แพร่…เมืองทางผ่าน ที่สอนผมว่า อย่ารีบตัดสินอะไรจากช่วงเวลาเดียว

ปลายเดือนธันวาคม 2025 ผมแวะไปจังหวัดแพร่
จังหวัดที่หลายคน—including ผม—มองว่าเป็นแค่ “ทางผ่าน”
ก่อนจะไปน่าน พะเยา หรือเชียงราย
ผมเลือกนอนที่แพร่ 1 คืน
ช่วงประมาณ 4 โมงเย็น ผมขับรถดูเมืองกับลูกสาว
และก็ต้องยอมรับตรงๆ ว่า…
เมืองเงียบมาก คนน้อย ไม่มีอะไรให้เดินเล่นจริงๆ
เรากลับที่พัก
ซื้อข้าวจาก 7-11
กินมื้อเย็นกันในห้องแบบเรียบง่าย
แต่หลังจากนั้น ผมรู้สึกเสียดายเวลา
เลยตัดสินใจออกไปเดินเล่นคนเดียว
เดินแบบไม่มีจุดหมาย
แค่อยากดูเมืองเงียบๆ ที่เหมือนไม่มีอะไรเลย
ระหว่างที่เดิน
ผมกลับเห็นบ้านเรือนเก่า
ตึกแถวยุคก่อน
ร้านเล็กๆ ที่มีคนอายุ 70+ นั่งเฝ้าอย่างสงบ
แม้จะไม่มีลูกค้าเดินผ่าน




ผมเป็นคนเดียวที่เดินอยู่ตรงนั้น
เหมือนเป็นของแปลกในเมือง
แต่กลับรู้สึกว่า
“เออ…มันก็ดีเหมือนกันนะ ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้”
แล้วผมก็เดินมาถึงจุดหนึ่ง
ที่ตอน 4 โมงเย็นผมเคยผ่านมา
และมันไม่มีอะไรเลย
แต่ตอนนี้…ประมาณ 6 โมงเย็น
ที่ตรงนั้นกลายเป็นถนนคนเดินเล็กๆ
ครึกครื้น มีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว
เดินกิน เดินเล่น อย่างมีความสุข
ผมยืนคิดอยู่พักหนึ่งว่า
แค่เวลาเปลี่ยนไป 2 ชั่วโมง
มันต่างกันได้ขนาดนี้เลยเหรอ
ผมนึกถึงคำพูดในหนังที่จำได้เสมอ
“เวลาที่เปลี่ยนไป ทุกสิ่งเปลี่ยน”


คืนนั้นสอนผมว่า
สิ่งที่เราคิดว่ามัน “ไม่มีอะไร”
อาจแค่ยังไม่ถึงเวลาของมัน
บางอย่าง
ถ้าเราลองแค่ครั้งเดียว
อาจยังไม่เห็นค่า
แต่ถ้าเราไม่ถอดใจ
และให้เวลากับมันมากขึ้นอีกนิด
เราอาจจะเจอสิ่งที่ตามหาอยู่ก็ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่