
หากอยากเที่ยวญี่ปุ่นฝั่งตะวันตกแบบคุ้มค่า แม้จะไม่มีเวลาท่องเที่ยวหลายวัน แต่อยากมีทริปท่องเที่ยวที่เดินทางสะดวก และไม่ต้องวุ่นวายซื้อตั๋วหลายต่อ
JR Hiroshima – Yamaguchi Area Pass คือพาสที่ตอบโจทย์ที่สุด พาสเดียวพาเดินทางเชื่อมต่อเมืองสำคัญอย่างฟุกุโอกะ ยามากุจิ และฮิโรชิม่าได้ (โดยเฉพาะคนที่วางแผนบินลงที่สนามบินฟุกุโอกะ) ไม่ว่าจะเป็นเมืองประวัติศาสตร์ จุดชมธรรมชาติ หรือแหล่งกินเที่ยวชื่อดัง ก็สามารถวางแผนทริปได้ง่าย ประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเก็บไฮไลต์ของภูมิภาคคิวชู และชูโกกุให้ครบ 3 จังหวัดในทริปเดียว
วิธีแลกบัตร JR Hiroshima Yamaguchi Area Pass
เริ่มต้นทริปด้วยการแลกบัตรโดยสารให้เรียบร้อยก่อนออกไปเที่ยว สำหรับสถานีฮากาตะให้เดินไปที่ประตูตรวจตั๋วชินคันเซ็นบริเวณด้านหลังของสถานีฮากาตะ โดยตู้แลกตั๋วอัตโนมัติจะอยู่ที่ ชั้น 1 บริเวณจุดจำหน่ายตั๋วรถไฟชินคันเซ็น (Shinkansen Central Ticket Gate) และที่ชั้น 2 บริเวณจุดจำหน่ายตั๋วรถไฟชินคันเซ็นฝั่ง Hikari Square (Shinkansen Hikari Square Ticket Gate) โดยจุดที่ใช้แลกพาส จะอยู่บริเวณด้านหลังของสถานีฮากาตะ ส่วนเครื่องที่สามารถแลกได้ต้องมีโลโก้พาสปอร์ตอยู่ด้วย หรือดูได้จากตู้ที่เครื่อง ที่จะมีจุดสแกนพาสปอร์ตด้านข้าง

***หมายเหตุ***
วิธีจองที่นั่ง ที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ สำหรับผู้ที่มี JR-WEST RAIL PASS แล้ว สามารถ จองที่นั่งแบบจองล่วงหน้า ได้ที่เครื่องจำหน่ายตั๋วโดยไม่ต้องต่อแถวรอซื้อที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว และจำกัดเฉพาะบัตรโดยสารประเภทพาส ที่สามารถโดยสารที่นั่งแบบจองล่วงหน้าได้
* หากหนังสือเดินทางของคุณ “ไม่มีชิป IC” กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว ,
** หนังสือเดินทาง “บางเล่ม” ที่มีชิป IC อาจไม่สามารถอ่านได้ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว
JR Hiroshima - Yamaguchi Area Pass
เป็นบัตรโดยสารรถไฟ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะ มอบการเดินทางแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งติดต่อกัน 5 วันบนรถไฟและรถบัสสาย JR ในพื้นทีที่กำหนด โดยทริปนี้เราใช้เวลาเดินทางเพียง 3 วันเพื่อเดินทางจากจังหวัดฟุกุโอกะ ไปยามากุจิ และฮิโรชิม่าแบบคุ้มค่า เดินทางสะดวก และสามารถจองที่นั่งได้อีกด้วย
Yamaguchi จังหวัดที่เดินทางสะดวกเหมาะกับการเริ่มต้นทำความรู้จักภูมิภาคชูโกกุ
จังหวัดยามากุจิ ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของภูมิภาคชูโกกุ ติดทะเลญี่ปุ่นและทะเลเซโตะใน เป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติที่สวยงาม อาหารทะเลสดๆ และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำคัญจำนวนมาก โดยทริปนี้เราเน้นไปที่เมืองท่าชิโมโนเซกิ ที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาปักเป้าและตลาดปลาคาราโตะเป็นหลัก สำหรับผู้ที่ชอบท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม และการเดินทางแบบไม่เร่งรีบ จังหวัดนี้เหมาะกับทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไปของคุณอย่างแน่นอน โดยจากสถานีฮากาตะในจังหวัดฟุกุโอกะ ข้ามมายังสถานี Shin- Shimonoseki ในจังหวัดยามากุจิ ใช้เวลาเพียง 35 นาที ด้วยรถไฟชินคันเซ็น ก่อนจะเปลี่ยนสายมานั่งรถไฟท้องถิ่น และรถบัสเพื่อมุ่งตรงไปยังตลาดปลาคาราโตะแสนสะดวก
1.อาคารประวัติศาสตร์อดีตกงสุลอังกฤษ เมืองชิโมโนเซกิ (Former British Consulate in Shimonoseki)
อาคารประวัติศาสตร์สำคัญของเมืองชิโมโนเซกิ สร้างขึ้นในปีค.ศ.1906 เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกงสุลอังกฤษในยุคที่เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้าและการเดินเรือสำคัญ อาคารอิฐสีแดงสไตล์ตะวันตกโดดเด่นให้กลิ่นอายยุคเมจิ และไทโชอย่างชัดเจน ด้านบนเป็นที่ตั้งของคาเฟ่ในอาคารเก่า สามารถมานั่งจิบชา กาแฟ และถ่ายรูปกับภายในอาคารที่สวยงามได้
2.ตลาดปลาคาราโตะ (Karato Fish Market)
ตลาดปลาชื่อดังแนะนำของเมืองชิโมโนเซกิ จุดเด่นคือของทะเลสดมากและมีคุณภาพเยี่ยม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นและเลือกซื้อของสด เช่น ปลาหมึก ปู และปลาอื่นๆ ที่สามารถนำไปปรุงอาหารได้ทันที นอกจากนี้ยังมีสินค้าผักสด เครื่องปรุง และของฝากหลากหลายให้เลือกซื้อ ตลาดนี้ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกและเป็นที่นิยมทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
3.ศาลเจ้าอากามะ (Akama Shrine)
เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่โดดเด่นที่สุดของเมือง โดดเด่นด้วยประตูสีแดงแบบริวโงมงที่งดงาม มองเห็นวิวอ่าวคันมงและฝั่งคิตะคิวชู จังหวัดฟุกุโอกะได้ด้วยตาเปล่า ที่นี่จึงรายล้อมด้วยบรรยากาศสงบและวิวทะเลที่สวยงาม และเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามเก็นเปย์ด้วย ใครเป็นสายถ่ายรูปไม่อยากให้พลาดที่นี่อย่างเด็ดขาด
4.ทาโกะยากิในแซนด์วิชแครกเกอร์กรุบกรอบของร้าน Cafe Tiara
Takoyaki Sand แค่น่ารักไม่พอ แถมยังรสชาติอร่อยด้วยนะ เมนูนี้เป็นอะไรที่เลิฟมากอยากแนะนำให้ลองชิมดู และอย่าทิ้งไว้นาน เพราะทาโกะยากิที่ทำใหม่ๆ และร้อนอยู่นั้นมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มฟูอร่อยชะมัด! ร้านนี้มีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกด้วย เราเลือกน้ำเลมอนโซดา เรียกความสดใสซาบซ่ามาได้ดีเลยเชียว
5.ซอฟท์ครีมมันหวานอบของร้าน Cha-no-koku
ร้านพาร์เฟ่ต์ และเครื่องดื่มสัญชาติญี่ปุ่น ทางร้านภูมิใจนำเสนอไอศกรีมแบบซอฟต์เซิร์ฟ ที่ราดด้วยน้ำเชื่อม และมันเทศอบ เป็นเมนูอร่อยตามฤดูกาลที่ในวันที่อากาศร้อน และแสงแดดเจิดจ้า ซอฟท์ครีมเย็นๆ รสหวานรับประทานง่ายนี่มันทำให้หัวใจชุ่มชื่นขึ้นมาเลยนะ
6.ซาชิมิปลาฟุกุ (ปลาปักเป้า)
ถ้าอยากมีประสบการณ์การกินซาชิมิปลาฟุกุ หรือปลาปักเป้าสักครั้ง แนะนำเลยเพราะเป็นของขึ้นชื่อของเมืองนี้ และการแล่ปลาฟุกุนั้นต้องอาศัยเชฟผู้เชี่ยวชาญและได้รับใบอนุญาตเฉพาะทางในการปรุง จึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะการชิมซาชิมิปลาฟุกุที่นี่จะทั้งสด อร่อย ละเอียดอ่อน และปรุงอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน พร้อมสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นแท้ ๆ ที่หาได้ยากจากที่อื่น
7.แหล่งกินซูชิและซาชิมิในราคาย่อมเยา
ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของตลาดปลาคาราโตะยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งกินซูชิ ซาชิมิราคาย่อมเยา แนะนำให้มาที่นี่ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์บรรยากาศตลาดจะคึกคัก เหล่าร้านค้าต่างๆ จะขายซูชิ ซาชิมิ ไข่หอยเม่น กุ้ง หอย ฯลฯ มีให้เลือกเยอะมากเตรียมท้องไว้ได้เลย

จากจังหวัดยามากุจิ เราเดินทางต่อด้วย JR Hiroshima - Yamaguchi Area Pass ไปยังเมืองฮิโรชิม่า เพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่เราตั้งตารอ
Hiroshima เป็นจังหวัดที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติได้อย่างลงตัว มีสถานที่สำคัญมากมาย ภายหลังเหตุการณ์การระเบิดของระเบิดปรมาณูในปี ค.ศ.1945 นอกจากนี้ยังมีเมืองโอโนมิจิซึ่งมีบรรยากาศสงบและเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางปั่นจักรยาน Shimanami Kaido อาหารขึ้นชื่อได้แก่โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่าและหอยนางรมสด เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ธรรมชาติ และการเดินทางแบบช้าๆ ในเมืองที่มีบรรยากาศงดงาม
1.ปราสาทฮิโรชิม่า (Hiroshima Castle)
การทำความรู้จักเมืองนั้นๆ ผ่านปราสาทประจำเมืองก็เป็นอะไรที่แนะนำ สำหรับที่มาที่ไปของปราสาทฮิโรชิม่านั้นเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมยุคเซ็นโกคุเอาไว้เป็นอย่างดี ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของเมืองฮิโรชิม่าที่น่าสนใจเอาไว้ สำหรับผู้ที่ชอบประวัติศาสตร์อย่าพลาดที่นี่
2.พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮิโรชิม่า (Hiroshima Museum of Art)
เป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม มีร้านขายของที่ระลึกอยู่ด้านหน้า รวมทั้งคาเฟ่ Cafe Jardin ที่บรรยากาศน่านั่งสุดๆ แค่สั่งเครื่องดื่มกับขนมมา พร้อมรื่นรมย์กับลานหน้าพิพิธภัณฑ์ที่มีต้นไม้ใหญ่ พร้อมชมโครงสร้างอาคาร และสถาปัตยกรรมเพลินๆ ไม่ว่าในพิพิธภัณฑ์จะจัดนิทรรศการเกี่ยวกับอะไร ทางคาเฟ่จะจัดเตรียมเมนูพิเศษตามงานที่จัดแสดงไว้ด้วย
3.โดมปรมาณู (Genbaku Dome)
โดมปรมาณูแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางการระเบิดของระเบิดปรมาณูเพียงประมาณ 160 เมตร จึงได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากแรงระเบิด โครงเหล็กภายในถูกทำลายและภายนอกได้รับความเสียหายอย่างหนัก ปัจจุบันยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ในสภาพเดียวกับทันทีหลังการทิ้งระเบิด เพื่อเป็นพยานถึงโศกนาฏกรรมทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น
4.พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า (Hiroshima Peace Memorial Museum)
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในสวนสันติภาพฮิโรชิม่า เป็นสถานที่สำคัญที่ถ่ายทอดเรื่องราวของการทิ้งระเบิดปรมาณูเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ผ่านภาพถ่าย สิ่งของจริงของผู้ประสบภัย และคำบอกเล่าที่สะท้อนความสูญเสียจากสงคราม ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการบอกเล่าประวัติศาสตร์ แต่ยังสื่อสารถึงคุณค่าของชีวิตด้วย ถือเป็นอีกสถานที่ที่คุ้มค่าแก่การเข้าชม
5.เกาะมิยาจิมะ (Miyajima)
เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและมีความสำคัญทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอิสึกุชิมะซึ่งมีประตูโทริอิที่ตั้งอยู่ในทะเลนอกจากนี้เกาะนี้ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม โดยเฉพาะวิวจากการเดินขึ้นเขามิเซ็นที่มีทิวทัศน์สุดตระการตา การได้มาเยี่ยมชมเกาะมิยาจิมะจึงเป็นการผสมผสานระหว่างการสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ลึกซึ้ง และความงามของธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักท่องเที่ยว
6.โมมิจิมันจู (Momiji Manju)
ขนมของฝากของฮิโรชิม่า มีเสน่ห์ตั้งแต่ตัวแป้งที่ชุ่มชื่นและความหวานของไส้ด้านในที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ช็อกโกแลต มัทฉะ ถั่วแดง และครีมชีสก็ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยรสชาติและเนื้อสัมผัสของแป้งจะแตกต่างกันไปตามร้าน สามารถลิ้มลองอาหารอบสดใหม่ได้ที่ถนนช้อปปิ้งโอโมเตะซันโดในมิยาจิมะ หรือร้านของฝากทั่วไปในจังหวัด
7.หมู่บ้านโอโคโนมิยากิ (Okonomimura)
อาคารที่รวมร้านโอโคโนมิยากิกว่า 20 ร้าน ไว้ในอาคารเดียว เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวต้องแวะเมื่อมาฮิโรชิม่า ใครทำข้อมูลมาว่าร้านไหนยอดนิยม ก็ต้องต่อคิวรอหน่อย ความน่าสนใจอยู่ที่แต่ละร้านสามารถดูเชฟทำโอโคโนมิยากิแบบใกล้ๆ ตั้งแต่เริ่มปรุงจนเสิร์ฟบนเตาร้อนตรงหน้า ไม่ไกลจากบริเวณนี้ยังมีฝาท่อลายโอโคโนมิยากิให้เดินชมด้วย
(มีต่อ)
JR Hiroshima - Yamaguchi Area Pass พาสเดียวเที่ยวง่ายเดินทางได้ทั้งฟุกุโอกะ ยามากุจิ และฮิโรชิม่า
หากอยากเที่ยวญี่ปุ่นฝั่งตะวันตกแบบคุ้มค่า แม้จะไม่มีเวลาท่องเที่ยวหลายวัน แต่อยากมีทริปท่องเที่ยวที่เดินทางสะดวก และไม่ต้องวุ่นวายซื้อตั๋วหลายต่อ JR Hiroshima – Yamaguchi Area Pass คือพาสที่ตอบโจทย์ที่สุด พาสเดียวพาเดินทางเชื่อมต่อเมืองสำคัญอย่างฟุกุโอกะ ยามากุจิ และฮิโรชิม่าได้ (โดยเฉพาะคนที่วางแผนบินลงที่สนามบินฟุกุโอกะ) ไม่ว่าจะเป็นเมืองประวัติศาสตร์ จุดชมธรรมชาติ หรือแหล่งกินเที่ยวชื่อดัง ก็สามารถวางแผนทริปได้ง่าย ประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเก็บไฮไลต์ของภูมิภาคคิวชู และชูโกกุให้ครบ 3 จังหวัดในทริปเดียว
วิธีแลกบัตร JR Hiroshima Yamaguchi Area Pass
เริ่มต้นทริปด้วยการแลกบัตรโดยสารให้เรียบร้อยก่อนออกไปเที่ยว สำหรับสถานีฮากาตะให้เดินไปที่ประตูตรวจตั๋วชินคันเซ็นบริเวณด้านหลังของสถานีฮากาตะ โดยตู้แลกตั๋วอัตโนมัติจะอยู่ที่ ชั้น 1 บริเวณจุดจำหน่ายตั๋วรถไฟชินคันเซ็น (Shinkansen Central Ticket Gate) และที่ชั้น 2 บริเวณจุดจำหน่ายตั๋วรถไฟชินคันเซ็นฝั่ง Hikari Square (Shinkansen Hikari Square Ticket Gate) โดยจุดที่ใช้แลกพาส จะอยู่บริเวณด้านหลังของสถานีฮากาตะ ส่วนเครื่องที่สามารถแลกได้ต้องมีโลโก้พาสปอร์ตอยู่ด้วย หรือดูได้จากตู้ที่เครื่อง ที่จะมีจุดสแกนพาสปอร์ตด้านข้าง
***หมายเหตุ***
วิธีจองที่นั่ง ที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ สำหรับผู้ที่มี JR-WEST RAIL PASS แล้ว สามารถ จองที่นั่งแบบจองล่วงหน้า ได้ที่เครื่องจำหน่ายตั๋วโดยไม่ต้องต่อแถวรอซื้อที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว และจำกัดเฉพาะบัตรโดยสารประเภทพาส ที่สามารถโดยสารที่นั่งแบบจองล่วงหน้าได้
* หากหนังสือเดินทางของคุณ “ไม่มีชิป IC” กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว ,
** หนังสือเดินทาง “บางเล่ม” ที่มีชิป IC อาจไม่สามารถอ่านได้ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว
JR Hiroshima - Yamaguchi Area Pass
เป็นบัตรโดยสารรถไฟ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะ มอบการเดินทางแบบไม่จำกัดจำนวนครั้งติดต่อกัน 5 วันบนรถไฟและรถบัสสาย JR ในพื้นทีที่กำหนด โดยทริปนี้เราใช้เวลาเดินทางเพียง 3 วันเพื่อเดินทางจากจังหวัดฟุกุโอกะ ไปยามากุจิ และฮิโรชิม่าแบบคุ้มค่า เดินทางสะดวก และสามารถจองที่นั่งได้อีกด้วย
Yamaguchi จังหวัดที่เดินทางสะดวกเหมาะกับการเริ่มต้นทำความรู้จักภูมิภาคชูโกกุ
จังหวัดยามากุจิ ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของภูมิภาคชูโกกุ ติดทะเลญี่ปุ่นและทะเลเซโตะใน เป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติที่สวยงาม อาหารทะเลสดๆ และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำคัญจำนวนมาก โดยทริปนี้เราเน้นไปที่เมืองท่าชิโมโนเซกิ ที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาปักเป้าและตลาดปลาคาราโตะเป็นหลัก สำหรับผู้ที่ชอบท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม และการเดินทางแบบไม่เร่งรีบ จังหวัดนี้เหมาะกับทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไปของคุณอย่างแน่นอน โดยจากสถานีฮากาตะในจังหวัดฟุกุโอกะ ข้ามมายังสถานี Shin- Shimonoseki ในจังหวัดยามากุจิ ใช้เวลาเพียง 35 นาที ด้วยรถไฟชินคันเซ็น ก่อนจะเปลี่ยนสายมานั่งรถไฟท้องถิ่น และรถบัสเพื่อมุ่งตรงไปยังตลาดปลาคาราโตะแสนสะดวก
1.อาคารประวัติศาสตร์อดีตกงสุลอังกฤษ เมืองชิโมโนเซกิ (Former British Consulate in Shimonoseki)
อาคารประวัติศาสตร์สำคัญของเมืองชิโมโนเซกิ สร้างขึ้นในปีค.ศ.1906 เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกงสุลอังกฤษในยุคที่เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้าและการเดินเรือสำคัญ อาคารอิฐสีแดงสไตล์ตะวันตกโดดเด่นให้กลิ่นอายยุคเมจิ และไทโชอย่างชัดเจน ด้านบนเป็นที่ตั้งของคาเฟ่ในอาคารเก่า สามารถมานั่งจิบชา กาแฟ และถ่ายรูปกับภายในอาคารที่สวยงามได้
2.ตลาดปลาคาราโตะ (Karato Fish Market)
ตลาดปลาชื่อดังแนะนำของเมืองชิโมโนเซกิ จุดเด่นคือของทะเลสดมากและมีคุณภาพเยี่ยม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นและเลือกซื้อของสด เช่น ปลาหมึก ปู และปลาอื่นๆ ที่สามารถนำไปปรุงอาหารได้ทันที นอกจากนี้ยังมีสินค้าผักสด เครื่องปรุง และของฝากหลากหลายให้เลือกซื้อ ตลาดนี้ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกและเป็นที่นิยมทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
3.ศาลเจ้าอากามะ (Akama Shrine)
เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่โดดเด่นที่สุดของเมือง โดดเด่นด้วยประตูสีแดงแบบริวโงมงที่งดงาม มองเห็นวิวอ่าวคันมงและฝั่งคิตะคิวชู จังหวัดฟุกุโอกะได้ด้วยตาเปล่า ที่นี่จึงรายล้อมด้วยบรรยากาศสงบและวิวทะเลที่สวยงาม และเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามเก็นเปย์ด้วย ใครเป็นสายถ่ายรูปไม่อยากให้พลาดที่นี่อย่างเด็ดขาด
4.ทาโกะยากิในแซนด์วิชแครกเกอร์กรุบกรอบของร้าน Cafe Tiara
Takoyaki Sand แค่น่ารักไม่พอ แถมยังรสชาติอร่อยด้วยนะ เมนูนี้เป็นอะไรที่เลิฟมากอยากแนะนำให้ลองชิมดู และอย่าทิ้งไว้นาน เพราะทาโกะยากิที่ทำใหม่ๆ และร้อนอยู่นั้นมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มฟูอร่อยชะมัด! ร้านนี้มีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกด้วย เราเลือกน้ำเลมอนโซดา เรียกความสดใสซาบซ่ามาได้ดีเลยเชียว
5.ซอฟท์ครีมมันหวานอบของร้าน Cha-no-koku
ร้านพาร์เฟ่ต์ และเครื่องดื่มสัญชาติญี่ปุ่น ทางร้านภูมิใจนำเสนอไอศกรีมแบบซอฟต์เซิร์ฟ ที่ราดด้วยน้ำเชื่อม และมันเทศอบ เป็นเมนูอร่อยตามฤดูกาลที่ในวันที่อากาศร้อน และแสงแดดเจิดจ้า ซอฟท์ครีมเย็นๆ รสหวานรับประทานง่ายนี่มันทำให้หัวใจชุ่มชื่นขึ้นมาเลยนะ
6.ซาชิมิปลาฟุกุ (ปลาปักเป้า)
ถ้าอยากมีประสบการณ์การกินซาชิมิปลาฟุกุ หรือปลาปักเป้าสักครั้ง แนะนำเลยเพราะเป็นของขึ้นชื่อของเมืองนี้ และการแล่ปลาฟุกุนั้นต้องอาศัยเชฟผู้เชี่ยวชาญและได้รับใบอนุญาตเฉพาะทางในการปรุง จึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะการชิมซาชิมิปลาฟุกุที่นี่จะทั้งสด อร่อย ละเอียดอ่อน และปรุงอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน พร้อมสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นแท้ ๆ ที่หาได้ยากจากที่อื่น
7.แหล่งกินซูชิและซาชิมิในราคาย่อมเยา
ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของตลาดปลาคาราโตะยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งกินซูชิ ซาชิมิราคาย่อมเยา แนะนำให้มาที่นี่ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์บรรยากาศตลาดจะคึกคัก เหล่าร้านค้าต่างๆ จะขายซูชิ ซาชิมิ ไข่หอยเม่น กุ้ง หอย ฯลฯ มีให้เลือกเยอะมากเตรียมท้องไว้ได้เลย
จากจังหวัดยามากุจิ เราเดินทางต่อด้วย JR Hiroshima - Yamaguchi Area Pass ไปยังเมืองฮิโรชิม่า เพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่เราตั้งตารอ
Hiroshima เป็นจังหวัดที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติได้อย่างลงตัว มีสถานที่สำคัญมากมาย ภายหลังเหตุการณ์การระเบิดของระเบิดปรมาณูในปี ค.ศ.1945 นอกจากนี้ยังมีเมืองโอโนมิจิซึ่งมีบรรยากาศสงบและเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางปั่นจักรยาน Shimanami Kaido อาหารขึ้นชื่อได้แก่โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่าและหอยนางรมสด เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ธรรมชาติ และการเดินทางแบบช้าๆ ในเมืองที่มีบรรยากาศงดงาม
1.ปราสาทฮิโรชิม่า (Hiroshima Castle)
การทำความรู้จักเมืองนั้นๆ ผ่านปราสาทประจำเมืองก็เป็นอะไรที่แนะนำ สำหรับที่มาที่ไปของปราสาทฮิโรชิม่านั้นเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมยุคเซ็นโกคุเอาไว้เป็นอย่างดี ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของเมืองฮิโรชิม่าที่น่าสนใจเอาไว้ สำหรับผู้ที่ชอบประวัติศาสตร์อย่าพลาดที่นี่
2.พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮิโรชิม่า (Hiroshima Museum of Art)
เป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม มีร้านขายของที่ระลึกอยู่ด้านหน้า รวมทั้งคาเฟ่ Cafe Jardin ที่บรรยากาศน่านั่งสุดๆ แค่สั่งเครื่องดื่มกับขนมมา พร้อมรื่นรมย์กับลานหน้าพิพิธภัณฑ์ที่มีต้นไม้ใหญ่ พร้อมชมโครงสร้างอาคาร และสถาปัตยกรรมเพลินๆ ไม่ว่าในพิพิธภัณฑ์จะจัดนิทรรศการเกี่ยวกับอะไร ทางคาเฟ่จะจัดเตรียมเมนูพิเศษตามงานที่จัดแสดงไว้ด้วย
3.โดมปรมาณู (Genbaku Dome)
โดมปรมาณูแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางการระเบิดของระเบิดปรมาณูเพียงประมาณ 160 เมตร จึงได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากแรงระเบิด โครงเหล็กภายในถูกทำลายและภายนอกได้รับความเสียหายอย่างหนัก ปัจจุบันยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ในสภาพเดียวกับทันทีหลังการทิ้งระเบิด เพื่อเป็นพยานถึงโศกนาฏกรรมทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น
4.พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า (Hiroshima Peace Memorial Museum)
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในสวนสันติภาพฮิโรชิม่า เป็นสถานที่สำคัญที่ถ่ายทอดเรื่องราวของการทิ้งระเบิดปรมาณูเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ผ่านภาพถ่าย สิ่งของจริงของผู้ประสบภัย และคำบอกเล่าที่สะท้อนความสูญเสียจากสงคราม ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการบอกเล่าประวัติศาสตร์ แต่ยังสื่อสารถึงคุณค่าของชีวิตด้วย ถือเป็นอีกสถานที่ที่คุ้มค่าแก่การเข้าชม
5.เกาะมิยาจิมะ (Miyajima)
เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและมีความสำคัญทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอิสึกุชิมะซึ่งมีประตูโทริอิที่ตั้งอยู่ในทะเลนอกจากนี้เกาะนี้ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม โดยเฉพาะวิวจากการเดินขึ้นเขามิเซ็นที่มีทิวทัศน์สุดตระการตา การได้มาเยี่ยมชมเกาะมิยาจิมะจึงเป็นการผสมผสานระหว่างการสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ลึกซึ้ง และความงามของธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักท่องเที่ยว
6.โมมิจิมันจู (Momiji Manju)
ขนมของฝากของฮิโรชิม่า มีเสน่ห์ตั้งแต่ตัวแป้งที่ชุ่มชื่นและความหวานของไส้ด้านในที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ช็อกโกแลต มัทฉะ ถั่วแดง และครีมชีสก็ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยรสชาติและเนื้อสัมผัสของแป้งจะแตกต่างกันไปตามร้าน สามารถลิ้มลองอาหารอบสดใหม่ได้ที่ถนนช้อปปิ้งโอโมเตะซันโดในมิยาจิมะ หรือร้านของฝากทั่วไปในจังหวัด
7.หมู่บ้านโอโคโนมิยากิ (Okonomimura)
อาคารที่รวมร้านโอโคโนมิยากิกว่า 20 ร้าน ไว้ในอาคารเดียว เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวต้องแวะเมื่อมาฮิโรชิม่า ใครทำข้อมูลมาว่าร้านไหนยอดนิยม ก็ต้องต่อคิวรอหน่อย ความน่าสนใจอยู่ที่แต่ละร้านสามารถดูเชฟทำโอโคโนมิยากิแบบใกล้ๆ ตั้งแต่เริ่มปรุงจนเสิร์ฟบนเตาร้อนตรงหน้า ไม่ไกลจากบริเวณนี้ยังมีฝาท่อลายโอโคโนมิยากิให้เดินชมด้วย
(มีต่อ)