การเปลี่ยนแปลงแนวทางตกแต่งบ้านให้เรียบหรู ตามหลักการฮวงจุ้ยมากขึ้น

สวัสดีเพื่อน ๆ ชาว Pantip ค่ะ วันนี้อยากตั้งกระทู้ขึ้นมา ก็เพราะว่าได้มาลองสังเกตพฤติกรรมของคนสมัยนี้ รวมถึงรูปแบบของหมู่บ้านจัดสรรใหม่ ๆ ที่สร้างอยู่รอบ ๆ ว่ามีการตกแต่งที่เน้นความเรียบง่าย สบายตา ถ้าจะให้นิยามก็คือ Less is More น้อยแต่มาก ที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง แต่ถึงจะตกแต่งแบบเรียบง่ายยังไง ก็ต้องบอกเลยว่าทั้งวัสดุที่ใช้ แล้วก็เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นที่เลือกมา อัดแน่นไปด้วยคุณภาพแล้วก็มูลค่ามาก ๆ ที่สำคัญคือ มีการตกแต่งตามหลักของฮวงจุ้ยอีกด้วย สายมูอยู่คู่คนไทยมาตลอดจริง ๆ



เกริ่นมาซะขนาดนี้แล้ว จริง ๆ วันนี้เราก็อยากจะมาแบ่งปันแนวทางในการตกแต่งบ้านตามเทรนด์สมัยนี้ดูบ้าง ในฐานะที่คลุกคลีอยู่ในวงการออกแบบและตกแต่งภายในมาพอสมควร เผื่อเพื่อน ๆ ใน Pantip จะเอาไปเป็นไอเดียในการแต่งบ้านแบบ Less is More กันได้แบบเริ่ด ๆ

1. การจัดระเบียบพื้นที่
ข้อแรกเป็นอะไรที่ Basic แต่ทำได้อยากมากกกกก เพราะบางครั้งคนเรามักจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง โดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมกับพื้นที่ในการจัดวาง ที่สำคัญเลยคือคนส่วนใหญ่เนี่ย ไม่รู้ว่าจะแบ่งพื้นที่ที่เป็นห้องใหญ่ ๆ ให้เป็นสัดส่วนยังไงโดยไม่ใช้ประตูกั้น

ทริคที่เราอยากมาแบ่งปัน คือ การใช้ Visual Divider ด้วยการใช้พรมผืนใหญ่ ๆ สวย ๆ สักพื้น มาแบ่งโซน เพื่อน ๆ จะเลือกวางพรมไว้ที่ห้องนั่งเล่นก็ได้ พอเราเดินผ่านไปจนถึงห้องครัวที่ไม่มีพรมแล้ว ทั้งรูปแบบการตกแต่งหรือผิวสัมผัสที่ได้รับก็จะเปลี่ยนไป ทำให้รับรู้ได้ทันทีว่านี่แหละ เปลี่ยนโซนแล้วนะ! นอกจากนี้ยังสามารถออกแบบภายในบ้านด้วยฝ้าที่เล่นระดับได้ จะทำให้บ้านดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด

2. การเลือกวัสดุที่บอกเล่าเรื่องราว
เชื่อว่าหลายคนในที่นี้ ต้องมีคนที่ชอบซื้อของตกแต่งมาเยอะ ๆ เพราะมองว่าสวย อยากเอามาไว้ในบ้าน แต่ถ้าอยากได้บ้านที่คงคอนเสปต์ Less is More แล้ว ขอบอกเลยว่า การทำแบบนี้นอกจากจะทำให้บ้านรกแล้ว ยังขัดต่อหลักการทางฮวงจุ้ย เพราะพลังงานดี ๆ จะไม่สามารถไหลเวียนได้อย่างลื่นไหล งานนี้บอกเลยว่า เราเน้นการตกแต่งแบบน้อยชิ้น!! แต่ให้ความสำคัญกับ Texture ของวัสดุแทน เช่น

- หินอ่อน: หินอ่อนเป็นวัสดุที่เป็นตัวแทนของความหรูหรา เรียบหรู การนำหินอ่อนมาใช้ปูพื้น ปูผนัง หรือเลืกของตกแต่งที่ทำจากหินอ่อน จะช่วยทำให้บ้านดูเหมือนงานศิลปะ ที่สำคัญคือ ทำให้บ้านเย็นขึ้นได้ เหมาะสำหรับอากาศในประเทศไทยมาก ๆๆ
- ไม้: งานไม้ถ้าเลือกมาตกแต่งดี ๆ จะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับบ้านได้ดี เช่น ไม้วอลนัท ไม่โอ๊ก โดยอาจจะเลือกใช้เป็นโต๊ะไม้ เก้าอี้ไม้ หรือชั้นวางของไม้ ตามที่เพื่อน ๆ ชอบได้เลยค่ะ

3. การออกแบบห้องพระยุคใหม่
ถ้าพูดถึงฮวงจุ้ยหรืออะไรสายมูแล้วละก็ ห้องพระก็ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับคนไทย โดยในหัวข้อนี้เราจะมาเปลี่ยนแปลงการออกแบบและตกแต่งห้องพระแบบเดิม ๆ ที่มีความมืด เน้นโทนสีน้ำตาล จนอาจดูเก่าเกินไปได้ เชื่อว่าเด็กสมัยนี้คงไม่ค่อยจะชอบเข้าห้องพระกันแน่ ๆ

ทริคที่เราอยากมาแบ่งปันเพื่อน ๆ คือ ลองใช้หิ้งพระแบบบิวท์อินด้วยสีอ่อน ๆ เช่น สีขาว สีครีม สีเบจ เน้นโทนสีที่สว่างแทนสีทึบ ๆ แบบเดิม จะทำให้บรรยากาศของห้องพระดูเฟรนลี่มากขึ้น ดึงดูดให้เด็ก ๆ ในบ้านสนใจ ไม่น่ากลัวแบบแต่ก่อน แอบกระซิบว่า ทิศมงคลของห้องพระ คือ ทิศตะวันออก, ทิศเหนือ, หรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

4. การจัดวางของตกแต่งตามหลักฮวงจุ้ย
ความสวยงามก็ต้องมาพร้อมกับพลังงานที่ดีไปด้วย เพระาฉะนั้นการจัดวางของภายในบ้าน ต้องคำนึงถึงการไหลเวียนของพลังงานชี่ ตามหลักฮวงจุ้ย โดยเราจะมาแนะนำของตกแต่ง 2 ชิ้น ที่เชื่อว่าต้องมีกันทุกบ้าน แต่จัดวางกันถูกที่ถูกทางไหม ต้องมาดูกันนน

- นาฬิกา: วางไว้ได้ทุกห้อง แต่ห้องรับแขกนี่ห้ามขาดเลยทีเดียว ทิศที่ส่งเสริมเรื่องการงาน เช่น ทิศเหนือ ทิศตะวันออก
- กระจกเงา: ติดไว้ตรงจุดที่สามารถสะท้อนโต๊ะอาหารหรือวิวสวย ๆ นอกบ้าน จะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งให้ผู้อาศัยได้

นี่ก็เป็นทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งหมด 4 ข้อ ที่เราอยากมาแบ่งปันให้เพื่อน ๆ เอาไปใช้สำหรับการตกแต่งบ้าน เราเองก็เคยลองผิดลองถูกมาก่อน กว่าจะได้บ้านสวย ๆ ที่ตรงตามหลักฮวงจุ้ยจริง ๆ คือมันเหมือนจะง่ายนะ แต่ก็แอบยากเลยแหละ ส่วนตัวคิดถ้ามีทีม Interior Design ดี ๆ มาช่วยวางแผน ก็จะทำให้การตกแต่งบ้านมันง่ายขึ้นกว่าเดิม

เพื่อน ๆ คนไหนมีความเห็นหรือไอเดียเพิ่มเติมก็คอมเมนต์มาพูดคุยกันได้น้า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่