ระบายความอึดอัดใจ ระหว่างความเป็นลูก กับการมีแฟน

ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ระบายความรู้สึกหน่อยนะครับ
ไม่ได้อยากให้ใครดราม่า แค่อยากฟังมุมมองจากคนนอกว่าผมคิดมากไปเองหรือเปล่า

ผมเป็นลูกชายคนโต มีน้องหนึ่งคน ตั้งแต่เด็กผมเป็นคนเชื่อฟังแม่มาตลอด
แม่ผมไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน เป็นคนปกติทั่วไป แต่จะค่อนข้างคาดหวังกับผมสูง
เช่น ถ้าเทอมก่อนผมได้เกรด 3.42 แล้วเทอมถัดมาได้ 3.30 แม่ก็จะไม่พอใจ
มีการลงโทษ งดเล่นโทรศัพท์ ให้อ่านหนังสือ
ด้วยเหตุนี้ทำให้ผมโตมาเป็นคนที่ กล้าเล่าเฉพาะเรื่องที่ตัวเองทำได้ดี
เช่น สอบคณิตได้ 18/20 ก็เอาไปเล่าให้เค้าฟัง แต่สอบวิทย์ได้ 10/20 ผมจะไม่พูดเลย
พูดง่ายๆ คือผมไม่ค่อยกล้าเล่าเรื่องที่ตัวเองล้มเหลวให้แม่ฟัง
อีกอย่างคือแม่ห่วงผมมาก กลัวเกเร ห่วงอุบัติเหตุ ไม่ค่อยอยากให้ไปเที่ยวข้างนอก เลี้ยงดูผมเหมือนไข่ในหิน
จนกระทั่งผมสอบติดมหาลัยต่างจังหวัด ถึงได้เริ่มมีชีวิตของตัวเอง ไปเที่ยวกับเพื่อน ร้องคาราโอเกะ ออกไปใช้ชีวิตบ้าง
แม่ก็ไม่ได้ห้าม แค่คอยเตือนด้วยความเป็นห่วง

ต่อมาผมมีแฟน(ตอนนั้นผมอายุ21) ผมก็เลยบอกแม่ตรงๆ ว่ามีแฟน
แม่บอกว่าแม่เข้าใจ แม่ก็เป็นแม่ยุคใหม่ ลูกมีแฟนก็ไม่ว่าอะไร ถ้าลูกรักใครแม่ก็รับคนนั้น
แถมยังพาผมไปบ้านแฟนผมเลย ไปคุยกับพ่อแม่แฟน ฝากฝังให้เอ็นดูผมด้วย
ตอนนั้นผมรู้สึกมีความสุขมาก รู้สึกว่าแม่เข้าใจจริงๆ

แฟนผมอายุมากกว่าผมหนึ่งปี ไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลย เป็นลูกคนเดียวของบ้าน ที่บ้านเขาเลี้ยงแบบเพื่อน คุยกันได้ทุกเรื่อง
แฟนผมเป็นคนไม่เที่ยว ไม่ดื่ม ไม่สูบ เข้าสังคมไม่เก่ง ถ้ายังไม่สนิทจะดูเป็นคนเงียบๆ แต่ถ้ารู้จักกันระดับนึงเเล้วก็เป็นคนร่าเริงคนนึงเลย

ช่วงปิดเทอม ผมก็ได้กลับบ้าน
แฟนผมอยู่จังหวัดเดียวกันกับที่บ้านผมเลย ช่วงที่ผมปิดเทอมผมก็พาแฟนไปคาเฟ่ ดูหนัง ไปบ้านแฟนบ้าง พ่อแม่แฟนเอ็นดูผมมาก รักเหมือนลูกจริงๆ
บางครั้งผมก็พาแฟนมานั่งเล่นที่บ้าน เจอพ่อแม่ผมตามปกติ

แต่วันหนึ่ง แม่ผมพูดกับผมว่า
แม่ไม่โอเคกับแฟนผม เพราะตอนผมกลับไปเรียน แฟนไม่เคยแวะมาหาแม่เลย
ไม่เอาของมาฝากไม่มาเยี่ยมบ้าน ดูไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่รอแค่แฟนมาค่อย
ผมก็รับฟัง แล้วไปคุยกับแฟน
แฟนก็ไม่รู้ว่าต้องไป เค้าบอกว่าเขาทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรไปแล้วต้องพูดอะไร
ผมเลยไม่ได้บังคับเเฟน ก็เลยไม่ได้ทำอะไร แฟนผมก็พยายามปรับตัวโดยการ ตอนผมจะพาแฟนเข้าบ้าน เเฟนผมก็จะเเวะซื้อของติดไม้ติดมือไปด้วย
ผมพยายามปรับความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับแฟน โดยพาแฟนมารดน้ำดำหัวพ่อแม่ช่วงสงกรานต์ ท่านก็อวยพรให้อยู่ด้วยกันดูเเลกันไปนะ
และพาไปทำแบบเดียวกันกับที่บ้านแฟน ซึ่งทางบ้านแฟนไม่เคยทำอะไรแบบนี้ แต่พ่อแม่แฟนก็ปลื้มที่เราพากันทำ
แต่หลังจากนั้น แม่ผมก็ยังมีเรื่องแฟนให้พูดเรื่อยๆ
เช่น บอกว่าผมเสียคนเพราะแฟน ติดแฟน ไม่เห็นหัวผู้ใหญ่
บางครั้งก็บอกว่า “เรียนจบมาก็จะเอาเมียเลย ยังไม่ตอบแทนพ่อแม่”
ทั้งที่บางครั้งแม่ก็เป็นคนชวนแฟนมากินข้าว
ชวนให้นอนบ้านเพราะดึกแล้ว
แต่พอวันถัดมากลับมาบ่นผมว่า “มุ่งแต่จะมีเมีย”
มีครั้งหนึ่งผมไปบ้านแฟน แม่แฟนชวนให้นอนค้างที่บ้านเพราะดึกแล้ว
ผมโทรไปขอแม่ แม่พูดประมาณว่า
“บ้านตัวเองก็มี ทำไมไม่กลับ พ่อแม่เขาจะคิดยังไง
ถ้ามีปัญหาก็รับผิดชอบเองนะ ลูกเขาเสียหาย”
ผมเลยตัดสินใจกลับบ้านตัวเอง แต่ก็ยังโดนบ่นเรื่องนี้อีก
หลังจากนั้น ผมเริ่มเลือกไม่พูดถึงแฟนให้แม่ฟัง เพื่อตัดปัญหา
ช่วงที่ผมกลับไปเรียน เเล้วมีวันหยุดหลายวัน ผมแอบไปหาแฟนโดยไม่บอกแม่ เพราะถ้าบอกท่านก็ไม่พอใจ เเล้วจะนอนค้างก็ไม่พอใจ ผมเลยตัดปัญหาเลือกที่จะไม่บอกเลย
แม่แฟนเข้าใจทุกอย่างผมบอกแม่แฟนว่า แม่ผมไม่อยากให้ผมนอนค้างกลัวลูกสาวแม่เสียหาย แม่แฟนผมเลยบอกว่า"โอ้ยอย่าไปคิดมากเลยลูก แม่ไม่มีอะไรหรอก เรารักกันก็ดีเเล้ว ดูๆกันไป" และดูแลผมดีมาก
จนทุกวันนี้ ผมกล้าคุยเรื่องในใจกับแม่แฟนมากกว่าแม่ตัวเอง

พอผมเรียนจบได้งานไกลบ้าน 50KM ถ้าให้ขับรถไปกลับทุกวันค่าน้ำมันก็เเพง ผมเลยไปพักกับเพื่อนที่จบมาด้วยกันพักใกล้โรงงาน แม่ผมรับรู้เเล้วก็โอเครไม่มีปัญหาอะไร

ต่อมาผมได้งานใหม่ไกลกว่าเดิม และแฟนก็ได้งานใหม่โซนเดียวกันพอดี แต่คนละที่ทำงานนนะครับ
แม่แฟนแนะนำให้เช่าหออยู่ใกล้ที่ทำงานไปเลย จะได้ไม่ต้องเดินทางไปกลับ มันไกล ผมก็เลยตัดสินใจเช่ากับแฟน
แม่แฟนช่วยซื้อของเข้าหอให้ เช่นตู้เย็น เครื่องซักผ้า
แต่ผมก็ยังไม่ได้บอกแม่เรื่องมาอยู่กับแฟน ผมบอกว่า ยังพักอยู่กับเพื่อนดหมือนเดิม เพราะไม่อยากมีปัญหา
ล่าสุดผมมีเหตุให้เดินทางไปต่างจังหวัดกับเเม่ แม่เลยถามถึงแฟน ว่าเป็นไงบ้างงานแฟนหนักมั้ย สวัสดิการดีมั้ย แนะนำเรื่องงานให้ คือพูดดีเลยครับ
ผมเลยคิดว่าแม่คงโอเคขึ้นแล้ว ปลงเเล้วมั้ง
ผมเลยลองเเย้มไปว่าจะเช่าหอใกล้ที่ทำงานเพราะขี้เกียจขับรถไปกลับหอเพื่อน มันไกล เเล้วเเม่เเฟนก็บอกว่าให้เช่าหอเเล้วหารกันอยู่เลยจะได้ช่วยกันจ่าย แม่ก็บอกว่า "ก็ดีนะ ช่วยกันหารค่าห้อง ไม่ต้องเดินทางไกลอีก
แต่พอผมกลับบ้าน แม่กลับพูดว่า
“จะเอาเมียแล้วเหรอ ดูแลพ่อแม่ดีแล้วหรือยัง
ตั้งแต่เลี้ยงมาไม่เคยเป็นแบบนี้ เสียคนเพราะผู้หญิง”
ผมได้แต่นั่งเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไร ผมสับสนไปหมด เวลาจะให้เหตุผลอะไรไปเค้าทำเหมือนรับฟังเเต่เค้ามีคำตอบของเค้าอยู่เเล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะตอบอะไรเค้าก็อยู่ฝั่งตัวเอง ผมเลยเลือกที่จะไม่พูด
ตอนนี้ผมเครียดมาก
แฟนผมเคยรู้ว่าแม่คิดยังไง แล้วร้องไห้หนักมาก ผมสงสารแฟน เลยไม่อยากให้เขารับรู้เรื่องลบๆ จากทางบ้านผมอีก
ผมขอชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ
ผมให้เงินแม่เดือนละ 4,000 บาท แม่ทำงานประจำ เงินเดือนประมาณ 30,000
ส่วนผมเองมีภาระค่าใช้จ่ายและหนี้
ผมเก็บเงินเดือนละ 3,000 และมีเงินใช้สำหรับกินทั้งเดือนประมาณ 2,000 บาท

ผมไม่ได้คิดจะทิ้งพ่อแม่
แค่อยากมีชีวิตของตัวเองบ้าง
แต่ตอนนี้ผมไม่แน่ใจเลยว่าผมกำลังทำผิดหรือเปล่า
ขอบคุณทุกความคิดเห็นล่วงหน้าครับ
ขอแค่พูดกันด้วยเหตุผลก็พอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่