สวัสดีค่ะ ปัจจุบันเราอายุ 32 คบกับแฟนคนแรกและคนเดียวมาตลอด 16 ปี มีอะไรกันตั้งแต่ 5 เดือนแรกที่คบกัน เพราะแฟนขอ แฟนบอกว่าถ้ารักเขาต้องยอมเขา เราเลยยอม เราผ่านอะไรด้วยกันมามากมายมากกว่าครึ่งชีวิต แรกๆที่คบกันมีอะไรกันทางข้างหน้าปกติมาตลอด เขาชอบเสพหนังผู้ใหญ่ คลิปโป๊เขามีเป็นหลายร้อยคลิปและแต่ละคลิปแนวประตูหลังหมด พอคบกันเข้าปีที่ 14 เขาเริ่มขอประตูหลัง แต่เราลองให้ทางนั้นจริงๆปีที่ 15
*ตลอดเวลาที่คบกัน เราเคยโดนเขาทำร้าย 3 ครั้ง
1. กระทืบจนเราสลบ เรื่องเพื่อนเราสมัยม.ปลายที่ไม่ชอบเขา ตอนนั้นเราเด็ก เรางี่เง่าเราท้าเขา
2. เตะ ถีบ สมัยม.ปลาย เราจะเลิกกับเขา เขาจะโดดตึก เราเลยรีบไปห้าม เขาเตะและถีบเราอย่างแรงแล้ววิ่งหนีไป
3. ตบหน้าแรงๆ 2 ที ตอนนั้นด้วยความอยู่ไกลกัน เราเหงา เราพลาดไปมีอะไรกับคนอื่น เป็นความผิดพลาดและความโง่ของเราเอง เขารู้เขานัดไปโรงแรมตบหน้า ลบรอยเรา ตอนนั้นเขาทำรุนแรง เราเจ็บ แต่เราก็ทน เรายอมรับว่าเรื่องนั้นเราผิดจริง
*แต่ที่เราเลิกกัน เราเป็นฝ่ายบอกเลิกเขา เพราะสาเหตุหลักๆเลย เรียงจากมากไปน้อย
1. เซ็กส์ทางประตูหลัง เราต้องฝืนทน เราต้องยอมให้เขาทั้งๆที่เราไม่ชอบ ไม่อิน ไม่มีความสุขมากๆ ทุกครั้งที่โดนเรารู้สึกเหมือนถูกทำร้าย เจ็บปวด ทรมานมากๆ หลังทำขี้แล้วแสบตูดไปอีกหลายเดือน มันเจ็บมากจริงๆ เขามีความสุขบนความทุกข์ทรมานของเราทั้งกายและใจ พอเราไม่ให้ เขาก็หงุดหงิด และพาลไม่มีอะไรกับเราเลย เราเลยต้องยอมเขาทั้งที่เราไม่มีความสุขเลยสักนิด แล้วเขาบอกว่าถ้ารักเขาต้องยอมเขา เราทะเลาะเรื่องนี้กันบ่อยมากๆ เขาทำให้ได้เต็มที่ ขอเอาประตูหลัง 3 เดือนทำ 1 ครั้ง (จากปกติที่ขอทุกครั้งที่มีอะไรกัน) แต่เราไม่อยากทำเลยสักครั้ง เขาเลิกประตูหลังไม่ได้ เขาเสพติดมันไปแล้วจนลืมทางข้างหน้า เขาให้เราต้องทนเจ็บทรมานเพื่อเขา เรื่องเซ็กส์เขาไม่สนใจความรู้สึกของคู่เลยสักนิด เอาแต่ความสุขความต้องการของตัวเองเป็นหลัก เราเคยขอเขาทำคืนบ้างจะได้รู้ว่าเรารู้สึกยังไงเขาก็ไม่ให้ทำ เขาบอกว่าเรื่องเซ็กส์ขอให้ไม่เท่าเทียม เขาต้องเหนือกว่า
2. รสนิยมทางเพศแปลกๆสำหรับเรา เช่น ให้เราอ้าปากแล้ว

น้ำลายใส่ปากเราแล้วบังคับกลายๆไม่ให้เราบ้วนออกโดยการก้มลงมาจูบเรา, เอาประตูหลังและแตกใน, แตกในปากให้กลืนน้ำอสุจิ, เขาเคยพูดว่าอยากลองมีไม้กางเขนตรึงร่างเรา จับเราขึง มีโซ่ แส้ กุญแจมือ มีเทียนลน, ให้เราอมและเลียนิ้วเท้าเขา, ให้เราเลียรูตูดให้
3. ความคิดเขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่เราอยู่ในหัว ไม่มีเราอยู่ร่วมอนาคต
4. ตรรกะแปลกๆหลายอย่างสำหรับเรา เช่น
-อยากมีลูกเพื่อถ่ายทอด DNA และไม่จำเป็นต้องมีเงินเก็บ
-ต่อให้มีเงินครบพอจะมาขอแต่งงานจะยังไม่แต่ง รอมีเงินในบัญชี 2 ล้านถึงจะ‘เจียด’เงินส่วนน้อยมาขอเราแต่งงาน (เขาใช้คำว่าเจียดเงิน)
- อนาคตอยากมีเมียอีกคน แบบเป็นกิ๊กกัน แต่ไม่อยากซื้อกินเพราะเปลือง อยากได้ฟรีด้วยความสามารถตนเอง
-คิดว่าผญ กับลูกเป็นตัวถ่วงความรวยของเขา
-ค่าจัดงานแต่งต้องหารครึ่งทุกอย่างและขอเงินสินสอดคืนเอาไปลงหุ้นต่อ
-เคยพูดว่าถ้าเลิกกับเราไปจะหาผญแบบง่ายๆ ไม่ต้องมีสินสอด แบบผู้หญิงชาวบ้าน ถ้ารักกันอยู่กินกันเลย
-เขาเคยถามเราเกี่ยวกับเงินสินสอดในส่วนของเขาว่าหลังแต่งงาน แม่เราจะคืนให้มั้ย ถ้าคืนก็ดี เขาจะเอาไปลงหุ้นต่อ เขามองว่า การแต่งงานคือการเอาเงินไปละลาย ไม่ใช่เงินต่อเงินแบบลงหุ้น
-ไม่กู้ซื้อบ้านเพราะ ทุกวันนี้มีหนี้มากพออยู่แล้ว ต่างคนต่างมีบ้านแม่อยู่แล้ว และไม่อยากเอาเงินไปละลายกับเศษอิฐเศษปูน สมัยนี้คนรวยเขาไม่ซื้อบ้าน เขาเช่าคอนโดหรูอยู่กัน
-ชอบเซ็กส์ทางประตูหลังมาก เคยคิดอยากลองเอากำปั้นใส่เข้าไปในช่องคลอดและทวารหนัก อยากให้ภรรยาทำได้ทุกอย่างเหมือนดาราหนังเอวี
-เขาเคยบอกว่า เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องเดียวที่ขอให้ไม่เท่าเทียม ขอให้เขาเหนือกว่า ถ้ารักเขาต้องยอมเขา
5. ทัศนคติ ความคิด เป้าหมายในชีวิตไม่ตรงกัน
*ที่ผ่านมาสิ่งที่เราทุ่มเทให้เขามาตลอด หมดไปกับเขาเป็นแสน
-เวลาเจอกัน ส่วนใหญ่เราเลี้ยงข้าวเขาตลอด นานๆครั้งที่เขาจะเลี้ยงเรานับครั้งได้ เลี้ยงก็แบบถูกๆไม่แพง แต่เราเลี้ยงเขาแพง บางทีเลี้ยงทั้งเขาและครอบครัว
-ที่ผ่านมาเราเป็นฝ่ายโทรหาเขามาตลอด บางทีเค้าก็รับและบอกไม่ว่างบางทีก็รับแล้วคุยกันแป๊บเดียวบางทีก็ไม่รับและตัดสายทิ้งและไม่โทรกลับปล่อยให้เรารอ
-ช่วงหลังเราขับรถไปหาเขาที่บ้านตลอด เขาจะใช้ให้เรานวดเท้านวดขานวดแขนให้ตลอด เขาบอกเมื่อย พอนวดเสร็จจนเขาหายเมื่อยเขาก็ดูกราฟหุ้นและเล่นเกม พอหิวก็ใช้ให้ไปซื้ออาหารให้กับแม่เขาและไม่ให้เงินส่วนใหญ่เราต้องจ่ายเงินเลี้ยงทั้งเขาเลี้ยงทั้งครอบครัว
-เราเคยส่งเงินค่าขนมให้เขาตอนเขาเรียนป.โทเป็นเวลา 2 ปี เดือนละ 2,000-5,000฿ (ช่วงนั้นเราอาศัยควงเวรหนัก รับเวรเพิ่มเอา)
-พอเขาเรียนป.โทจบ เขาอยากได้โน้ตบุ๊คใหม่ เครื่องละ 41,000 บาท เราเอาเงินเป็นของขวัญให้เขาฟรีๆ 25,000 บาทเลย (ส่วนที่เหลือให้เขาเก็บเงินออกเอง)
-เขาอยากได้มอร์เตอร์ไซค์ใหม่ เราไม่อยากให้เขากู้เงิน เลยให้เขายืมเงิน 120,000 บาท (แต่เขาผ่อนคืนครบหมดแล้ว)
-พ่อเขาเคยขอยืมเงินเรา 7000 บาท แม่เขาเคยขอยืมเงินเรา 5000 บาท (ได้คืนหมดแล้ว)
**สิ่งที่ไม่ได้คืน คือ เราเลี้ยงข้าวเขาและครอบครัวแทบทุกครั้งที่เจอกัน ซัพพอร์ตเขาแทบทุกอย่าง, ส่งเงินให้ทุกเดือนช่วงที่เขาเรียนป.โท (ส่วนเราจบป.ตรี ไม่ได้เรียนป.โท), ให้เงินเป็นของขวัญค่าโน้ตบุ๊คฟรีๆ
พอแม่เรารู้เรื่อง แม่เราให้เลิก แม่เราคนรุ่นเก่า แม่เรารับไม่ได้ บอกเซ็กส์วิตถาร รับไม่ได้ที่เราชิงสุกก่อนห่าม ด่าว่าเราสารพัด เป็นผู้หญิงไม่มีค่า ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว เปรียบเทียบเรากับ

ว่า

มันยังได้ค่าตัว แต่นี่ไปแบให้มันเอาฟรีๆ พอมันได้แล้วมันก็ไม่อยากเสียเงินมาแต่งไง มันจะเสียเงินไปทำไมในเมื่อมันได้แล้ว แม่บอกเลิกเด็ดขาดนะ จิตวิตถาร เดี๋ยวอีกหน่อยมันมีอารมณ์มันก็โทรนัดไปให้มันเอาฟรี มันเห็นแกเป็นที่ระบายอารมณ์ความใคร่แค่นั้นแหละ แต่มันไม่คิดจะแต่ง
หลังเลิกกัน เราได้มีโอกาสคุยกับเขาในเฟสบุ๊ค เราอยากรู้ว่าแม่เขาว่างยังไงบ้างเลยถามเขาไป เขาบอกว่า แม่เขาบอกว่าเราหน่อมแน๊มเกินไปที่เราไปบอกแม่ตัวเองหมดเกี่ยวกับเรื่องเขา ทำให้แม่เราไม่โอเคกับเขา เท่าที่เราได้คุยกับเขา เขาไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด ปากบอกรู้สึกผิดแต่การกระทำมันไม่ใช่ พอพูดถึงเรื่องนี้เขาบอกให้เปลี่ยนเรื่องไม่งั้นเขาจะไม่คุย พอเราถามว่าความคิดแต่ละอย่างของเขาให้เกียรติเราตรงไหน เขาก็เบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น แม่เขารับรู้แค่ที่เขาบอกแม่ไปว่า สาเหตุที่เลิกกันเพราะ ความคิดเป้าหมายในอนาคตไม่ตรงกัน, บ้านรวยไม่เท่ากัน, เราไปบอกแม่เราทุกเรื่องทำให้แม่เราไม่โอเคกับเขา แม่เขาเลยคิดว่าเป็นความผิดของเราที่ต้องเลิกกัน ส่วนเรื่องประตูหลังเขาไม่ได้เล่าให้แม่เขาฟัง เรารู้สึกว่าแม่เขาเข้าข้างลูกตัวเองจนไม่ลืมหูลืมตา ไม่มีความเฉลียวใจเลยสักนิดว่าคบกันมาตั้ง 16 ปีแล้วเลิกกันเพราะเรื่องแค่นี้ (ถ้าเลิกกันเพราะบ้านรวยไม่เท่ากันแบบที่เขาบอกแม่เขา เราคงเลิกไปตั้งแต่เราต้องไปเลี้ยงเขาและครอบครัวแล้วล่ะ และคงเลิกตั้งแต่พ่อแม่เขามาขอยืมเงินเราแล้ว)
เรารู้สึกโมโห
-เขาบอกแม่เขาไม่หมด ไม่บอกเรื่องประตูหลัง ไม่บอกเรื่องที่เคยทำร้ายร่างกายเรา กระทืบจนเราสลบ เตะ ถีบ ตบหน้าแรงๆ ความชั่วตัวเองไม่พูด รู้สึกเขาเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเอง อะไรที่จะเข้าตัว เลือกที่จะไม่พูด
-เขาไม่แมนเลย ปล่อยให้แม่เขาเข้าใจเราผิด
-ความคิดแต่ละอย่างของเขาไม่ให้เกียรติเราเลย เขาโฟกัสแต่เรื่องของตัวเอง ไม่คิดจะปรับเลิกทำประตูหลังเพื่อเรา ไม่เปลี่ยนความคิดทั้งหลายเพื่อเรา
-โมโหตัวเองที่หลังเลิกกันไม่กี่วัน line ไปขอโทษแม่เขา และแม่เขาอ่านแต่ไม่ตอบ (เราเกลียดคนที่อ่านแล้วไม่ตอบสุดๆ)
-โมโหตัวเองทำไมเราต้องรักเขามากขนาดนี้
เราไม่รู้ว่าเราจะจัดการกับความรู้สึกตรงนี้ยังไงดีค่ะ ความรักสิ่งที่เราเจอมามันหนักสำหรับเรามากๆๆๆ สุดท้ายเขาก็รักตัวเองมากกว่า ถ้าเป็นทุกคนจะทำยังไงดีคะ?
ใครเคยกลับไปคุยกับแฟนเก่าบ้าง แล้วรู้สึกยังไง?
*ตลอดเวลาที่คบกัน เราเคยโดนเขาทำร้าย 3 ครั้ง
1. กระทืบจนเราสลบ เรื่องเพื่อนเราสมัยม.ปลายที่ไม่ชอบเขา ตอนนั้นเราเด็ก เรางี่เง่าเราท้าเขา
2. เตะ ถีบ สมัยม.ปลาย เราจะเลิกกับเขา เขาจะโดดตึก เราเลยรีบไปห้าม เขาเตะและถีบเราอย่างแรงแล้ววิ่งหนีไป
3. ตบหน้าแรงๆ 2 ที ตอนนั้นด้วยความอยู่ไกลกัน เราเหงา เราพลาดไปมีอะไรกับคนอื่น เป็นความผิดพลาดและความโง่ของเราเอง เขารู้เขานัดไปโรงแรมตบหน้า ลบรอยเรา ตอนนั้นเขาทำรุนแรง เราเจ็บ แต่เราก็ทน เรายอมรับว่าเรื่องนั้นเราผิดจริง
*แต่ที่เราเลิกกัน เราเป็นฝ่ายบอกเลิกเขา เพราะสาเหตุหลักๆเลย เรียงจากมากไปน้อย
1. เซ็กส์ทางประตูหลัง เราต้องฝืนทน เราต้องยอมให้เขาทั้งๆที่เราไม่ชอบ ไม่อิน ไม่มีความสุขมากๆ ทุกครั้งที่โดนเรารู้สึกเหมือนถูกทำร้าย เจ็บปวด ทรมานมากๆ หลังทำขี้แล้วแสบตูดไปอีกหลายเดือน มันเจ็บมากจริงๆ เขามีความสุขบนความทุกข์ทรมานของเราทั้งกายและใจ พอเราไม่ให้ เขาก็หงุดหงิด และพาลไม่มีอะไรกับเราเลย เราเลยต้องยอมเขาทั้งที่เราไม่มีความสุขเลยสักนิด แล้วเขาบอกว่าถ้ารักเขาต้องยอมเขา เราทะเลาะเรื่องนี้กันบ่อยมากๆ เขาทำให้ได้เต็มที่ ขอเอาประตูหลัง 3 เดือนทำ 1 ครั้ง (จากปกติที่ขอทุกครั้งที่มีอะไรกัน) แต่เราไม่อยากทำเลยสักครั้ง เขาเลิกประตูหลังไม่ได้ เขาเสพติดมันไปแล้วจนลืมทางข้างหน้า เขาให้เราต้องทนเจ็บทรมานเพื่อเขา เรื่องเซ็กส์เขาไม่สนใจความรู้สึกของคู่เลยสักนิด เอาแต่ความสุขความต้องการของตัวเองเป็นหลัก เราเคยขอเขาทำคืนบ้างจะได้รู้ว่าเรารู้สึกยังไงเขาก็ไม่ให้ทำ เขาบอกว่าเรื่องเซ็กส์ขอให้ไม่เท่าเทียม เขาต้องเหนือกว่า
2. รสนิยมทางเพศแปลกๆสำหรับเรา เช่น ให้เราอ้าปากแล้ว
3. ความคิดเขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่เราอยู่ในหัว ไม่มีเราอยู่ร่วมอนาคต
4. ตรรกะแปลกๆหลายอย่างสำหรับเรา เช่น
-อยากมีลูกเพื่อถ่ายทอด DNA และไม่จำเป็นต้องมีเงินเก็บ
-ต่อให้มีเงินครบพอจะมาขอแต่งงานจะยังไม่แต่ง รอมีเงินในบัญชี 2 ล้านถึงจะ‘เจียด’เงินส่วนน้อยมาขอเราแต่งงาน (เขาใช้คำว่าเจียดเงิน)
- อนาคตอยากมีเมียอีกคน แบบเป็นกิ๊กกัน แต่ไม่อยากซื้อกินเพราะเปลือง อยากได้ฟรีด้วยความสามารถตนเอง
-คิดว่าผญ กับลูกเป็นตัวถ่วงความรวยของเขา
-ค่าจัดงานแต่งต้องหารครึ่งทุกอย่างและขอเงินสินสอดคืนเอาไปลงหุ้นต่อ
-เคยพูดว่าถ้าเลิกกับเราไปจะหาผญแบบง่ายๆ ไม่ต้องมีสินสอด แบบผู้หญิงชาวบ้าน ถ้ารักกันอยู่กินกันเลย
-เขาเคยถามเราเกี่ยวกับเงินสินสอดในส่วนของเขาว่าหลังแต่งงาน แม่เราจะคืนให้มั้ย ถ้าคืนก็ดี เขาจะเอาไปลงหุ้นต่อ เขามองว่า การแต่งงานคือการเอาเงินไปละลาย ไม่ใช่เงินต่อเงินแบบลงหุ้น
-ไม่กู้ซื้อบ้านเพราะ ทุกวันนี้มีหนี้มากพออยู่แล้ว ต่างคนต่างมีบ้านแม่อยู่แล้ว และไม่อยากเอาเงินไปละลายกับเศษอิฐเศษปูน สมัยนี้คนรวยเขาไม่ซื้อบ้าน เขาเช่าคอนโดหรูอยู่กัน
-ชอบเซ็กส์ทางประตูหลังมาก เคยคิดอยากลองเอากำปั้นใส่เข้าไปในช่องคลอดและทวารหนัก อยากให้ภรรยาทำได้ทุกอย่างเหมือนดาราหนังเอวี
-เขาเคยบอกว่า เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องเดียวที่ขอให้ไม่เท่าเทียม ขอให้เขาเหนือกว่า ถ้ารักเขาต้องยอมเขา
5. ทัศนคติ ความคิด เป้าหมายในชีวิตไม่ตรงกัน
*ที่ผ่านมาสิ่งที่เราทุ่มเทให้เขามาตลอด หมดไปกับเขาเป็นแสน
-เวลาเจอกัน ส่วนใหญ่เราเลี้ยงข้าวเขาตลอด นานๆครั้งที่เขาจะเลี้ยงเรานับครั้งได้ เลี้ยงก็แบบถูกๆไม่แพง แต่เราเลี้ยงเขาแพง บางทีเลี้ยงทั้งเขาและครอบครัว
-ที่ผ่านมาเราเป็นฝ่ายโทรหาเขามาตลอด บางทีเค้าก็รับและบอกไม่ว่างบางทีก็รับแล้วคุยกันแป๊บเดียวบางทีก็ไม่รับและตัดสายทิ้งและไม่โทรกลับปล่อยให้เรารอ
-ช่วงหลังเราขับรถไปหาเขาที่บ้านตลอด เขาจะใช้ให้เรานวดเท้านวดขานวดแขนให้ตลอด เขาบอกเมื่อย พอนวดเสร็จจนเขาหายเมื่อยเขาก็ดูกราฟหุ้นและเล่นเกม พอหิวก็ใช้ให้ไปซื้ออาหารให้กับแม่เขาและไม่ให้เงินส่วนใหญ่เราต้องจ่ายเงินเลี้ยงทั้งเขาเลี้ยงทั้งครอบครัว
-เราเคยส่งเงินค่าขนมให้เขาตอนเขาเรียนป.โทเป็นเวลา 2 ปี เดือนละ 2,000-5,000฿ (ช่วงนั้นเราอาศัยควงเวรหนัก รับเวรเพิ่มเอา)
-พอเขาเรียนป.โทจบ เขาอยากได้โน้ตบุ๊คใหม่ เครื่องละ 41,000 บาท เราเอาเงินเป็นของขวัญให้เขาฟรีๆ 25,000 บาทเลย (ส่วนที่เหลือให้เขาเก็บเงินออกเอง)
-เขาอยากได้มอร์เตอร์ไซค์ใหม่ เราไม่อยากให้เขากู้เงิน เลยให้เขายืมเงิน 120,000 บาท (แต่เขาผ่อนคืนครบหมดแล้ว)
-พ่อเขาเคยขอยืมเงินเรา 7000 บาท แม่เขาเคยขอยืมเงินเรา 5000 บาท (ได้คืนหมดแล้ว)
**สิ่งที่ไม่ได้คืน คือ เราเลี้ยงข้าวเขาและครอบครัวแทบทุกครั้งที่เจอกัน ซัพพอร์ตเขาแทบทุกอย่าง, ส่งเงินให้ทุกเดือนช่วงที่เขาเรียนป.โท (ส่วนเราจบป.ตรี ไม่ได้เรียนป.โท), ให้เงินเป็นของขวัญค่าโน้ตบุ๊คฟรีๆ
พอแม่เรารู้เรื่อง แม่เราให้เลิก แม่เราคนรุ่นเก่า แม่เรารับไม่ได้ บอกเซ็กส์วิตถาร รับไม่ได้ที่เราชิงสุกก่อนห่าม ด่าว่าเราสารพัด เป็นผู้หญิงไม่มีค่า ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว เปรียบเทียบเรากับ
หลังเลิกกัน เราได้มีโอกาสคุยกับเขาในเฟสบุ๊ค เราอยากรู้ว่าแม่เขาว่างยังไงบ้างเลยถามเขาไป เขาบอกว่า แม่เขาบอกว่าเราหน่อมแน๊มเกินไปที่เราไปบอกแม่ตัวเองหมดเกี่ยวกับเรื่องเขา ทำให้แม่เราไม่โอเคกับเขา เท่าที่เราได้คุยกับเขา เขาไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด ปากบอกรู้สึกผิดแต่การกระทำมันไม่ใช่ พอพูดถึงเรื่องนี้เขาบอกให้เปลี่ยนเรื่องไม่งั้นเขาจะไม่คุย พอเราถามว่าความคิดแต่ละอย่างของเขาให้เกียรติเราตรงไหน เขาก็เบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น แม่เขารับรู้แค่ที่เขาบอกแม่ไปว่า สาเหตุที่เลิกกันเพราะ ความคิดเป้าหมายในอนาคตไม่ตรงกัน, บ้านรวยไม่เท่ากัน, เราไปบอกแม่เราทุกเรื่องทำให้แม่เราไม่โอเคกับเขา แม่เขาเลยคิดว่าเป็นความผิดของเราที่ต้องเลิกกัน ส่วนเรื่องประตูหลังเขาไม่ได้เล่าให้แม่เขาฟัง เรารู้สึกว่าแม่เขาเข้าข้างลูกตัวเองจนไม่ลืมหูลืมตา ไม่มีความเฉลียวใจเลยสักนิดว่าคบกันมาตั้ง 16 ปีแล้วเลิกกันเพราะเรื่องแค่นี้ (ถ้าเลิกกันเพราะบ้านรวยไม่เท่ากันแบบที่เขาบอกแม่เขา เราคงเลิกไปตั้งแต่เราต้องไปเลี้ยงเขาและครอบครัวแล้วล่ะ และคงเลิกตั้งแต่พ่อแม่เขามาขอยืมเงินเราแล้ว)
เรารู้สึกโมโห
-เขาบอกแม่เขาไม่หมด ไม่บอกเรื่องประตูหลัง ไม่บอกเรื่องที่เคยทำร้ายร่างกายเรา กระทืบจนเราสลบ เตะ ถีบ ตบหน้าแรงๆ ความชั่วตัวเองไม่พูด รู้สึกเขาเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเอง อะไรที่จะเข้าตัว เลือกที่จะไม่พูด
-เขาไม่แมนเลย ปล่อยให้แม่เขาเข้าใจเราผิด
-ความคิดแต่ละอย่างของเขาไม่ให้เกียรติเราเลย เขาโฟกัสแต่เรื่องของตัวเอง ไม่คิดจะปรับเลิกทำประตูหลังเพื่อเรา ไม่เปลี่ยนความคิดทั้งหลายเพื่อเรา
-โมโหตัวเองที่หลังเลิกกันไม่กี่วัน line ไปขอโทษแม่เขา และแม่เขาอ่านแต่ไม่ตอบ (เราเกลียดคนที่อ่านแล้วไม่ตอบสุดๆ)
-โมโหตัวเองทำไมเราต้องรักเขามากขนาดนี้
เราไม่รู้ว่าเราจะจัดการกับความรู้สึกตรงนี้ยังไงดีค่ะ ความรักสิ่งที่เราเจอมามันหนักสำหรับเรามากๆๆๆ สุดท้ายเขาก็รักตัวเองมากกว่า ถ้าเป็นทุกคนจะทำยังไงดีคะ?