แค่ถือเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร
เงินจาก 1 ล้าน กลายเป็น 155 ล้าน
ช่วงพีคๆ เคยขึ้นไปถึง 280 กว่าล้าน
ใจแก คงต้องนิ่งและเลือดเย็นมากๆ ต้องอาศัยความศรัทธาและมุ่งมั่นมากๆ
ระหว่างทาง รับเงินปันผลที่เติบโตเรื่อยๆ มากกว่าเงินต้นเสียอีก (ตอนนี้จ่ายปีละประมาณ 5 บาทต่อหุ้น เท่ากับรับเงินปันผลเหนาะ ปีละ 5 ล้าน จากเงินต้นแค่ 1 ล้าน)
จะมีซักกี่คนที่ทำได้แบบนี้
แค่หุ้นขึ้นไปไม่กี่เด้ง ก็คงจะขายทิ้งกันไปเกือบหมดแล้ว (ตามทฤษฎี ขึ้นขาย ลงซื้อ ๆๆๆ แต่กลุ่มนี้ ไม่เห็นจะรวยซักที ได้แค่ค่าขนมกินไปวันๆ แถมแจกค่าคอมให้มาร์เก็ตติ้งด้วย)
คุณกวี ชูกิจเกษม ถือหุ้น BH ตั้งแต่ 1 บาท จำนวน 1 ล้านหุ้น แล้วไม่เคยขายเลย
เงินจาก 1 ล้าน กลายเป็น 155 ล้าน
ช่วงพีคๆ เคยขึ้นไปถึง 280 กว่าล้าน
ใจแก คงต้องนิ่งและเลือดเย็นมากๆ ต้องอาศัยความศรัทธาและมุ่งมั่นมากๆ
ระหว่างทาง รับเงินปันผลที่เติบโตเรื่อยๆ มากกว่าเงินต้นเสียอีก (ตอนนี้จ่ายปีละประมาณ 5 บาทต่อหุ้น เท่ากับรับเงินปันผลเหนาะ ปีละ 5 ล้าน จากเงินต้นแค่ 1 ล้าน)
จะมีซักกี่คนที่ทำได้แบบนี้
แค่หุ้นขึ้นไปไม่กี่เด้ง ก็คงจะขายทิ้งกันไปเกือบหมดแล้ว (ตามทฤษฎี ขึ้นขาย ลงซื้อ ๆๆๆ แต่กลุ่มนี้ ไม่เห็นจะรวยซักที ได้แค่ค่าขนมกินไปวันๆ แถมแจกค่าคอมให้มาร์เก็ตติ้งด้วย)