ความอัจฉริยะเป็นสิ่งประกันชีวิตที่มีความสุขไหม

กระทู้สนทนา
เมื่อเช้านี้ดูรายการช่อง TNN  ที่นำเสนอเด็กที่ค่อนข้างจะมีแววอัจฉริยะในเรื่องความสามารถจำธงชาติของประเทศต่างๆได้ทั่วโลก
และมีความสามารถทางคณิตศาสตร์ และทางภาษา

เรื่องนี้ทำให้คิดถึงชีวิตของผู้มีแววอัจฉริยะที่รู้จักอีกสองคนๆนี้เป็นญาติกันว่าชีวิตของเขาตอนท้ายมีความสุขไหม

คนแรกสมมุติชื่อ ก1
ก1 เป็นคนเรียนหนังสือเก่งมากในสมัยเด็กๆเรียนพาสชั้นมาตลอดจนสามารถสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยดัง
ในภูมิภาคแห่งหนึ่งได้  แต่ปรากฏว่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเรียนไม่จบ และไม่มีครอบครัว คนใกล้ชิดว่าเขาไม่ฟังใคร ตอนนี้ประกอบอาชีพ
เป็นลูกจ้างช่างรับเหมาเอกชนรายหนึ่งอยู่

คนที่สองสมมุติชื่อ ก 2
ก 2  เป็นญาติ ก 1  มีชื่อเสียงว่าเรียนเก่งมากตั้งแต่เล็กๆเช่นกัน จนโตสามารถสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยดังระดับประเทศได้
โดยได้ทุนของส่วนราชการแห่งหนึ่ง   จบแล้วออกมารับราชการ มีครอบครัวแต่ครอบครัวแตกแยกเรื่องการคบหญิงอื่น ตอนหลังนี้อยู่ตัวคนเดียว
ลูกๆไปอยู่กับคู่สมรสอีกฝ่ายหมด  รับราชการดูเหมือนจะไปดีแต่ไม่อยากก้าวหน้าเท่าไร ว่ามันยุ่งยาก !

ดูชีวิตผู้มีแววอัจฉริยะสองคนนี้แล้ว อยากจะบอกว่า คุณสมบัติทางอัจฉริยะยังไม่พอที่จะประกันชีวิตหรืออนาคตที่มีความสุขดอก

ไอสไตน์โลกรับรองว่าเขาเป็นอัจฉริยะระดับโลก แต่ชีวิตสมรสของเขาก็มีปัญหาต้องหย่ากับภรรยาคนแรก และแม้จะมีคนที่สองก็ยังมีข่าว
ไม่สู้ดีว่าเขามี something กับหญิงอื่น !

ถ้าเอาความสุขในชีวิตส่วนตัว/ครอบครัวมาเป็นเกณฑ์แล้ว  ความอัจฉริยะดูเหมือนยังไม่พอ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่