รีวิวหนังสือชีวประวัติ Running man พลิกชีวิต จากติดยาสู่นักวิ่ง
ชื่อเรื่อง Running man
ประเภทหนังสือ ชีวประวัติ
ผู้เขียน Charlie Engle
พากย์เสียง Charlie Engle
ความยาวของหนังสือเสียง 10 ชั่วโมง 25 นาที
จำนวน 1 เล่มจบ
**เนื้อหา**
ขอแบ่งเนื้อหาเป็น 3 ช่วงง่ายๆนะครับ คือ
+ช่วงแรก เป็นเล่าประวัติชีวิตตัวเอง จากนักกีฬาไปจนถึงช่วงติดยาหนักๆ ช่วงแรกนี่เล่าละเอียดเลย วิธีการเสพ เสพหนักแค่ไหน เสพนานแค่ไหน ใช้อะไรบ้าง มีเล่าไปจนถึงวิธีการซื้อ ซื้อยังไงไม่ให้คนจับได้ว่าเสพยา ยาวและละเอียดสะใจเลย
+ช่วงกลาง จะเป็นช่วงเลิกยา คือช่วงที่เริ่มวิ่งมาราธอนไปจนถึงการวิ่งข้ามอุปสรรคใน 6 ประเทศ คือวิ่งข้ามทะเลทรายกัน ไม่ได้วิ่งมาราธอน ไม่มีด่านน้ำ จับเวลาอะไรแบบนี้ วิ่งกัน 6 ประเทศ อุปสรรคเพียง รวมระยะทางเป็นแสนกิโล วิ่งแบบไม่มีใครเคยทำ ดังจนมีสารคดี มีดารามาวิ่งเป็นเพื่อน เข้าเทศกาลหนัง กลายเป็นคนดังคนนึง
ช่วงนี้เป็นช่วงโหดสุดของร่างกาย เราจะได้เห็นการวางแผนการวิ่งข้ามทะเลทราย ว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง มีหมอ มีรถวิ่งตาม เจอคนท้องถิ่นต่างๆนาๆ นี่เป็นช่วงพีคร่างกายและชื่อเสียงของผู้เขียน
+ช่วงท้าย เพราะมีชื่อเสียง งานเข้าเลยตามมา สรรพกรสงสัยว่าเอาเงินจากไหน มาวางแผนวิ่งข้ามประเทศกัน ตรวจสอบละเอียด จนผู้เขียนถูกพบว่ามีคดี
เล่าเรื่องคดีเลยละกัน มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แถมเผื่องงด้วย ช่วงนั้นมีการซื้อบ้าน ผู้เขียนกู้เงินเกิน โดยการบอกรายได้เกินความจริง(ทำกันเยอะ แต่เป็นคนดัง เลยโดนเพ่งเล็ง)
ผู้เขียนไม่ได้เล่ารายละเอียดมากนะ ไปเล่ารายละเอียดตอนติดคุกมากกว่า ว่ามีผลยังไงบ้าง แบบงานหาย เงินหมด แต่ก็ยังวิ่งต่อในคุก จนมีกลุ่มขึ้นมา
หลังออกจากคุก ก็หมดจบเล่มพอดี
**รีวิว**
เป็นหนังสือที่ดีนะ แต่มันทำให้ผมรู้ว่า นี่ไม่ใช่ทางผมแหะ อ่านเพราะคิดว่าจะได้แรงบันดาลใจ มันก็ได้ละ แต่ในแบบที่ต่างไป
ตอนแรกคิดว่าจะชอบช่วงที่ผู้เขียนเริ่มวิ่งนะ แต่ชอบช่วงแรกที่ผู้เขียนเริ่มติดยากับช่วงท้ายที่ติดคุกมากกว่า
ชอบช่วงแรกที่เริ่มติดยา เพราะทำให้เรารู้เรื่องหลายอย่างจากการติดยา ทั้งวิธีการใช้ วิธีการซื้อ การทำงาน การใช้ชีวิต รวมถึงสิ่งที่ชอบที่สุดคือความสัมพันธ์ระหว่างผู้เขียนกับแฟน
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เขียนกับแฟนน่าสนใจดี เพราะไปได้ดีกว่าในช่วงที่ติดยา แต่กลับต้องเลิกรา หลังจากเลิกยาได้ เพราะความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคือ การติดยา และการดูแล เพราะเลิกติดยา ชีวิตเริ่มเข้าที แฟนที่อยากดูแล ก็ดูไม่เข้ากันเหมือนเดิม แปลกดี แต่เข้าใจว่าความสัมพันธ์แบบนี้มีจริง
การเสพติด ผมติดกิน ผู้เขียนติดยา แตืมีหลายอย่างเหมือนกันมากกว่าที่คิดนะ ทั้งความคิดและพฤติกรรม รูปแบบการติดอาจจะต่างกัน แต่ข้ออ้างการใช้ พฤติกรรม ความเสียใจหลังจากที่ทำไม่ต่างกันเท่าไร
ในช่วงกลางที่เน้นวิ่ง ทำให้เรารู้สึกถึงความลำบาก เป็นช่วงที่ทำให้อยากอ่านเรื่องนี้ แต่กลับชอบน้อยที่สุด เพราะผมไม่ได้แรงบันดาลใจอย่างที่คิด
ผู้เขียนใช้แรงใจ แรงกายเยอะมาก ทำให้เรารู้ว่าการวิ่งข้ามประเทศเนี้ย มันต้องใช้อะไรมากกว่าที่คิด มันต่างกับมาราธอน ที่ไม่มีเส้นชัวไม่มีจุดหยุดพัก ไม่มีใครมาคอยกระตุ้น ไม่มีเหรียญรางวัล วัดกันที่ใจอย่างเดียว
การวิ่งข้ามประเทศ ต้องมีหมอ มีไกด์นำทาง มีคนคอยบอกทาง หาน้ำ หาอาหารกันด้วย หมอเองยังไม่ไหว เพราะต้องคอยดูแลนักวิ่งจนป่วยไปด้วยเลย โหดจริงๆ
ช่วงท้ายเป็นช่วงที่น่าสนใจดี หลังจากวิ่งเสร็จ มีชื่อเสียง เจอดาราดังหลายคนมาร่วมยินดี รวมถึงสรรพกร ที่มาตรวจสอบรายได้ จนต้องไปติดคุก
ในคุก ความโหดมาอีกแล้ว คุกที่ติดไม่ใช่คุกโหด แหล่งอาชญากรโหดอะไร แต่พอมาติดคุก รายได้หายหมด รู้เรื่องโลกภายนอกก็กลุ้มใจ ทำให้ผู้เขียนตั้งกลุ่มวิ่งในคุกต่อ วิ่งแก้เครียด วิ่งวนในคุกกันจนกว่าจะสบายใจ ใครมาห้ามก็ไม่ยอม สำหรับผู้เขียน การวิ่งคือสิ่งเดียวที่ควบคุมได้ ถือเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเลย
+สรุป
หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับใครที่ชอบอ่านชีวประวัติและอยากได้แรงบันดาลใจ ใครที่อยากรู้เรื่องการใช้ยาเสพติด อยากรู้ว่าอาการเสพติดเป็นยังไง ใช้ยายังไง การวิ่งช่วยยังไง ความคิดในตอนวิ่ง อะไรที่ทำให้วิ่ง วิ่งแล้วได้อะไร ก็ถือว่าเป็นหนังสือที่ดีเล่มนึงนะ
คะแนน 8/10 อ่านแล้วได้อะไรเยอะดี
รีวิวหนังสือชีวประวัติ Running man พลิกชีวิต จากติดยาสู่นักวิ่ง
ชื่อเรื่อง Running man
ประเภทหนังสือ ชีวประวัติ
ผู้เขียน Charlie Engle
พากย์เสียง Charlie Engle
ความยาวของหนังสือเสียง 10 ชั่วโมง 25 นาที
จำนวน 1 เล่มจบ
**เนื้อหา**
ขอแบ่งเนื้อหาเป็น 3 ช่วงง่ายๆนะครับ คือ
+ช่วงแรก เป็นเล่าประวัติชีวิตตัวเอง จากนักกีฬาไปจนถึงช่วงติดยาหนักๆ ช่วงแรกนี่เล่าละเอียดเลย วิธีการเสพ เสพหนักแค่ไหน เสพนานแค่ไหน ใช้อะไรบ้าง มีเล่าไปจนถึงวิธีการซื้อ ซื้อยังไงไม่ให้คนจับได้ว่าเสพยา ยาวและละเอียดสะใจเลย
+ช่วงกลาง จะเป็นช่วงเลิกยา คือช่วงที่เริ่มวิ่งมาราธอนไปจนถึงการวิ่งข้ามอุปสรรคใน 6 ประเทศ คือวิ่งข้ามทะเลทรายกัน ไม่ได้วิ่งมาราธอน ไม่มีด่านน้ำ จับเวลาอะไรแบบนี้ วิ่งกัน 6 ประเทศ อุปสรรคเพียง รวมระยะทางเป็นแสนกิโล วิ่งแบบไม่มีใครเคยทำ ดังจนมีสารคดี มีดารามาวิ่งเป็นเพื่อน เข้าเทศกาลหนัง กลายเป็นคนดังคนนึง
ช่วงนี้เป็นช่วงโหดสุดของร่างกาย เราจะได้เห็นการวางแผนการวิ่งข้ามทะเลทราย ว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง มีหมอ มีรถวิ่งตาม เจอคนท้องถิ่นต่างๆนาๆ นี่เป็นช่วงพีคร่างกายและชื่อเสียงของผู้เขียน
+ช่วงท้าย เพราะมีชื่อเสียง งานเข้าเลยตามมา สรรพกรสงสัยว่าเอาเงินจากไหน มาวางแผนวิ่งข้ามประเทศกัน ตรวจสอบละเอียด จนผู้เขียนถูกพบว่ามีคดี
เล่าเรื่องคดีเลยละกัน มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แถมเผื่องงด้วย ช่วงนั้นมีการซื้อบ้าน ผู้เขียนกู้เงินเกิน โดยการบอกรายได้เกินความจริง(ทำกันเยอะ แต่เป็นคนดัง เลยโดนเพ่งเล็ง)
ผู้เขียนไม่ได้เล่ารายละเอียดมากนะ ไปเล่ารายละเอียดตอนติดคุกมากกว่า ว่ามีผลยังไงบ้าง แบบงานหาย เงินหมด แต่ก็ยังวิ่งต่อในคุก จนมีกลุ่มขึ้นมา
หลังออกจากคุก ก็หมดจบเล่มพอดี
**รีวิว**
เป็นหนังสือที่ดีนะ แต่มันทำให้ผมรู้ว่า นี่ไม่ใช่ทางผมแหะ อ่านเพราะคิดว่าจะได้แรงบันดาลใจ มันก็ได้ละ แต่ในแบบที่ต่างไป
ตอนแรกคิดว่าจะชอบช่วงที่ผู้เขียนเริ่มวิ่งนะ แต่ชอบช่วงแรกที่ผู้เขียนเริ่มติดยากับช่วงท้ายที่ติดคุกมากกว่า
ชอบช่วงแรกที่เริ่มติดยา เพราะทำให้เรารู้เรื่องหลายอย่างจากการติดยา ทั้งวิธีการใช้ วิธีการซื้อ การทำงาน การใช้ชีวิต รวมถึงสิ่งที่ชอบที่สุดคือความสัมพันธ์ระหว่างผู้เขียนกับแฟน
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เขียนกับแฟนน่าสนใจดี เพราะไปได้ดีกว่าในช่วงที่ติดยา แต่กลับต้องเลิกรา หลังจากเลิกยาได้ เพราะความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคือ การติดยา และการดูแล เพราะเลิกติดยา ชีวิตเริ่มเข้าที แฟนที่อยากดูแล ก็ดูไม่เข้ากันเหมือนเดิม แปลกดี แต่เข้าใจว่าความสัมพันธ์แบบนี้มีจริง
การเสพติด ผมติดกิน ผู้เขียนติดยา แตืมีหลายอย่างเหมือนกันมากกว่าที่คิดนะ ทั้งความคิดและพฤติกรรม รูปแบบการติดอาจจะต่างกัน แต่ข้ออ้างการใช้ พฤติกรรม ความเสียใจหลังจากที่ทำไม่ต่างกันเท่าไร
ในช่วงกลางที่เน้นวิ่ง ทำให้เรารู้สึกถึงความลำบาก เป็นช่วงที่ทำให้อยากอ่านเรื่องนี้ แต่กลับชอบน้อยที่สุด เพราะผมไม่ได้แรงบันดาลใจอย่างที่คิด
ผู้เขียนใช้แรงใจ แรงกายเยอะมาก ทำให้เรารู้ว่าการวิ่งข้ามประเทศเนี้ย มันต้องใช้อะไรมากกว่าที่คิด มันต่างกับมาราธอน ที่ไม่มีเส้นชัวไม่มีจุดหยุดพัก ไม่มีใครมาคอยกระตุ้น ไม่มีเหรียญรางวัล วัดกันที่ใจอย่างเดียว
การวิ่งข้ามประเทศ ต้องมีหมอ มีไกด์นำทาง มีคนคอยบอกทาง หาน้ำ หาอาหารกันด้วย หมอเองยังไม่ไหว เพราะต้องคอยดูแลนักวิ่งจนป่วยไปด้วยเลย โหดจริงๆ
ช่วงท้ายเป็นช่วงที่น่าสนใจดี หลังจากวิ่งเสร็จ มีชื่อเสียง เจอดาราดังหลายคนมาร่วมยินดี รวมถึงสรรพกร ที่มาตรวจสอบรายได้ จนต้องไปติดคุก
ในคุก ความโหดมาอีกแล้ว คุกที่ติดไม่ใช่คุกโหด แหล่งอาชญากรโหดอะไร แต่พอมาติดคุก รายได้หายหมด รู้เรื่องโลกภายนอกก็กลุ้มใจ ทำให้ผู้เขียนตั้งกลุ่มวิ่งในคุกต่อ วิ่งแก้เครียด วิ่งวนในคุกกันจนกว่าจะสบายใจ ใครมาห้ามก็ไม่ยอม สำหรับผู้เขียน การวิ่งคือสิ่งเดียวที่ควบคุมได้ ถือเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเลย
+สรุป
หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับใครที่ชอบอ่านชีวประวัติและอยากได้แรงบันดาลใจ ใครที่อยากรู้เรื่องการใช้ยาเสพติด อยากรู้ว่าอาการเสพติดเป็นยังไง ใช้ยายังไง การวิ่งช่วยยังไง ความคิดในตอนวิ่ง อะไรที่ทำให้วิ่ง วิ่งแล้วได้อะไร ก็ถือว่าเป็นหนังสือที่ดีเล่มนึงนะ
คะแนน 8/10 อ่านแล้วได้อะไรเยอะดี