
: Better Call Saul : พีคขึ้นทุกซีซั่นจริงๆ ครับ! ใครยังไม่ดูคือพลาดมากๆ
สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีซีรีส์ดีที่อยากจะมาป้ายยาต่อครับ เป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยจาก Breaking Bad มาแล้ว แต่ผมขอบอกเลยว่า Better Call Saul นี่แหละคือของจริง! ผมดูมาตั้งแต่ซีซั่นแรกจนถึงซีซั่นล่าสุดที่เพิ่งจบไป บอกเลยว่าพีคขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีแผ่วจริงๆ ครับ
สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู Better Call Saul มาก่อน หรือเคยดู Breaking Bad แล้วอาจจะเฉยๆ กับเรื่องนี้ ผมอยากจะบอกว่าอย่าเพิ่งตัดสินครับ ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ภาคแยกที่เอาตัวละครโซล กู้ดแมน มาเล่าเรื่องเฉยๆ แต่มันคือการเจาะลึกตัวละครที่มีมิติมากๆ ครับ เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ จิมมี่ แม็คกิลล์ ทนายความที่พยายามจะไต่เต้าในวงการ แต่ดันต้องเจออุปสรรคสารพัด จนสุดท้ายกลายเป็น โซล กู้ดแมน ทนายจอมกะล่อนที่เราเคยรู้จักกัน การเดินทางของเขาเนี่ยแหละครับ คือหัวใจหลักของเรื่องนี้เลย
สิ่งที่ผมชอบมากๆ ใน Better Call Saul คือการเล่าเรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไปครับ ผู้กำกับเขาไม่รีบร้อน ค่อยๆ บิลด์อารมณ์ ค่อยๆ พาเราไปทำความรู้จักกับตัวละครแต่ละตัวอย่างลึกซึ้ง เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ของ จิมมี่ กับพี่ชายที่ชื่อ ชัค ที่เต็มไปด้วยปมขัดแย้ง ความรัก ความอิจฉา และความผิดหวัง มันทำให้เรารู้สึกอินไปกับตัวละคร เข้าใจที่มาที่ไปของความคิดและการกระทำของพวกเขา
นอกจากตัว จิมมี่ แล้ว ตัวละครอื่นๆ ก็เด็ดไม่แพ้กันครับ โดยเฉพาะ ไมค์ เออร์แมนทราอุต์ ตำรวจเก่าที่ผันตัวมาเป็นนักเลงรับจ้าง เราจะได้เห็นชีวิตของเขาเบื้องหลังที่แสนจะเศร้า แต่ก็มีความมุ่งมั่นสูงมากในการดูแลครอบครัว การตัดสินใจแต่ละอย่างของไมค์ เนี่ยแหละครับ คือสิ่งที่ทำให้เราลุ้นตามไปกับเขาตลอด
อีกตัวละครที่ผมยกให้เป็นที่สุดของซีรีส์นี้เลยก็คือ คิม เว็กซ์เลอร์ ครับ ผมว่าคิมเป็นตัวละครหญิงที่เขียนบทได้ยอดเยี่ยมมากๆ เธอเป็นทนายความที่เก่ง ฉลาด มีหลักการ แต่ก็มีความซับซ้อนในตัวเอง ความสัมพันธ์ระหว่างจิมมี่กับคิมเนี่ยแหละครับ คือจุดที่ทำให้ซีรีส์มีสีสันและน่าติดตามมากๆ เราจะได้เห็นว่าความรัก ความผูกพัน และความทะเยอทะยาน มันสามารถผลักดันให้คนเราทำอะไรได้บ้าง
ในแง่ของงานภาพและดนตรีประกอบก็ต้องชมเลยครับ ภาพสวยมาก การจัดแสง การเลือกมุมกล้อง มันเสริมให้เรื่องราวดูมีชั้นเชิงมากขึ้น ดนตรีก็เข้ากับบรรยากาศตลอด ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ตึงเครียด หรือฉากที่แสดงถึงความเศร้า มันทำให้เราอินไปกับอารมณ์ของตัวละครได้อย่างเต็มที่
ผมชอบวิธีการที่ซีรีส์นี้เชื่อมโยงกับ Breaking Bad ครับ ไม่ใช่แค่การเอาตัวละครเดิมมาใส่ แต่เป็นการเล่าเรื่องที่ขยายจักรวาลให้ใหญ่ขึ้น เราจะได้เห็นที่มาที่ไปของหลายๆ อย่างที่เราเคยสงสัยใน Breaking Bad มันเหมือนเราได้ต่อจิ๊กซอว์ให้สมบูรณ์ขึ้น การปรากฏตัวของตัวละครบางตัว หรือเหตุการณ์บางอย่างที่เชื่อมโยงกัน มันทำให้แฟนๆ Breaking Bad ฟินสุดๆ ไปเลยครับ
แต่สิ่งที่ผมว่าเด็ดที่สุดของ Better Call Saul คือความสมจริงครับ มันไม่ใช่ซีรีส์ที่เน้นแอ็คชั่นตูมตาม หรือพล็อตที่เหนือธรรมชาติ แต่เน้นไปที่การพัฒนาของตัวละคร การตัดสินใจของมนุษย์ และผลลัพธ์ที่ตามมา การต่อสู้ดิ้นรนของจิมมี่ในการเป็นทนาย การเผชิญหน้ากับระบบที่ทุจริต และการตัดสินใจผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่นำไปสู่หายนะ มันทำให้เรารู้สึกว่าเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง
ซีซั่นหลังๆ เนี่ย ต้องบอกเลยว่าพีคจริงๆ ครับ การเปลี่ยนผ่านของจิมมี่สู่โซล มันค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็ทรงพลังมากๆ การที่เขาต้องยอมแลกบางอย่างเพื่อความอยู่รอด เพื่อความสำเร็จ มันทำให้เราลุ้นตามไปกับเขา แม้จะรู้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะกลายเป็นคนแบบไหนก็ตาม
สำหรับใครที่กำลังมองหาซีรีส์ที่ดูแล้วต้องคิดตาม ดูแล้วอิน ดูแล้วประทับใจ ผมแนะนำ Better Call Saul เลยครับ มันไม่ใช่แค่ซีรีส์กฎหมาย แต่เป็นเรื่องราวของมนุษย์ การดิ้นรน การตัดสินใจ และผลของการกระทำ รับรองว่าดูแล้วจะวางไม่ลงแน่นอนครับ ผมให้คะแนนเต็ม 10/10 ไปเลยครับ! ใครดูแล้วมาคุยกันได้นะครับ!
Better Call Saul : พีคขึ้นทุกซีซั่นจริงๆ ครับ! ใครยังไม่ดูคือพลาดมากๆ
: Better Call Saul : พีคขึ้นทุกซีซั่นจริงๆ ครับ! ใครยังไม่ดูคือพลาดมากๆ
สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีซีรีส์ดีที่อยากจะมาป้ายยาต่อครับ เป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยจาก Breaking Bad มาแล้ว แต่ผมขอบอกเลยว่า Better Call Saul นี่แหละคือของจริง! ผมดูมาตั้งแต่ซีซั่นแรกจนถึงซีซั่นล่าสุดที่เพิ่งจบไป บอกเลยว่าพีคขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีแผ่วจริงๆ ครับ
สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู Better Call Saul มาก่อน หรือเคยดู Breaking Bad แล้วอาจจะเฉยๆ กับเรื่องนี้ ผมอยากจะบอกว่าอย่าเพิ่งตัดสินครับ ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ภาคแยกที่เอาตัวละครโซล กู้ดแมน มาเล่าเรื่องเฉยๆ แต่มันคือการเจาะลึกตัวละครที่มีมิติมากๆ ครับ เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ จิมมี่ แม็คกิลล์ ทนายความที่พยายามจะไต่เต้าในวงการ แต่ดันต้องเจออุปสรรคสารพัด จนสุดท้ายกลายเป็น โซล กู้ดแมน ทนายจอมกะล่อนที่เราเคยรู้จักกัน การเดินทางของเขาเนี่ยแหละครับ คือหัวใจหลักของเรื่องนี้เลย
สิ่งที่ผมชอบมากๆ ใน Better Call Saul คือการเล่าเรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไปครับ ผู้กำกับเขาไม่รีบร้อน ค่อยๆ บิลด์อารมณ์ ค่อยๆ พาเราไปทำความรู้จักกับตัวละครแต่ละตัวอย่างลึกซึ้ง เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ของ จิมมี่ กับพี่ชายที่ชื่อ ชัค ที่เต็มไปด้วยปมขัดแย้ง ความรัก ความอิจฉา และความผิดหวัง มันทำให้เรารู้สึกอินไปกับตัวละคร เข้าใจที่มาที่ไปของความคิดและการกระทำของพวกเขา
นอกจากตัว จิมมี่ แล้ว ตัวละครอื่นๆ ก็เด็ดไม่แพ้กันครับ โดยเฉพาะ ไมค์ เออร์แมนทราอุต์ ตำรวจเก่าที่ผันตัวมาเป็นนักเลงรับจ้าง เราจะได้เห็นชีวิตของเขาเบื้องหลังที่แสนจะเศร้า แต่ก็มีความมุ่งมั่นสูงมากในการดูแลครอบครัว การตัดสินใจแต่ละอย่างของไมค์ เนี่ยแหละครับ คือสิ่งที่ทำให้เราลุ้นตามไปกับเขาตลอด
อีกตัวละครที่ผมยกให้เป็นที่สุดของซีรีส์นี้เลยก็คือ คิม เว็กซ์เลอร์ ครับ ผมว่าคิมเป็นตัวละครหญิงที่เขียนบทได้ยอดเยี่ยมมากๆ เธอเป็นทนายความที่เก่ง ฉลาด มีหลักการ แต่ก็มีความซับซ้อนในตัวเอง ความสัมพันธ์ระหว่างจิมมี่กับคิมเนี่ยแหละครับ คือจุดที่ทำให้ซีรีส์มีสีสันและน่าติดตามมากๆ เราจะได้เห็นว่าความรัก ความผูกพัน และความทะเยอทะยาน มันสามารถผลักดันให้คนเราทำอะไรได้บ้าง
ในแง่ของงานภาพและดนตรีประกอบก็ต้องชมเลยครับ ภาพสวยมาก การจัดแสง การเลือกมุมกล้อง มันเสริมให้เรื่องราวดูมีชั้นเชิงมากขึ้น ดนตรีก็เข้ากับบรรยากาศตลอด ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ตึงเครียด หรือฉากที่แสดงถึงความเศร้า มันทำให้เราอินไปกับอารมณ์ของตัวละครได้อย่างเต็มที่
ผมชอบวิธีการที่ซีรีส์นี้เชื่อมโยงกับ Breaking Bad ครับ ไม่ใช่แค่การเอาตัวละครเดิมมาใส่ แต่เป็นการเล่าเรื่องที่ขยายจักรวาลให้ใหญ่ขึ้น เราจะได้เห็นที่มาที่ไปของหลายๆ อย่างที่เราเคยสงสัยใน Breaking Bad มันเหมือนเราได้ต่อจิ๊กซอว์ให้สมบูรณ์ขึ้น การปรากฏตัวของตัวละครบางตัว หรือเหตุการณ์บางอย่างที่เชื่อมโยงกัน มันทำให้แฟนๆ Breaking Bad ฟินสุดๆ ไปเลยครับ
แต่สิ่งที่ผมว่าเด็ดที่สุดของ Better Call Saul คือความสมจริงครับ มันไม่ใช่ซีรีส์ที่เน้นแอ็คชั่นตูมตาม หรือพล็อตที่เหนือธรรมชาติ แต่เน้นไปที่การพัฒนาของตัวละคร การตัดสินใจของมนุษย์ และผลลัพธ์ที่ตามมา การต่อสู้ดิ้นรนของจิมมี่ในการเป็นทนาย การเผชิญหน้ากับระบบที่ทุจริต และการตัดสินใจผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่นำไปสู่หายนะ มันทำให้เรารู้สึกว่าเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง
ซีซั่นหลังๆ เนี่ย ต้องบอกเลยว่าพีคจริงๆ ครับ การเปลี่ยนผ่านของจิมมี่สู่โซล มันค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็ทรงพลังมากๆ การที่เขาต้องยอมแลกบางอย่างเพื่อความอยู่รอด เพื่อความสำเร็จ มันทำให้เราลุ้นตามไปกับเขา แม้จะรู้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะกลายเป็นคนแบบไหนก็ตาม
สำหรับใครที่กำลังมองหาซีรีส์ที่ดูแล้วต้องคิดตาม ดูแล้วอิน ดูแล้วประทับใจ ผมแนะนำ Better Call Saul เลยครับ มันไม่ใช่แค่ซีรีส์กฎหมาย แต่เป็นเรื่องราวของมนุษย์ การดิ้นรน การตัดสินใจ และผลของการกระทำ รับรองว่าดูแล้วจะวางไม่ลงแน่นอนครับ ผมให้คะแนนเต็ม 10/10 ไปเลยครับ! ใครดูแล้วมาคุยกันได้นะครับ!