่อความเป็นธรรมของระบบ
.
4. ความกล้ารายงานทุจริตสูงกว่าความเชื่อมั่น พบว่าในพื้นที่ กทม. ได้คะแนนสูงสุด ที่ 9.19 คะแนน ขณะที่พื้นที่ภาค ภาคใต้ ได้ 6.13 คะแนน และ ภาคอีสาน ได้ 5.80 คะแนน สะท้อนว่าภาคอีสาน และ ภาคใต้อาจยังรู้สึกไม่มั่นใจว่ากระบวนการจะให้ผลที่เป็นธรรมและปลอดภัย การรายงานไปยัง กกต. อาจไม่เกิดผล หรือ เกรงกลัวอิทธิพลในพื้นที่
.
สถาบันพระปกเกล้า ยังมีข้อสรุปที่เป็นข้อเสนอแนะไปยัง กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยว่า ผลสำรวจชี้ชัด ประชาชนไทยพร้อมสำหรับการเลือกตั้งแล้วในทุกภูมิภาค ความท้าทายจึงไม่ใช่การกระตุ้นประชาชนให้พร้อม แต่โจทย์เร่งด่วน คือ กกต. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งฟื้นฟู ความเชื่อมั่นต่อความสุจริตเที่ยงธรรม ของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะ ภาคใต้ และ ภาคอีสาน โดยต้องรณรงค์แบบมุ่งเป้า เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นมากกว่าการให้ความรู้ซ้ำ
.
สถาบันพระปกเกล้า ยังสรุปผลสำรวจว่าการสร้างความเชื่อมั่นต้องไปไกลกว่าการรณรงค์ให้แจ้งเบาะแส แต่ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าการร้องเรียน ปลอดภัยและเกิดผลจริง นอกจากนั้นต้องรณรงค์ควรให้ความสำคัญกับกลุ่มเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย เพื่อกระตุ้นความพร้อมและการมีส่วนร่วมให้มากขึ้นและลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการเมือง
.

.
ไอซ์-รักชนกปะทะแม่ค้า-แจงวุ่นปมด้อยค่าทหาร
https://www.matichon.co.th/politics/news_5541915
.
ไอซ์-รักชนก ปะทะแม่ค้าหอนาฬิกานนท์ ปมด้อยค่าทหาร แจงวุ่นพรรคยืนเคียงข้างชั้นผู้น้อย เรียกร้องเงินเดือนเพิ่ม
.
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 9 มกราคม ที่ท่าน้ำหอนาฬิกา นนทบุรี น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลงพื้นที่ จ.นนทบุรี พร้อมนางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 2 พรรคประชาชน และทีมงานเดินหาเสียงแจกแผ่นพับนโยบายแนะนำตัวจากท่าน้ำหอนาฬิกานนทบุรี ไปยังตลาดสดเทศบาลนนทบุรี โดยมีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ให้กำลังใจและขอถ่ายรูป และมีพ่อค้าแม่ค้าบางส่วนที่ไม่สนับสนุน พร้อมโวยประเด็นทหารมีไว้ทำไม
.
แม่ค้ารายหนึ่ง พูดขึ้นมาระหว่างที่ น.ส.รักชนก เดินหาเสียงว่าด่าทหาร ด้อยค่าทหาร ก่อนที่น.ส.รักชนก กล่าวอธิบายทำความเข้าใจ ว่า ตั้งแต่เป็น ส.ส.มา ทั้งพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล และประชาชนมา 7 ปี พรรคเราไม่เคยมีใครด่าทหารเลย เราไม่เคยด้อยค่าทหาร ตนเป็นคนออกมาเรียกร้องเรื่องการโกงโควต้าล็อตเตอรี่ ของทหารผ่านศึก และก็เป็นคนออกมาเรียกร้องเรื่องเงินเดือนทหาร 12,000 บาท ซึ่งทุกวันนี้ทหารยังได้เงินเดือน 4,000 บาท ก็คือตนเอง
.
พรรคเราเป็นเพียงพรรคเดียวที่ยืนเคียงข้างทหารชั้นผู้น้อย และยังพลักดันเรื่องเรือฟริเกตด้วย ซึ่งตอนนี้เชื่อว่ามีปฎิบัติการไอโอปั่นหัว คนจำนวนมากในประเทศนี้ก็โดน และรู้หรือไม่ว่านายรังสิมันต์ โรม เป็นคนแรกที่เสนอตัดไฟที่พม่า หลังจากตัดไฟที่พม่าแล้วนายรังสิมันต์ โรม ก็เป็นคนแรกๆที่เสนอตัดฝั่งเขมร ต่ออีกด้วย” น.ส.รักชนกกล่าว
.
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า รู้จักเบนสมิธหรือไม่ เบนสมิธก็คือคนฟอกเงินให้ฮุนเซน แล้วฮุนเซนก็มีเงินไปซื้ออาวุธมาสู้รบกับไทยในขณะนี้ คือเงินจากสแกมเมอร์ แล้วรู้หรือไม่ใครเคยถ่ายรูปกับเบนสมิธบ้าง หลังจาก น.ส. รักชนก เดินหาเสียงเสร็จสิ้น ได้เดินทางไปยังตลาด บีบี บางใหญ่
.

.
พาณิชย์ วิเคราะห์การค้าไทยปี69 เผชิญกำลังซื้อคู่ค้าอ่อนแรง แรงงานโลกฟื้นจำกัด
https://www.matichon.co.th/economy/news_5542216
.
พาณิชย์ วิเคราะห์การค้าไทยปี69 เผชิญกำลังซื้อคู่ค้าอ่อนแรง แรงงานโลกฟื้นจำกัด
.
เมื่อวันที่ 9 มกราคม นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า สนค. วิเคราะห์แนวโน้มการส่งออกรายสินค้าและรายตลาดด้วยอนุกรมเวลา (Time Series Model) ควบคู่กับการวิเคราะห์สถานการณ์ที่จะกระทบต่อการค้าในอนาคต โดยมีรายละเอียด ดังนี้
.
ทิศทางสินค้าส่งออกกลุ่มอุตสาหกรรมปี 2569 โอกาสเชิงโครงสร้างดิจิทัลท่ามกลางความผันผวนของมาตรการการค้าโลก สินค้ากลุ่มดาวรุ่ง ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า (เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าดังกล่าวนี้มีแรงขับเคลื่อนหลักจากการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก (Supply Chain Diversification) เพื่อมุ่งสู่การยกระดับสินค้าไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added) ซึ่งกระตุ้นความต้องการสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดรับกับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเครื่องจักรกลขั้นสูง อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน (เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก น้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป) อัญมณี และเครื่องปรับอากาศ ยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน การชะลอตัวของกำลังซื้อกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย และกำแพงภาษีที่เข้มงวดขึ้นในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่เทคโนโลยีอัจฉริยะและความยั่งยืน (ESG) เพื่อรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันและเสถียรภาพทางการตลาดในระยะยาว ภายใต้มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่