คุณแม่เพิ่งเสีย ขอวิธีใช้ชีวิตต่อจากนี้หน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ

แม่เราเพิ่งเสียค่ะ เรื่องราวมันน่าจะธรรมดา ใครๆก็ต้องเจอ แต่เรากลับไม่รู้ต้องใช้ชีวิตต่อยังไงค่ะ

แม่เราเพิ่งตรวจเจอมะเร็งเมื่อกลางเดือน พ.ย. ค่ะ อาการคือปวดท้องเป็นระยะเวลา4-5เดือนแล้ว แต่ประมาท คิดว่าตัวเองเป็นกระเพาะทั่วไป

พอได้ตรวจและอุลตร้าซาวน์อีกที ก้อนก็กระจายเต็มท้องแล้วค่ะ

ตั้งแต่วินาทีนั้น เราก็ได้เข้าใจกับคำว่า เป็นทุกข์ ที่แท้จริงมันเป็นแบบนี้

ปลายเดือน พ.ย. คุณพ่อขอให้เราเลื่อนงานแต่งขึ้นมาเร็วที่สุด อยากให้แต่งเดือนหน้าเลย (เดือนธ.ค.) แต่มันเร็วจนไม่สามารถเตรียมอะไรได้ทันค่ะ จึงได้วันที่4ม.ค.69 ที่เร็วที่สุด

คุณแม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่อีกจังหวัดค่ะ ไปแต่ละครั้งก็ตรวจแล้วกลับบ้าน ส่วนตัวเรากับน้องก็ตระเวนบนไปทุกที่ที่เค้าว่าดี

ภายนอกอาการคุณแม่ไม่ได้หนักค่ะ ยังเดินได้ คุยได้ แต่กินไม่ค่อยได้ เราเองก็กลับมากินข้าวที่บ้านทุกเที่ยง เพื่อมาดูแม่

วันที่30คุณแม่มีนัดฟังผล คุณแม่ไปฟังผลกับคุณพ่อ คุณแม่ยังเดินได้  คุยได้ ปกติ   แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมาค่ะ ครั้งนี้คุณแม่ได้แอดมิท เราไม่ค่อยเข้าใจว่าทำแม่ได้แอดมิด คุณพ่อบอกว่าก็ให้คุณแม่แข็งแรงขึ้น แล้วก็ไปวันงานแต่ง เราคิดว่าก็คงงั้น

จนวันที่1คุณแม่ก็ยังไม้ได้ออกจากโรงพยาบาล แต่อีก3วันจะถึงวันแต่งเราแล้ว เลยถามคุณพ่อค่ะว่าคุณแม่จะได้ออกมาทันวันงานแต่งมั้ย แต่คุณพ่อบอกว่า แม่คงไม่ได้ไปหรอกลูก แม่ไม่ไหว พ่อเองก็คงไม่ได้ไป พ่อต้องดูแลแม่

ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเราจะจัดแต่งงานไปทำไม เรารู้สึกว่าตัวเองอาภัพมาก งานแต่งทั้งที ไม่มีพ่อแม่อยํ่ในงาน เราอยากมีพ่อกับแม่อยู่ในนั้น

แต่ละวันมันผ่านไปแบบยากมากๆ เช้าตื่นมาร้องไห้ นึกถึงก็ร้องไห้ ก่อนนอนก็ร้องไห้ความกังวล ความกลัว ความเศร้าใจ ประเดประดังมาหมด

2มค 69 พอว่างจากการเตรียมงาน เราตัดสินใจเอาแหวน ฝ้ายผูกแขน และเวลเจ้าสาวไปเยี่ยมแม่ที่โรงบาล  แม่โทรมลงไปมาก ดูเบลอๆ น่าจะเบลอยา แต่ยังพูดจารู้เรื่อง คุณแม่พูกกับเราแบบเหนื่อยๆว่า มันรักษาไม่ได้แล้ว แม่ไปงานแต่งไม่ได้ เข้าใจแม่นะ เราบอกว่า ไม่เป็นไรเลยเราเอาทุกอย่างมาแต่งที่นี่แล้ว เดี๋ยวไปขออนุญาตพยาบาลก่อน แล้วเราก็สวมแหวนต่อหน้าแม่ ให้แม่ผูกข้อมือให้ อวยพรให้ แต่แม่ก็ไม่มีแรงแม้จะจับฝ้ายผูกแขน แม่เหนื่อยมากๆ

เราต้องเข้มแข็งกลับมาเตรียมงานต่อ ใจก็สลายแทบไม่เหลือ

4ม.ค.วันแต่งงาน น้องชายเราไม่ได้มาร่วมงานเพราะอยู่กับแม่ เรารู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่อยากคิดไปก่อน เราก็จ้างตากล้องมาไลฟ์สดให้พ่อแม่ดู อยากให้พ่อแม่ได้เห็นวันที่พ่อแม่รอ เรายิ้มตลอดงาน อยากให้พ่อแม่สบายใจ แต่ใจคอเราไม่ดีเลย ญาติๆก็ช่วยให้กำลังใจ ช่วยกันจัดงาน จนทุกอย่างมันออกมาดีมากๆ จนเสร็จงาน

เราจับสังเกตพฤติกรรมแขกในงานได้ รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ เรากลัวมากๆ กลัวได้ยินอะไรที่ไม่อยากได้ยิน แขกทุกคนเดินผ่านเรา บอกกับเราว่า เข้มแข็งนะลูก เรายิ่งใจไม่ดี

เรารีบกลับบ้าน อาบน้ำ กินยาคลายเครียด ยานอนหลับ แล้วรีบหลับไป เพราะกลัวจะต้องรับรู้อะไร

วันที่5ม.ค. 6โมงเช้า มีสายเรียกเข้าจากคุณพ่อ "แม่เค้าไปแล้วนะลูก หลังดูไลฟ์เสร็จพ่อก็บอกแม่ว่างานเรียบร้อยดี แขกมาเยอะ แล้ว3-4นาทีแม่ก็หยุดหายใจ" ครั้งนี้โลกของเราถล่มลงมาจริงๆแล้วค่ะ

"ไปแล้วหรอดวงใจของลูก"

ไม่มีอะไรสามารถบรรยายความทุกข์ทรมานของช่วงเวลานี้ได้เลยค่ะ เหมือนหัวใจมันหายไปครึ่งดวง

ตอนนี้อยู่ในช่วงสวดอภิธรรม ทุกวันนี้เรายังไม่สามารถมองรูปแม่ อ่านชื่อแม่ เห็นไลน์แม่ หรือเห็นอะไรเกี่ยวกับแม่ได้เลย

การต้องเคาะโลงบอกคุณแม่ให้มากินข้าว เราสามารถทำได้แค่วันแรก และทำไม่ไหวอีกแล้ว

วันเสานี้เราต้องปล่อยแม่ไปจริงๆแล้ว แม่จะกลายเป็นควันขาวลอยไป ข้าวของของแม่ต้องถูกเก็บ พ่อจะเหงาเพราะไม่มีแม่

แม่ไม่เคยไปไหนไกล และไปนานขนาดนี้เลย ความคิดถึงมันทรมานมากค่ะ จนเราไม่อยากตื่นขึ้นมาเจอความทุกข์อีก

ปีใหม่ปีนี้ มันฝังใจกับเราไปจนตาย
วันแต่งงานของเรา คือวันที่แม่จากไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่