กาญจนบุรีทำรถโดยสารสาธารณะมาอย่างดี รถเมล์ไฟฟ้าสวยหรู ชั่วโมงเร่งด่วนให้บริการทุก 15 นาที นอกชั่วโมงเร่งด่วนทุก 30 นาที
ในการบริการรถวิ่งเส้นทางใหญ่เส้นทางหลัก ควรจะมีรถบริการถี่กว่านี้ ถึงจะเป็นนอกชั่วโมงเร่งด่วนก็ไม่ควรเกิน 15 นาที หรือสุดๆก็ไม่เกิน 20 นาที
การให้คนรอรถ 30 นาที ดูจะนานไปหน่อย การให้คนตัองรอรถนานนั้น ควรเน้นบริการในเส้นทางรองมากกว่า แต่ถึงจะให้บริการเส้นทางรองทุก 30 นาที ก็ควรจะมีติดประกาศตามป้ายรถเมล์ในเส้นทางรองด้วยว่า รถจะมาเวลาไหนบ้าง
เส้นทางรองจะเน้นรับลูกค้าประจำที่บ้านพักอาศัยอยู่บนถนนเส้นรองอยู่แล้ว เส้นทางใหญ่ก็เน้นรับลูกค้าทุกประเภททั้งผู้มีบ้านอาศ้ยอยู่ตามบริเวณถนนเส้นทางหลักและนักท่องเที่ยว
เข้าใจว่า มีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนการให้บริการ ถึงให้รถวิ่งบริการนอกชั่วโมงเร่งด่วนทุก 30 นาที
จริงๆแล้ว ถ้ามีข้อจำกัดเรื่องต้นทุน ก็ควรหาทางลดต้นทุนอย่างอื่นมากกว่า การลดรอบวิ่งลง ทำให้ต้องรอรถนานขึ้นถึง 30 นาที จะไม่ค่อยตอบโจทย์ผู้เดินหลายคน
ควรจะเปลี่ยนรถเมล์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ให้เล็กลง แต่ให้บริการถี่ขึ้น เพราะสิ่งสำคัญในการเดินทาง คือเดินทางถึงเป้าหมายเร็ว ไม่ต้องรอรถนาน เรื่องการได้นั่งรถสวยๆคันใหญ่ๆเป็นเรื่องรองลงมา
ตามภาพรถเมล์ไฟฟ้าเมืองกาญจนบุรี

ภาพรถเมล์เล็กคูคต-คลองสาม ปทุมธานี
ถ้าสามารถเปลี่ยนเป็นรถเมล์เล็ก แต่ให้บริการถี่ขึ้น ก็จะ
ดีกว่า
ในเส้นทางหลัก ควรให้ผู้โดยสารรอรถในชั่วโมงเร่งด่วนแค่ 10 นาที นอกชั่วโมงเร่งด่วนแค่ 15 นาที
ในเส้นทางรอง ผู้โดยสารรอรถชั่วโมงเร่งด่วนแค่ 20 นาที นอกชั่วโมงเร่งด่วนแค่ 30 นาที
เส้นทางรองอาจให้บริการด้วยรถ 2 แถว หรือสามล้อไฟฟ้าก็ได้
การให้บริการรถโดยสารแบบถี่ๆ ผู้โดยสารรอไม่นาน จะตอบโจทย์กว่ารถคันใหญ่สวยหรู แต่จะต้องรอนานกว่า
นี่ก็เป็นปัญหาของขนส่งสาธารณะในช่วงหลังของหลายจังหวัด พอผู้โดยสารน้อยลงเพราะคนหันไปใช้รถส่วนตัวกันมากขึ้น ก็ลดรอบการวิ่งลง ยิ่งลดรอบการวิ่งลง คนต้องรอรถนานขึ้น ทำให้คนรู้สึกว่ารถสาธารณะพึ่งพาไม่ได้ ไม่สะดวก จากที่เคยรอประมาณ 30-40 นาที ก็ต้องรอซัก 1 ชั่วโมงครึ่ง-2 ชั่วโมง พอต้องรอนานเกินไป ก็ยิ่งทำให้คนดิ้นรนหารถส่วนตัวมากขึ้นอีก
ที่จริง เวลาที่ให้ผู้โดยสารรอรถไม่ควรปรับให้ช้ากว่าเดิม แย่กว่าเดิม ถ้าให้เขาต้องรอรถนานกว่าเดิม เขาก็ยิ่งไม่อยากใช้บริการรถสาธารณะ
ทางแก้ที่ถูกคือ ต้องให้เขารอรถด้วยเวลาเท่าเดิม ถ้าเคยรอ 30 นาที ก็ต้องให้รอ 30 นาที แต่เมื่อผู้โดยสารน้อยลง ก็ปรับขนาดรถให้เล็กกว่าเดิมได้ จากรถสองแถวใหญ่เป็นรถสองแถวเล็ก อาจจะขาย 2 แถวใหญ่ทิ้งไป เอาเงินมาซื้อรถสองแถวขนาดเล็กที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนลง ที่คือหนทางรอด
ก็ดูไปว่า บริการรถสาธารณะของกาญจนบุรีจะถูกใจคนเมืองกาญจน์ขนาดไหน มองดูโดยภาพรวมก็ถือว่าใช้ได้อยู่ แต่ถ้าสามารถปรับให้ใช้เวลาน้อยลงในการรอรถโดยสารนอกชั่วโมงเร่งด่วนก็จะดีกว่า ตอบโจทย์กการเดินทางมากขึ้น
ขนส่งสาธารณะเมืองกาญจน์ทำมาได้ดีแล้ว แต่ดูจะตีโจทย์ให้บริการพลาดไปบางอย่าง ซึ่งหลายที่ก็พลาดด้วย
ในการบริการรถวิ่งเส้นทางใหญ่เส้นทางหลัก ควรจะมีรถบริการถี่กว่านี้ ถึงจะเป็นนอกชั่วโมงเร่งด่วนก็ไม่ควรเกิน 15 นาที หรือสุดๆก็ไม่เกิน 20 นาที
การให้คนรอรถ 30 นาที ดูจะนานไปหน่อย การให้คนตัองรอรถนานนั้น ควรเน้นบริการในเส้นทางรองมากกว่า แต่ถึงจะให้บริการเส้นทางรองทุก 30 นาที ก็ควรจะมีติดประกาศตามป้ายรถเมล์ในเส้นทางรองด้วยว่า รถจะมาเวลาไหนบ้าง
เส้นทางรองจะเน้นรับลูกค้าประจำที่บ้านพักอาศัยอยู่บนถนนเส้นรองอยู่แล้ว เส้นทางใหญ่ก็เน้นรับลูกค้าทุกประเภททั้งผู้มีบ้านอาศ้ยอยู่ตามบริเวณถนนเส้นทางหลักและนักท่องเที่ยว
เข้าใจว่า มีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนการให้บริการ ถึงให้รถวิ่งบริการนอกชั่วโมงเร่งด่วนทุก 30 นาที
จริงๆแล้ว ถ้ามีข้อจำกัดเรื่องต้นทุน ก็ควรหาทางลดต้นทุนอย่างอื่นมากกว่า การลดรอบวิ่งลง ทำให้ต้องรอรถนานขึ้นถึง 30 นาที จะไม่ค่อยตอบโจทย์ผู้เดินหลายคน
ควรจะเปลี่ยนรถเมล์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ให้เล็กลง แต่ให้บริการถี่ขึ้น เพราะสิ่งสำคัญในการเดินทาง คือเดินทางถึงเป้าหมายเร็ว ไม่ต้องรอรถนาน เรื่องการได้นั่งรถสวยๆคันใหญ่ๆเป็นเรื่องรองลงมา
ตามภาพรถเมล์ไฟฟ้าเมืองกาญจนบุรี
ภาพรถเมล์เล็กคูคต-คลองสาม ปทุมธานี
ถ้าสามารถเปลี่ยนเป็นรถเมล์เล็ก แต่ให้บริการถี่ขึ้น ก็จะดีกว่า
ในเส้นทางหลัก ควรให้ผู้โดยสารรอรถในชั่วโมงเร่งด่วนแค่ 10 นาที นอกชั่วโมงเร่งด่วนแค่ 15 นาที
ในเส้นทางรอง ผู้โดยสารรอรถชั่วโมงเร่งด่วนแค่ 20 นาที นอกชั่วโมงเร่งด่วนแค่ 30 นาที
เส้นทางรองอาจให้บริการด้วยรถ 2 แถว หรือสามล้อไฟฟ้าก็ได้
การให้บริการรถโดยสารแบบถี่ๆ ผู้โดยสารรอไม่นาน จะตอบโจทย์กว่ารถคันใหญ่สวยหรู แต่จะต้องรอนานกว่า
นี่ก็เป็นปัญหาของขนส่งสาธารณะในช่วงหลังของหลายจังหวัด พอผู้โดยสารน้อยลงเพราะคนหันไปใช้รถส่วนตัวกันมากขึ้น ก็ลดรอบการวิ่งลง ยิ่งลดรอบการวิ่งลง คนต้องรอรถนานขึ้น ทำให้คนรู้สึกว่ารถสาธารณะพึ่งพาไม่ได้ ไม่สะดวก จากที่เคยรอประมาณ 30-40 นาที ก็ต้องรอซัก 1 ชั่วโมงครึ่ง-2 ชั่วโมง พอต้องรอนานเกินไป ก็ยิ่งทำให้คนดิ้นรนหารถส่วนตัวมากขึ้นอีก
ที่จริง เวลาที่ให้ผู้โดยสารรอรถไม่ควรปรับให้ช้ากว่าเดิม แย่กว่าเดิม ถ้าให้เขาต้องรอรถนานกว่าเดิม เขาก็ยิ่งไม่อยากใช้บริการรถสาธารณะ
ทางแก้ที่ถูกคือ ต้องให้เขารอรถด้วยเวลาเท่าเดิม ถ้าเคยรอ 30 นาที ก็ต้องให้รอ 30 นาที แต่เมื่อผู้โดยสารน้อยลง ก็ปรับขนาดรถให้เล็กกว่าเดิมได้ จากรถสองแถวใหญ่เป็นรถสองแถวเล็ก อาจจะขาย 2 แถวใหญ่ทิ้งไป เอาเงินมาซื้อรถสองแถวขนาดเล็กที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนลง ที่คือหนทางรอด
ก็ดูไปว่า บริการรถสาธารณะของกาญจนบุรีจะถูกใจคนเมืองกาญจน์ขนาดไหน มองดูโดยภาพรวมก็ถือว่าใช้ได้อยู่ แต่ถ้าสามารถปรับให้ใช้เวลาน้อยลงในการรอรถโดยสารนอกชั่วโมงเร่งด่วนก็จะดีกว่า ตอบโจทย์กการเดินทางมากขึ้น