
ในค่ำคืนที่แสงไฟนีออนสว่างจ้าทาบไปบนตึกสูงเสียดฟ้า เสียงแตรรถและฝุ่นควันมหาศาลกลายเป็นเพื่อนร่วมทางคนใหม่ของชายหนุ่มจากบ้านนา เขาเดินอยู่บนถนนปูนที่ไร้ซึ่งร่องรอยของความเมตตา มองไปทางไหนก็เจอแต่ความรีบเร่งและแววตาที่ว่างเปล่า
เขาคือหนึ่งในนับล้านชีวิตที่ตัดสินใจ
"จากบ้านมา" ทิ้งกลิ่นโคลนสาบควายและรอยไถที่คุ้นเคย เพื่อมาเป็นลูกจ้างในเมืองกรุง โดยมีเพียง "เสื่อผืนหมอนใบ" และ "กระดาษสัญญาจ้าง" เป็นหลักประกันเดียวในชีวิต
ถนนสายนี้ไม่มีดอกไม้... มีเพียงป้ายไฟโฆษณาที่ชวนให้เพ้อฝัน แต่ความจริงในกระเป๋านั้นช่างสวนทาง ทุกย่างก้าวที่เดินบนฟุตบาทใจเขามักจะละเมอกลับไปหาทางดินที่บ้านป่า คิดถึงกับข้าวรสมือแม่ และความอบอุ่นที่หาไม่ได้ในตึกแถวแคบๆ เขาต้องอดทนต่อสู้กับความเหงาและแดดเมืองที่แผดเผาจนกายเพลีย เพื่อแลกกับ "เงินทอนของชีวิต" ที่จะส่งกลับไปพยุงครอบครัว
แม้เท้าจะล้าจนอยากจะหยุดเดิน แม้เห็นใครต่อใครพ่ายแพ้แล้วหนีกลับไปทางเดิม แต่เขากลับถอยไม่ได้ ความจนสำหรับเขานั้นน่ากลัวกว่าความมืดมิดของกรุงเทพฯ เขาจึงเลือกที่จะ
"เติมพลังใจ" ให้เต็ม แล้วก้าวต่อไปบนถนนสายฝุ่นเส้นนี้
เขารู้ดีว่าความลำบากในวันนี้ ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือเส้นทางที่ต้องผ่าน... เพื่อที่วันหนึ่ง เมื่อเก็บเงินได้ครบตามความฝัน เขาจะได้กลับไปนอนพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มที่บ้านเกิดของตัวเอง
เขากระซิบปลอบใจตัวเองเบาๆ ท่ามกลางเสียงวุ่นวายของเมืองใหญ่...
"สู้ต่อไปนะไอ้ทิด... ถนนสายฝุ่นนี้ ปลายทางคือบ้านเรา"
ถนนสายฝุ่น | ความฝันของชายหนุ่มจากบ้านไปยังเมืองใหญ่
ในค่ำคืนที่แสงไฟนีออนสว่างจ้าทาบไปบนตึกสูงเสียดฟ้า เสียงแตรรถและฝุ่นควันมหาศาลกลายเป็นเพื่อนร่วมทางคนใหม่ของชายหนุ่มจากบ้านนา เขาเดินอยู่บนถนนปูนที่ไร้ซึ่งร่องรอยของความเมตตา มองไปทางไหนก็เจอแต่ความรีบเร่งและแววตาที่ว่างเปล่า
เขาคือหนึ่งในนับล้านชีวิตที่ตัดสินใจ "จากบ้านมา" ทิ้งกลิ่นโคลนสาบควายและรอยไถที่คุ้นเคย เพื่อมาเป็นลูกจ้างในเมืองกรุง โดยมีเพียง "เสื่อผืนหมอนใบ" และ "กระดาษสัญญาจ้าง" เป็นหลักประกันเดียวในชีวิต
ถนนสายนี้ไม่มีดอกไม้... มีเพียงป้ายไฟโฆษณาที่ชวนให้เพ้อฝัน แต่ความจริงในกระเป๋านั้นช่างสวนทาง ทุกย่างก้าวที่เดินบนฟุตบาทใจเขามักจะละเมอกลับไปหาทางดินที่บ้านป่า คิดถึงกับข้าวรสมือแม่ และความอบอุ่นที่หาไม่ได้ในตึกแถวแคบๆ เขาต้องอดทนต่อสู้กับความเหงาและแดดเมืองที่แผดเผาจนกายเพลีย เพื่อแลกกับ "เงินทอนของชีวิต" ที่จะส่งกลับไปพยุงครอบครัว
แม้เท้าจะล้าจนอยากจะหยุดเดิน แม้เห็นใครต่อใครพ่ายแพ้แล้วหนีกลับไปทางเดิม แต่เขากลับถอยไม่ได้ ความจนสำหรับเขานั้นน่ากลัวกว่าความมืดมิดของกรุงเทพฯ เขาจึงเลือกที่จะ "เติมพลังใจ" ให้เต็ม แล้วก้าวต่อไปบนถนนสายฝุ่นเส้นนี้
เขารู้ดีว่าความลำบากในวันนี้ ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือเส้นทางที่ต้องผ่าน... เพื่อที่วันหนึ่ง เมื่อเก็บเงินได้ครบตามความฝัน เขาจะได้กลับไปนอนพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มที่บ้านเกิดของตัวเอง
เขากระซิบปลอบใจตัวเองเบาๆ ท่ามกลางเสียงวุ่นวายของเมืองใหญ่... "สู้ต่อไปนะไอ้ทิด... ถนนสายฝุ่นนี้ ปลายทางคือบ้านเรา"